posttoday
บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก

10 กันยายน 2559

สามสิบกิโลเมตรจากตัวเมืองเชียงราย มันไกลพอให้คุณปลีกวิเวกและเอกเขนกที่โฮมสเตย์บ้านโป่งน้ำร้อน

โดย...กาญจน์ อายุ

สามสิบกิโลเมตรจากตัวเมืองเชียงราย มันไกลพอให้คุณปลีกวิเวกและเอกเขนกที่โฮมสเตย์บ้านโป่งน้ำร้อน สถานที่ที่คนอารมณ์ดี อาหารดี อากาศดี และยินดีต้อนรับคนที่อยากหนีความศิวิไลซ์ มาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ไม่มีวายฟาย

หมู่บ้านอยู่กลางป่าเขาใน ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร มีห้วยไหลผ่าน เป็นแหล่งปลูกเมี่ยงและชาอูหลง ของดีที่ส่งขายไปทั่วประเทศ เดชา เตมิยะ เจ้าของบ้านเมี่ยงโฮมสเตย์ เล่าให้ฟังว่า เกิดมาก็เจอต้นเมี่ยง กินใบเมี่ยง ดื่มชาเมี่ยง แถมต้นเมี่ยงยังสร้างอาชีพและรายได้ให้ทุกครอบครัว แต่ปัจจุบันรุ่นลูกมักเข้าเมืองหางานทำ เขาจึงลุกขึ้นมาทำเมี่ยงต่อจากพ่อแม่ เพราะกลัวว่าวิถีเดิมๆ จะหายไป ทั้งขายใบเมี่ยงสดที่ตลาด และขายชาเมี่ยงออกไปทั่วไทย จากนั้นได้นำการท่องเที่ยวชุมชนเข้ามา โดยมีหลักสำคัญว่า ชุมชนต้องไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อนักท่องเที่ยว

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก พี่เดชาโชว์เก็บเมี่ยง ริมถนนในหมู่บ้าน

 

บ้านโป่งน้ำร้อนเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ แบ่งออกเป็น 4 หย่อมบ้าน 4 ชนเผ่า  คือ หย่อมคนเมือง อาข่า ลีซอ และจีนฮ่อ (บ้านสองแคว) รวม 40 หลังคาเรือน แต่ละหย่อมมีวัฒนธรรมต่างกันทั้งเรื่องอาหารการกิน วิถีชีวิต ภาษา โดยพี่เดชามีโปรแกรมเที่ยว 3 แบบ สำหรับขาลุย ขาชิล ขารีบ หรือขาแช่

แอ่วม่วน กึ๋นเมี่ยง

โปรแกรมเที่ยว 1 วัน แบบมาเช้าเย็นกลับ เริ่ม 10 นาฬิกา นักท่องเที่ยวมาเจอกันที่ศูนย์การเรียนรู้โดยชุมชน พี่เดชาและครูยุพิน (น้องสาว) จะมาต้อนรับและให้ข้อมูลบ้านโป่งน้ำร้อน พี่เดชาเล่าว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รู้จักกันมาแบบปากต่อปาก บ้างก็หาข้อมูลจากเว็บไซต์ www.cbt-i.org หรือสถาบันท่องเที่ยวโดยชุมชน ส่วนคนไทยจะมาในรูปแบบศึกษาดูงาน ดูการทำชาเมี่ยง ดูโฮมสเตย์ จะมีค้างบ้างก็จำนวนน้อย ตามสไตล์คนไทยรักสบาย

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก หลังอบในหม้อไม้ต้องนำเมี่ยง มาตากก่อนมัดขาย

 

แต่ที่นี่ก็ไม่ลำบาก อย่างโฮมสเตย์มีการสร้างที่พักแยกต่างหาก เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะแค่ลมธรรมชาติก็เย็นสบาย ไม่มีเมนูอาหาร แต่จะกินแบบชาวบ้าน คือ ฤดูไหนในป่ามีอะไรก็จะกินแบบนั้น ช่วงที่ผ่านมามีหน่อไม้มาก ก็มีเมนูต้มหน่อไม้ หน่อไม้จิ้มน้ำพริก แต่ในช่วงนี้หลังฝนตกไปได้พักใหญ่ หนอนไม้ไผ่ (หนอนรถด่วน) จะโตอวบอิ่มเต็มที่ ชาวบ้านก็จะลงพื้นที่ไปตามกอไผ่ เก็บมาทอด คั่วเกลือ เมนูเด็ดประจำหน้าฝนที่ใครต่อใครก็ว่าอร่อยมีโปรตีนสูง

จากนั้นช่วงบ่าย พี่เดชาจะพาไปน้ำตกห้วยแก้ว น้ำตกขนาดหย่อมที่ไม่สวยงามอลังการ แต่มีความสำคัญยิ่งต่อชาวบ้าน ลำห้วยที่ไหลผ่ากลางหมู่บ้านก็เป็นสายจากน้ำตก หรือน้ำประปาในครัวเรือนก็ได้จากน้ำบนภูเขา ชาวบ้านจึงหวงแหนและรักษามาก พลอยทำให้รักษาป่า บ้านโป่งน้ำร้อนแบ่งป่าออกเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ทำกิน ป่าใช้สอย และป่าอนุรักษ์ โดยโซนป่าอนุรักษ์เป็นเขตหวงห้าม เป็นกฎเคร่งครัดในหมู่บ้านที่ทุกคนเห็นพ้องร่วมกัน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก มัดใบเมี่ยง

 

เมื่อออกจากป่าจะเห็นเนินเขาสีเขียวเข้ม เต็มไปด้วยต้นไม้วางเป็นแนวเรียงสวยงาม นั่นคือ ไร่ชาอูหลงของชาวจีนฮ่อ พวกเขาปลูกเป็นอาชีพส่งขายในเมืองเชียงราย เห็นว่าการันตีเรื่องรสชาติ เพราะปลูกในสถานที่ที่เหมาะสมทั้งความสูง อุณหภูมิ น้ำฝน แสงแดด ทั้งรสและกลิ่นมั่นใจว่าดี พอได้ชิมก็ว่าหอม แต่จะตัดสินว่ารสดีกว่าที่อื่นหรือไม่ ไม่กล้าฟันธง

 ส่งท้ายพี่เดชาพาไปหย่อมบ้านชาวลาหู่หรีือมูเซอ เรียนรู้วิถีชีวิตสังคมเกษตรกรรม ซึ่งความอยู่รอดของชาวลาหู่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ดิน และความพอดีของน้ำฟ้า ผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก ไร่ชาอูหลงหลังบ้านชาวจีนฮ่อ

 

แอ่ว 2 วัน ได้วัฒนธรรม 4 ชนเผ่า

สิบโมงเช้าเวลาเดิมเจอพี่เดชาคนเดิม พาเดินไปที่หย่อมบ้านลีซอ มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ประกอบอาชีพทำไร่ ปลูกข้าวกินในครอบครัว แวะชิมชาอูหลงของชาวบ้าน และพักรับประทานอาหารเจที่ชุมชนจีนฮ่อ

ชาวจีนฮ่อหรือยูนนานที่บ้านโป่งน้ำร้อนกินเจตั้งแต่เด็ก มีอาชีพผลิตแคบเจ ของขบเคี้ยวของคนกินเจ วิธีการทำเริ่มจากนำแป้งข้าวบาร์เล่ย์ผสมน้ำ พันกับไม้ไผ่ นำไปต้ม คลุกเครื่องปรุงรสเห็ดหอม และนำไปอบ เมื่อเสร็จจะเป็นแคบเจแห้งชิ้นเล็กๆ แต่พอทอดจะพองใหญ่คล้ายข้าวเกรียบ ทว่าใครที่อยากซื้อกลับใช่ว่าไปถึงถิ่นแล้วจะมีขาย เพราะทุกชิ้นทุกห่อถูกจองส่งขายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะใกล้เทศกาลกินเจเช่นนี้แทบจะผลิตไม่ทัน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก เมนูเด่นกินใบเมี่ยง กับเกลือเม็ด

 

จากนั้นเดินทางเท้าไปชมน้ำตกห้วยแก้ว ชมวิถีชีวิตชาวอาข่าที่แอบอิงไปกับธรรมชาติ และปิดท้ายด้วยมื้อเย็นแบบพื้นบ้าน ก่อนแยกย้ายเข้าที่พักตั้งแต่หัวค่ำ

เช้าวันต่อมา เจ็ดโมงเช้าเข้าป่าไปเก็บเมี่ยง การเก็บเมี่ยงมี 2 แบบ คือ เก็บใบแก่แค่ครึ่งใบเพื่อนำไปกินเป็นอาหาร และเก็บยอดอ่อน 3 ใบ เพื่อนำไปทำชาเมี่ยง แต่ละปีต้นเมี่ยงสามารถเก็บได้ 9 เดือนตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ย.และพัก 3 เดือน ทว่าเมื่อเก็บชาเมี่ยงแล้วจะสามารถนำไปอบส่งขายได้ตลอดปี ชาวบ้านจึงมีรายได้ทุกเดือน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก รุ่นที่หนึ่งของอาชีพขายเมี่ยง

 

กระบวนการผลิตชาเมี่ยง เริ่มจากนำใบสดคั่วในเครื่องคั่วชาในอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส จากนั้นรอเครื่องคั่วหมุนเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อให้ร้อนเท่ากัน ประมาณ 10 นาทีจนชาส่งกลิ่นหอม นำชาออกมาเข้าเครื่องนวดเพื่อรีดน้ำและบิดใบให้เป็นเกลียวอีก 10 นาที จะกลายเป็นใบชากรอบ ขายกิโลกรัมละ 150 บาท

ส่วนการทำเมี่ยงจะใช้วิธีการนึ่งในถังไม้อังเตาถ่าน 45 นาที จากนั้นนำออกมาหมักให้มีรสเปรี้ยว ขายกำละ 15 บาท แต่ละเดือนส่งขายได้ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 1 หมื่นบาท ตกราวๆ 3 หมื่นบาท/เดือน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก แคบเจสดๆ ก่อนเข้าห้องอบ

 

“รายได้ดีขนาดนี้แต่ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่สืบสาน” ถามพี่เดชา

“เพราะมันเหนื่อยกว่าการนั่งเย็นๆ ในห้องสี่เหลี่ยมไงเล่า” เขาตอบ

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก กินใบเมี่ยงสดเพื่อสุขภาพ

 

ทุกวันนี้มีคนทำเมี่ยงเหลือเพียงไม่กี่บ้าน ป่าเมี่ยงจึงโตรกครึ้มเกินกว่าจะเก็บไหว

สืบสานวัฒนธรรมชนเผ่า ฟังเรื่องเล่าน้ำตกห้วยแก้ว

โปรแกรมที่ 3 เหมาะกับขาลุย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา เริ่มตั้งแต่สิบโมงเช้า พี่เดชาจะพาไปดูกระบวนการเก็บเมี่ยง คั่วเมี่ยง อบเมี่ยง กินเมี่ยงเรียกกำลัง เตรียมตัวทัวร์ป่า และเตรียมสัมภาระไปค้างคืนใต้แสงจันทร์

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก แคบเจทอด

 

บ่ายโมงตรง รถกระบะนำไปส่งที่จุดเดินเท้า ระหว่างทางมีทั้งป่าเมี่ยง น้ำตกห้วยนางหล่อย และป่าสมุนไพร ระยะทางประมาณ 6 กม. ถึงจุดตั้งแคมป์ พี่เดชาจะพาไปหาของป่านำมาทำเป็นอาหารกลางวันและเย็น โดยใช้กองไฟเป็นห้องครัว และกระบอกไม้ไผ่เป็นจานชามธรรมชาติ จากนั้นช่วงเย็นกางเต็นท์เรียบร้อย ทุกคนจะมานั่งรอบกองไฟแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าพี่เดชาได้เล่าถึงบ้านเกิดและชีวิตวัยเด็กได้ชัดเจนเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านพ้นมา

หัวรุ่งตื่นนอนไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากสันเขา และลิ้มรสอาหารเช้ากลางป่า ทั้งข้าวหลาม ไข่กระบอก ตุ๋นไก่ป่า และน้ำพริกนรกเทพธิดาดอย เมื่อถึงเวลาแปดโมงเช้าได้เวลาใช้แรงอีกหน่อยกับการเดินชมสวนผลไม้เมืองหนาว เที่ยวน้ำตกห้วยแก้ว ชมหมู่บ้านชาวอาข่า และไร่ชาอูหลง จากนั้นเดินเท้ากลับทางเก่าและไปกินอาหารกลางวันส่งท้ายในหมู่บ้าน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก สูดกลิ่นใบชาเมี่ยงในหม้อนึ่ง

 

นอกจากนี้ รอบๆ หมู่บ้านยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอย่าง บ่อน้ำพุร้อนผาเสริฐ ตั้งอยู่บริเวณริมลำห้วยโป่งน้ำร้อน เปิดบริการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพแบบบ่อรวมกลางแจ้งขนาดใหญ่ อาคารอาบน้ำแร่แบบบ่อแยก อาบน้ำแร่ระบบสปา บริการนวดแผนไทย บริการให้เช่าเต็นท์พักแรม นอกจากนี้ยังได้จัดทำท่าเรือบ้านผาเสริฐ ให้นักท่องเที่ยวล่องแพตามลำน้ำกกมาจากบ้านท่าตอน หรือโดยสารเรือหางยาวนำเที่ยวชมทัศนียภาพขึ้นล่องตามลำน้ำกก ได้แวะพักมาใช้บริการอาบน้ำแร่ เที่ยวน้ำตกหรือเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ด้วย

ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ กำลังโปรโมทการท่องเที่ยวชุมชน โดยได้หยิบยกชุมชนที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวขึ้นมากล่าวถึงตลอดปีนี้ แต่ปัญหาที่เจอคือ คนเมืองไม่มากนักที่มักเที่ยวชุมชน ด้วยความรู้สึกกลัวลำบาก

จริงอยู่ที่ชนบทไม่เจริญเท่าเมืองหลวง แต่การใช้ชีวิตในเมืองไม่ซ้ำซากเกินไปหรืออย่างไร การเที่ยวชุมชนจึงเหมือนการเปิดโลกใหม่ พบคนใหม่ๆ อาหารหลากหลาย มุมมองชีวิตเปลี่ยนไป ในความเป็นอยู่ที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้นก่อนบอกว่าไม่ชอบอะไร เคยลองสัมผัสแล้วหรือไม่...ค่อยตัดสิน

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก โฮมสเตย์บ้านโป่งน้ำร้อน

 

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก ความเขียวชอุ่ม ในหมู่บ้านโป่งน้ำร้อน

 

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก ชาเมี่ยง

 

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก ใส่ใบชาในเครื่องคั่ว

 

บ้านโป่งน้ำร้อน ชีวิตที่คนเมืองไม่รู้จัก ไร่ชาอูหลงบนเนินเขา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท