
Drink coffee a day keep doctor away
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมรองจากชา มีคนดื่มกาแฟทั่วโลกเป็นจำนวนไม่น้อย เฉพาะในอเมริกามีคนบริโภคกาแฟเฉลี่ย 400 ล้านแก้ว/วัน แต่จำนวนนี้เมื่อเทียบกับชาแล้ว ก็ยังถือว่าห่างกันหลายขุม เพราะถ้านับเฉพาะประเทศจีนอย่างเดียวก็ชนะขาด
ทั้งสองชนิดเป็นเครื่องดื่มที่ให้กาเฟอีนเหมือนๆ กันนะครับ แต่น่าแปลกที่เราปลูกฝังความเชื่อเรื่องการดื่มทั้งสองอย่างไม่เหมือนกัน อย่างกาแฟส่วนมากจะโดนปรามว่าไม่ควรจะดื่มเยอะ เดี๋ยวจะนอนไม่หลับบ้าง ไม่ก็จะเป็นกระดูกพรุนบ้าง (ข้อสันนิษฐานหนึ่งของผมก็คือ สมัยก่อนกาแฟราคาแพงกว่าชา ฉะนั้นเมื่อสมาชิกภายในบ้านดื่มมากไปย่อมกระทบกับรายจ่ายของคนในบ้าน จึงไม่อยากให้ดื่มมาก) แต่สำหรับชาไม่ค่อยมีใครพูดถึงข้อนี้เท่าไร ทั้งๆ ที่ในบางประเทศนี่ดื่มกันเรียกว่าแทบจะแทนน้ำเลยก็ว่าได้ อย่างชาดำที่คนจีนนิยมดื่มกัน ให้กาเฟอีนสูงมาก กรรมวิธีในการชง ที่แช่ใบชาไว้ในน้ำ (สัมผัสกับน้ำนานกว่ากาแฟ) ก็ยิ่งเค้นเอากาเฟอีนออกมามากขึ้นไปอีก
แต่สำหรับคนที่ดื่มทั้งชา กาแฟ มาทั้งชีวิต กาเฟอีนเหล่านี้อาจจะไม่มีผลเท่าไรต่อการนอน อย่างผมเอง เฉลี่ยการดื่มกาแฟอยู่ที่ราว 3-4 แก้ว/วัน (ไซส์ 9 ออนซ์) ก็ไม่ได้ส่งผลกับการนอนเท่าไร เพราะดื่มอย่างนี้มานานมากแล้ว แต่ข้อนี้ไม่นับกาแฟสำเร็จรูปนะครับ กาเฟอีนในกาแฟสำเร็จรูปเป็นกาเฟอีนสังเคราะห์ส่วนหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องใส่เพื่อให้คงความสม่ำเสมอของกาเฟอีน ขึ้นชื่อว่าสังเคราะห์ อย่างไรเสียก็สู้ธรรมชาติไม่ได้อยู่ดี
ไหวไหมหากจะดื่มกาแฟ 4 แก้ว/วัน แล้วมันจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพ?
คนส่วนมากมักตกใจเมื่อรู้จำนวนแก้วที่ผมดื่ม แต่ด้วยความสัตย์จริง ไปตรวจสุขภาพมาก็ไม่ได้มีอะไรบ่งชี้ถึงความผิดปกตินะครับ กินได้ นอนดี มีกล้าม อาจจะทำให้ฟันเหลืองนิดหน่อย ซึ่งก็โอเค พอรับได้ กาแฟที่ผมดื่มร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นกาแฟดำธรรมดาๆ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม ไม่ใส่อะไรเลย มีแต่น้ำกับกาแฟเท่านั้น
ท่ามกลางกระแสอาหารสุขภาพที่เฟื่องฟู มีคนมาถามผมหลายๆ คนว่าเรื่องของการดื่มกาแฟนี่ เราจะจัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีหรือแย่ต่อสุขภาพกันแน่ บางคนก็แนะนำว่าดี แต่บ้างก็บอกว่าไม่ควร เพราะกาแฟมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้เสพติด ไม่ควรดื่ม เพราะทำให้ร่างกายเสียสมดุล ฯลฯ แต่จะบอกว่าถ้าไปอ่านงานวิจัยในช่วงสิบปีหลังมานี้ พบว่ามีผลวิจัยสนับสนุนอย่างชัดเจนแล้วว่า การดื่มกาแฟส่งผลดีกับร่างกายมากกว่าผลเสีย
ในการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 230 ของการประชุมระดับประเทศของสมาคมนักวิทยาศาสตร์เคมี เมื่อปี 2008 ถือเป็นการประชุมที่รวมนักวิทยาศาสตร์ทางด้านเคมีไว้มากที่สุดของสหรัฐอเมริกา มีการนำเสนอหัวข้อจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแกรนตัน (University of Scranton) โดย ดร.โจ วินสัน (Joe Vinson, Ph.D.) บอกว่า จริงๆ แล้วในกาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนต์อยู่สูงที่สุดประเภทหนึ่ง หากเทียบกันหน่วยต่อหน่วยแล้ว มีมากกว่าไวน์แดงด้วยซ้ำ ที่ดีไปกว่านั้นคือไม่ว่าจะเป็นกาแฟแบบธรรมดาหรือแบบสกัดเอากาเฟอีนออก (Decafe) ก็ยังให้ผลไม่แตกต่างกัน
โพลีฟีนอลรู้กันโดยทั่วไปว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ทั้งช่วยเรื่องการลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ เบาหวาน อัลไซเมอร์ ควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ การทดลองนี้เขาได้เปรียบเทียบกับอาหารหลากหลายประเภทด้วยนะครับ ทั้งผลไม้ เครื่องดื่มประเภทต่างๆ ซึ่งพบว่ากาแฟนั้นชนะ ยังมีการวิจัยในอังกฤษเมื่อปี 2010 ซึ่งทำการทดลองกับผู้ใหญ่ชาวอังกฤษ 2,000 คน ที่ดื่มและไม่ดื่มกาแฟ เปรียบเทียบกัน ก็พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ สมองเสื่อม โรคเกี่ยวกับตับและเบาหวาน น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟถึง 2 เท่า แกรี่ วิลเลียมสัน ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการของมหาวิทยาลัยลีดส์ในอังกฤษ ยกย่องว่ากาแฟเป็นหนึ่งใน 20 ของยาอายุวัฒนะที่ทุกคนควรดื่ม
ว่าแต่ว่าดื่มยังไงให้ได้ประโยชน์ล่ะ เพราะหากมองเผินๆ เมื่อเทียบกับประเทศที่ขายกาแฟต่อแก้วต่อวันมากที่สุดอย่างอเมริกาก็ยังดูป่วยๆ หรือกาแฟโบราณแบบไทยๆ ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งในลำไส้ลดลงสักเท่าไร ทั้งๆ ที่มีคนดื่มกาแฟกันแยะขึ้น
ถ้างั้นมันต้องมีเคล็ดลับสิ
ไม่ยากเลยครับ ดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์ก็คือดื่มเหมือนเราต้มยาจีน คือหลีกเลี่ยงกาแฟใส่นมในปริมาณมาก หลีกเลี่ยงน้ำตาล หรือส่วนผสมอื่นๆ เช่น วิสกี้ หรือน้ำเชื่อม ไซรัปต่างๆ ควรดื่มกาแฟที่ผ่านการชงแล้ว ไม่ต้องใส่อะไรลงไป จะร้อนจะเย็นก็ได้ครับไม่ว่ากัน และหลีกเลี่ยงกาแฟสำเร็จรูป (ซึ่งจริงๆ เราไม่นับอยู่แล้วว่านั่นเป็นกาแฟ เป็นแค่อะไรที่กลิ่นดูคล้ายๆ เท่านั้น) ด้วยเครื่องดื่มแบบนี้คุณจะดื่ม 3 แก้วหรือ 4 แก้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือหากคุณเป็นคนที่ไวต่อกาเฟอีนน่าจะเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อนครับ หรือหันมาดื่มกาแฟแบบ Decafe ก็ได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าตะพึดตะพือดื่มแต่กาแฟนะครับ ไม่กินอาหารอย่างอื่นที่มีประโยชน์ อันนั้นก็ผิดเช่นกัน ทางที่ดีควรทำทุกอย่างให้สมดุล เบาๆ หนักๆ สลับกันไป ที่สำคัญต้องมีความหลากหลายของอาหารที่คุณกินควบคู่ไปด้วย
และถ้าจะดื่มกันเยอะขนาดนี้ เลือกเมล็ดกาแฟที่ดีหน่อยก็คุ้มกว่าครับ เอาแบบที่สืบค้นที่มาได้แน่นอนและมั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไร้สารตกค้าง
จะได้ดื่มกันสวยๆ สบายแฮ
หมายเหตุอ้างอิง :
www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15998896
www.nutraingredients.com/Suppliers2/Dietician-says-antioxidant-benefits-of-coffee-misunderstood







