
ของเก่าเล่าอดีต
ผมไม่ชอบนั่งเก้าอี้พลาสติกตามร้านอาหาร จะทั้งแบบมีพนักพิงหลังหรือแบบไหนๆ
ผมไม่ชอบนั่งเก้าอี้พลาสติกตามร้านอาหาร จะทั้งแบบมีพนักพิงหลังหรือแบบไหนๆ
เรื่อง/ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์
ผมไม่ชอบนั่งเก้าอี้พลาสติกตามร้านอาหาร จะทั้งแบบมีพนักพิงหลังหรือแบบไหนๆ ก็แล้วแต่ ที่ไม่ชอบเพราะต้องคอยลุ้นว่าล้มหรือไม่ล้ม ถ้าล้มจะล้มท่าไหน อะไรไม่น่าเจ็บใจเท่าถ้าล้มเจ็บตัวแล้วยังจะกลายเป็นตัวตลกให้คนหัวเราะอีก ที่จริงก็น่าเห็นใจเจ้าของร้าน ยิ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งหรือขายอาหารข้างถนนที่มีเนื้อที่จำกัด ต้องใช้โต๊ะ เก้าอี้ ชนิดเบาๆ วางจัดตั้งง่าย เวลาเก็บก็ยังง่ายอีก แค่ซ้อนๆ เข็นไปเก็บทีเดียวเสร็จ ข้อสำคัญราคาถูก ซื้อที่ไหนก็ได้ พังก็โยนทิ้งไป ซึ่งถ้าเป็นร้านประเภทอย่างที่ผมว่านี้เขาก็มีเหตุผลของเขาก็ไม่ว่ากัน
เก้าอี้พลาสติกนี่ต้องไปดูที่ต้นตอก็คือโรงงานผลิต สมัยแรกๆ ที่เพิ่งมีออกมาขายนั้น แข็งแรงกว่านี้เยอะ ผมจำได้ว่าแรกเริ่มนั้นเป็นเก้าอี้แบบมีพนักพิงหลังอย่างเดียวเท่านั้น ทำมาเพื่อสำหรับเป็นเก้าอี้นั่งเล่นนอกบ้าน ตากแดดตากฝนได้ พอคนเห็นดีก็เอามาใช้ในร้านอาหาร ส่วนเก้าอี้ตั้งไม่มีพนักพิงนั้นมาทีหลัง หลังจากนั้นก็ทำชุ่ยขึ้น อาจจะเพราะมีโรงงานเกิดขึ้นเยอะ ตัดราคากันเองให้ถูกลง คุณภาพมันก็แย่ลงเรื่อยๆ ผมเห็นเก้าอี้ในบางร้านมันพัง เจ้าของร้านก็ใช้วิธีเอามาซ้อนๆ กัน คงคิดว่าซื้อมาเปลี่ยนใหม่เดี๋ยวเดียวก็พังอีก สู้ซ้อนกันดีกว่า
เพราะเรื่องเก้าอี้พลาสติกนี่เองทำให้นึกถึงโต๊ะ เก้าอี้ ในร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟในอดีต ในยุคแรกๆ นั้นเป็นเก้าอี้ไม้สักสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่การเข้าไม้นั้นเป็นฝีมือช่างทำตัวต่อตัว ขาทั้ง 4 ข้างนั้นจะเป็นเดือยเจาะทะลุขึ้นมาถึงแผ่นเก้าอี้เลย ส่วนปลายขาเก้าอี้จะถ่างออกเล็กน้อย แล้วยังมีไม้ยึดตรงระหว่างขาทั้ง 4 ด้าน เป็นเก้าอี้ที่ใช้ฝีมือจริงๆ แข็งแรงทนทานทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้ตะปูสักตัวเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วเก้าอี้แบบที่ว่านี้ไม่ได้ทำเพื่อใช้ในร้านขายอาหารเท่านั้น ตามบ้านเรือนก็ใช้แบบนี้ เพราะมีอยู่แบบเดียว ก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะสั่งซื้อไปใช้ที่ไหน และเก้าอี้ไม้สักที่ว่านี้ยิ่งใช้ยิ่งขลัง มันเป็นเงางามเพราะง่ามก้นคน
ส่วนโต๊ะก็เช่นกัน ที่เป็นโต๊ะไม้สัก แผ่นโต๊ะต่อเป็นรูปทรงกลม ส่วนขานั้นเป็นระบบพับตั้ง พอกางขาโต๊ะออกมาแล้วก็เอาแผ่นโต๊ะวางบนขา มีตัวล็อกไม่ให้แผ่นโต๊ะขยับเขยื้อน เวลาเก็บก็ง่าย เพราะเขาจะไม่ใช้แผ่นไม้โต๊ะให้หนามากนักมันจะได้เบาแรงหน่อย ยกกางง่าย ยกเก็บก็สะดวก แผ่นโต๊ะนี่ก็เหมือนกันที่ยิ่งใช้ยิ่งสวย เพราะลายเสี้ยนไม้และสีผิวไม้สักมันจะชัดเจนขึ้น ก็มาจากการเช็ดถูบ่อยนั่นเอง เก็บชามก๋วยเตี๋ยว เก็บถ้วยกาแฟทีไรก็เช็ดโต๊ะทีนั้น
เดี๋ยวนี้ก็จะยังเห็นเก้าอี้และโต๊ะแบบนี้อยู่เหมือนกัน บางตัวอาจจะโยกคลอนไปบ้าง เจ้าของก็ใช้วิธีเอาก้านเหล็กมาพับดามตรงที่เป็นแผ่นเก้าอี้กับขาแล้วขันตะปูควงยึด แต่ร้อยทั้งร้อยขอซื้อก็ไม่ขาย
ผมไปเจอร้านก๋วยเตี๋ยวหมูที่ตลาดคลองระแหง ยังใช้เก้าอี้และโต๊ะแบบนี้ เห็นเก้าอี้และโต๊ะแล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยว ก็เห็นโต้งๆ เลยว่าเป็นร้านเก่าแก่ ชาวบ้านที่ตลาดระแหงก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย แถมยังแนะนำให้ผมกิน ที่ยังไม่ได้กินเพราะไปถึงที่นั่นก็ดิ่งไปกินที่ร้านแปโภชนาทุกครั้ง
พอหมดรุ่นนี้ก็เป็นยุคเก้าอี้ โต๊ะ ระบบโรงงาน เป็นเก้าอี้กลม ใช้ไม้เนื้ออ่อน พนักหลังพิงมีลูกกรงกลึงกลมๆ เป็นซี่ๆ พื้นเก้าอี้จะบุ๋มเล็กน้อย ขาเก้าอี้ก็จะกลม เก้าอี้แบบนี้จะเรียกกันทั่วไปว่าเก้าอี้เชกโก ผมไม่รู้ที่มาว่าทำไมถึงเรียกชื่ออย่างนี้ ส่วนโต๊ะรูปทรงจะเข้าชุดกัน พื้นเป็นหินอ่อน โต๊ะ เก้าอี้ เชกโก นี่ก็เป็นแบบเดียวอีกเช่นกัน หันซ้ายแลขวาไปทางไหนก็เห็นแบบนี้แม้กระทั่งในวัด
ตามร้านกาแฟนั้น ถ้าร้านใหญ่ๆ ก็จะใช้แบบนี้เป็นชุดๆ แต่ถ้าร้านเล็กหน่อยจะใช้เก้าอี้ไม้สักอย่างยุคแรกอยู่ ส่วนโต๊ะนั้นจะเหมือนโต๊ะเชกโก แต่พื้นแทนที่จะเป็นหินอ่อน เป็นหินขัด คือเป็นแผ่นหล่อปูนกับเม็ดหินละเอียด ปูนนั้นนิยมใช้ผสมสีแดง ถ้าไม่เป็นหินขัดก็เป็นหินล้าง คือเม็ดหินจะสูงกว่าเนื้อปูน เพราะเขาหล่อเป็นแผ่นแล้วใช้ระบบน้ำล้าง แผ่นปูโต๊ะที่เป็นหินล้างนี่ดีอย่างเวลาตั้งถ้วยกาแฟถ้วยไข่ลวกแล้วไม่ลื่น ผมเคยเจอร้านกาแฟร้านหนึ่งที่พื้นหินล้างก็แตก ขาโต๊ะก็ดามด้วยไม้บ้าง เหล็กบ้าง ยังไม่ยอมทิ้ง “ทิ้งทังลายอั๊วไช้มาโต้งเต่ลื้อยังไม่เกิก” นี่ก็เหมือนกันครับ เก่าแก่แน่ๆ น่านั่งกินกาแฟ ผมหวนหาร้านกาแฟสมัยก่อนครับ บนโต๊ะที่ว่านี้เคยเห็นเขาตั้งกาน้ำชาและตะเกียงน้ำมันเล็กๆ ไว้ แต่ไม่ได้เผื่อไว้สำหรับไฟดับ แต่จะไว้ให้คนสูบบุหรี่จุดบุหรี่สูบ โดยจะใช้กระดาษแข็งที่ตัดเป็นชิ้นยาวๆ เล็กๆ วางไว้ในถาด คนขายกาแฟถ้าว่างก็ตัดกระดาษแข็งเติมในถาดอยู่เรื่อยๆ บุหรี่สมัยก่อนเขาแกะซองและขายปลีกเป็นมวนด้วย แล้วการกินกาแฟนั้นก็ไม่เลือกเวลา ตอนเย็นก็ยังขายได้ ยิ่งตอนเย็นมีเหล้าขาว เชี่ยงซุน และเบียร์ขายอีกด้วย ผมชอบจริงๆ ร้านกาแฟแบบนี้ต้องนั่งคนเดียว นั่งแล้วจินตนาการฟุ้งกระจายอดีตมันพรั่งพรูจริงๆ
ยังมีเก้าอี้อีกแบบคล้ายเก้าอี้เชกโก แต่ไม่มีพนักพิงหลัง รูปทรงกลมอย่างเดียว เก้าอี้แบบนี้แพร่หลายมาก อาจจะเป็นเพราะว่าถูกกว่าก็ได้ หลายร้านยังเห็นใช้อยู่ครับ
ยังมีเก้าอี้ โต๊ะ อีกแบบครับที่เก่าแก่ เป็นเก้าอี้ชุดที่พนักพิงหลังสูงท่วมหัว แล้วมีปีกปิดทางด้านข้าง โต๊ะ เก้าอี้ ชุดนี้จะตั้งเข้าชิดด้านข้างกำแพง พูดถึงความสบายนั้นไม่ค่อยสบาย เพราะพนักพิงหลังนั้นตั้งฉากมากไปหน่อย มีหลายร้านยังใช้อยู่ เช่น ร้านอาหารฝรั่งแบบไหหลำ ก็มีสีลมภัตตาคาร ใกล้ๆ วัดแขก และฟูมุ่ยกี่ ซอยประชุม สีลม และร้านอาหารมุสลิมที่หัวถนนสีลมก็มีโต๊ะเก้าอี้แบบนี้ด้วย
ชุดโต๊ะเก้าอี้แบบนี้ขีดเส้นอายุความนิยมไว้เลยว่า ใช้กันเมื่อ 4050 ปีที่แล้ว จึงบอกอายุของร้านที่มีใช้มาถึงสมัยนี้ได้ เวลานั่งกินอาหารบนชุดโต๊ะ เก้าอี้ เก่าๆ แล้ว จะได้อะไรนอกเหนือรสชาติอาหารก็คือยังได้บรรยากาศของอดีต เก้าอี้ที่เรานั่งในตัวเดียวกันนี้เคยได้ให้ผู้ดีมีจนนั่งมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน สมมติว่าถ้าเก้าอี้มีสมองจดจำคนนั่งพูดได้ จะมีเรื่องมากมายสารพัด อาจจะมีทั้งด่าการเมือง นินทาเจ้านาย หรือเรื่องค้าขายกำไรจนร่ำรวย หรือมีคนมานั่งจีบกันกินกันไปด้วยก็ได้
เห็นไหมครับ โต๊ะ เก้าอี้ ก็มีอดีต ที่จะไม่ทันสร้างอดีตก็เก้าอี้พลาสติกรุ่นใหม่นี้เท่านั้น ยังไม่ทันไรก็พังเสียแล้ว แถมอาจจะทำให้คนนั่งล้มเจ็บตัวได้อีกด้วย







