
ต่อยอดธุรกิจเพื่อลูกรัก
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ... ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ... ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของลูกนั้น คนเป็นแม่ก็คิดละเอียดยิบตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ โดยฉพาะเรื่องกินนั้น คุณแม่ทุกคนมักจะห่วงมากเวลาที่ลูกจะหยิบอะไรเข้าปาก หรือยิ่งเวลาลูกกินยากคุณแม่ก็เครียดไม่น้อยเลย เช่น เธอคนนี้ในแวดวงกีฬานั้นรู้จักเธอกันดีในฐานะผู้ประกาศข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ เธอโลดแล่น
อยู่ในแวดวงกีฬามานานกว่า 10 ปี
อีกบทบาทที่เปลี่ยนไปและสำคัญไม่แพ้กันก็คือ บทบาทของความเป็นแม่ ที่เริ่มได้ไม่นานในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่เธอได้บทใหม่ในชีวิตคือการเป็นคุณแม่ลูกสอง ทำให้มุมมองหลายอย่างของเธอเปลี่ยนไป เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินของลูกน้อยที่กินอาหารยาก เธอจึงสรรหาสูตรอาหารเพื่อจะให้ลูกน้อยนึกอยากอาหารและกินได้ง่ายๆ
เธอเริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจอาหารสำหรับเด็กขึ้นมาว่า เพราะลูกชายวัย 3 ขวบของเธอไม่ค่อยยอมกินข้าว ก็เลยคุยกับเพื่อนสนิทอีก 2 คน ที่เป็นแม่ลูกอ่อนเหมือนกันและมีปัญหาแบบเดียวกัน ก็เลยช่วยกันคิดว่าจะทำอาหารอะไรให้ลูกกินได้อร่อยและสุขภาพดี ก็ลองทำหมูหยองผสมปลาเล็กปลาน้อยลงไปเพื่อลูกจะได้วิตามินและโปรตีนไปพร้อมๆ กัน แน่นอนว่าจะไม่ใส่สารกันบูดอะไรต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัยกับลูกน้อย
ปรากฏว่าลองทำมาให้ลูกๆ ของพวกเรากินแล้วลูกชอบ กินข้าวได้ง่ายขึ้นและกินได้มากขึ้น ทำมาอยู่สักครึ่งปีก็เลยคิดว่าถ้าลูกเรามีปัญหาแบบนี้ลูกคนอื่นก็คงเป็น แล้วเพื่อนคนหนึ่งเขามีโรงงานผลิตแหนม ไส้กรอกอยู่แล้ว เราลองทำขายแล้วสร้างแบรนด์ของเราดูไหม เมื่อทั้ง 3 คน มีความเห็นตรงกัน ก็เริ่มวางแผนว่าจะทำกี่สูตรกี่รสชาติ ขายที่ไหนอย่างไร ทดลองสูตรชิมกันเองมาเป็นเวลาเกือบ 6 เดือน ลองบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายแหล่
ในที่สุดเธอก็ได้สร้างแบรนด์ Little Munchy เมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยสินค้าชิ้นแรกก็คือหมูหยองผสมหมูฝอยสูตรดั้งเดิม กับสูตรผสมปลาข้าวสารตัวเล็กๆ เพื่อเสริมโปรตีนและแคลเซียม โดยการนำไปทอดเบาๆ ก่อนนำไปอบกรอบเพื่อไล่น้ำมัน “อย่างที่บอกว่าจุดประสงค์คือทำให้ลูกน้อยกินต้องสะอาด ปลอดภัย คุณภาพดี ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรส ใช้น้ำมันน้อยไม่ให้มีมันเยิ้มติดก้นกระป๋อง คือต้องอร่อย ดี มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการ เด็กกินได้ คนแก่กินดี บางทีคุณตาคุณยายฟันไม่ดีก็เอาไปกินกับข้าวต้มก็ได้ สำหรับผู้ใหญ่พ่อแม่ก็เอาไว้กินเล่นเป็นของว่างก็ได้เหมือนกัน กินได้กันทั้งครอบครัว” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากออกสินค้าตัวแรกคือหมูฝอยผสมหมูหยองมาแล้ว หลังจากนั้นเธอก็เพิ่มสินค้าตัวใหม่ขึ้นมาก็คือไส้กรอกรสดั้งเดิม กับรสชีส โดยรสดั้งเดิมนั้นเธอจะผสมผักอย่างแครอต ฟักทอง หั่นชิ้นเล็กๆ ผสมเข้าไปในเนื้อไส้กรอกเพื่อที่เด็กๆ จะได้สารอาหารจากผักด้วย เพราะเด็กบางคนไม่ชอบกินผักเลยจะเขี่ยออก สูตรของเธอนั้นหั่นจนเล็กจิ๋วจนเด็กเขี่ยออกไม่ได้ ลูกๆ จะได้กินผักเข้าไปแบบไม่ทันรู้ตัว
“ไส้กรอกจะทำมาจากอกไก่ ใช้หมูล้วนไม่ผสมมัน ใช้หมูอนามัย เราเลือกสรรคัดคุณภาพให้ลูกเราอย่างไร ก็ทำออกขายแบบนั้น คือเราคิดว่าลูกใครๆ ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เช่นกัน แน่นอนว่าราคาอาจจะสูงกว่าทั่วไปบ้าง เพราะเลือกคุณภาพที่ดี อย่างกระปุกหมูหยองขอบกระปุกจะเลือกให้โค้งมนเพื่อไม่ให้บาดนิ้วเด็กได้คือคิดแทนลูกเราเลย แบบให้ดีที่สุดที่จะทำให้เด็กๆ ได้” เธอกล่าวอย่างตั้งใจ
หลังจากเริ่มธุรกิจมาได้เกือบปี เธอก็อยากจะพัฒนาสินค้าต่อไปเป็นลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นไก่ แล้วใส่ผักใส่สาหร่ายหรืออะไรที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ เข้าไปด้วย คือพยายามจะนึกว่าเด็กๆ ชอบกินอะไร เอาความชอบของเด็กเป็นที่ตั้ง
สุฐิตา บอกต่อไปด้วยว่าเป็นธุรกิจแรกของเธอ ที่ทำด้วยความตั้งใจเริ่มจากความรักความห่วงใยของเธอที่มีต่อลูก และยังส่งต่อไปยังลูกรักของคุณแม่คนอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงทำด้วยความใส่ใจเป็นที่ตั้ง ผลกำไรเป็นเรื่องรองลงไป เพราะไม่ได้ทำเป็นธุรกิจที่หวังผลกำไรจนร่ำรวยอะไรจากตรงนี้ มันคืองานที่เกิดจากเรื่องบังเอิญแล้วต่อยอดมาเป็นธุรกิจ พอเหลือกำไรบ้างก็พอใจแล้ว แค่อยากให้เด็กๆ ได้มีอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ นั่นคือจุดประสงค์หลักของบรรดาแม่ๆ อย่างพวกเธอ
ส่วนหลักการบริหารธุรกิจนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย คือทำด้วยความรักความใส่ใจ คัดของที่มีคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป การตลาดก็ไม่ได้เน้นลดแลกแจกแถมอะไร เพราะไม่ได้ทำมาเพื่อแข่งขันตัดราคาแค่มีความสุขความสบายใจที่ได้ทำแค่นั้นเพียงพอแล้ว โภชนาการดีครบจบในเมนูเดียว และหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ทั่วไป เธอกล่าวทิ้งท้าย







