
เส้นสีเริงระบำ การ์ลอส เมริดา
ณ พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ซาน อันโตนิโอ รัฐเทกซัส สหรัฐ เส้นสีที่ดูมีชีวิตของศิลปินชาวกัวเตมาลา การ์ลอส เมริดา
โดย...อฐิณป ลภณวุษ
ณ พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ซาน อันโตนิโอ รัฐเทกซัส สหรัฐ เส้นสีที่ดูมีชีวิตของศิลปินชาวกัวเตมาลา การ์ลอส เมริดา จากนิทรรศการถาวร ร่วมกับชิ้นงานอีกกว่า 30 ภาพ นำมาจัดแสดงในส่วนของโกลเดน แกลเลอรี่ กับ Carlos Merida : Selections From the Permanent Collection ซึ่งทำให้เราได้เห็นความหลากหลายในผลงาน และพัฒนาการในการสร้างสรรค์ศิลปะตลอดช่วงชีวิตของเขา ตั้งแต่วันนี้-29 ม.ค. 2017
“การ์ลอส เป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นแรกๆ ที่ได้นำเอาศิลปะยุโรปสมัยใหม่ มาผสมผสานกับศิลปะสไตล์ละตินอเมริกาได้อย่างน่าสนใจ” แมเรียน โอตทิงเกอร์ ภัณฑารักษ์แผนกศิลปะละตินอเมริกา ของพิพิธภัณฑ์หอศิลป์ซาน อันโตนิโอ บอกอีกว่า ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ตื่นเต้นมากที่ได้รวบรวมผลงานของเขาเอาไว้เป็นกลุ่มก้อน และเปิดให้สาธารณชนได้ชม
การ์ลอส เมริดา มีเชื้อสายโคลอมเบีย หากไปเกิดที่กัวเตมาลา (ปี 1891) เขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางแวดล้อมของศิลปะมายาโบราณ รวมทั้งศิลปะสไตล์พื้นเมืองละตินอเมริกา
สมัยเด็กๆ การ์ลอสได้รับการศึกษาทั้งทางด้านศิลปะและดนตรี โดยเบื้องแรกเขามีใจรักทางด้านดนตรีมากกว่า และจริงจังกับการเรียนเปียโน หากก็เรียนศิลปะไปควบคู่กันด้วย ทว่า พออายุ 15 ได้เกิดความผิดปกติที่หู ซึ่งมีผลกระทบต่อการได้ยิน กลายเป็นการยุติความฝันสายดนตรีของเขา เคราะห์ดีที่ยังมีความสามารถทางศิลปะคอยฟื้นฟูจิตใจในวันที่ท้อแท้ได้
เมื่อมีเส้นทางที่มุ่งมั่น การ์ลอส เมริดา จึงเข้าศึกษาในสถาบันศิลปะ Instituto de Artes y Oficios ต่อด้วย Instituto de Ciencias y Letras ในกัวเตมาลา ซิตี้ แล้วก็เริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินอาวองต์-การ์ดของละตินอเมริกา หลังจากย้ายไปอาศัยและสร้างสรรค์งานศิลปะในเม็กซิโก และกลายเป็นศิลปินในเม็กซิโกรายแรกๆ ในสายศิลปะแอบสแทรกต์ที่ประสบความสำร็จอย่างสูง รวมทั้งมีชื่อเสียงในฐานะนักวาดจิตรกรรมฝาผนังของเม็กซิโก หรือมูรัลลิสม์ในอันดับต้นๆ อีกด้วย โดยมีผลงานอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องในเม็กซิโกมากมาย แม้ว่าจะสูญสลายไปหลายชิ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเม็กซิโก ซิตี้ เมื่อปี 1985 ก็ตาม
เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่กลายเป็นภาพลักษณ์ และทูตศิลปะพื้นถิ่นละตินอเมริกาและเม็กซิกัน เคียงคู่มากับดิเอโก ริเวราและเจราร์โด มูริลโย การเดินทางไปสหรัฐและยุโรปหลายครั้งของเขา ไปเพื่อศึกษาด้านศิลปะ รวมทั้งไปในฐานะศิลปินตัวแทนอเมริกาใต้ และเป็นทูตวัฒนธรรมอีกด้วย
ในทศวรรษที่ 1910 การ์ลอสเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาหลงใหลในศิลปะอาวองต์-การ์ด และได้อยู่ท่ามกลางแวดวงศิลปินแห่งยุคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น อเมเดโอ โมดิกลานี หรือปาโบล ปีกัสโซ ก่อนที่จะกลับมาที่ยุโรปอีกครั้งในทศวรรษที่ 1920 แล้วก็ตกหลุมรักศิลปะแนวเซอร์เรียลิสม์, คอนสตรักทิวิสม์ รวมทั้งจีโอเมทริก แอบสแทรกชัน ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนั้น
ขณะที่การเดินทาง
ไปสหรัฐ ทำให้เขาได้มุมมองใหม่ๆ ในงานศิลปะ การ์ลอส บันทึกเอาไว้ว่า หลังกลับจากอเมริกาทำให้เขามองเห็นบ้านเรือนและสีสันในเม็กซิโกแตกต่างออกไป โดยเฉพาะด้านแสงและสีสัน นอกจากนี้ การกลับจากประเทศสุดแสนจะทันสมัย ทำให้การ์ลอสมองเห็นถึงคุณค่าของศิลปะพื้นถิ่นมากยิ่งขึ้น นั่นทำให้เข้าสร้างสรรค์ภาพชุด ชนพื้นเมือง (Indigenous themes) ออกมาในแนวแอบสแทรกต์ ซึ่งแสดงถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะละตินอเมริกากับศิลปะตะวันตกได้เป็นอย่างดี
สำหรับนิทรรศการ Carlos Merida : Selections From the Permanent Collection แสดงให้เห็นผลงานหลากมุมมองและหลายแขนงของศิลปินจากกัวเตมาลา ตั้งแต่ภาพวาดในยุคแรกๆ อย่าง Images of Guatemala (1925-1927) หรือ Birds of Paradise (1936) ที่เริ่มมีความเป็นแอบสแทรกต์มากขึ้น ขณะที่ Mexican Costume (1941) เป็นผลงานที่แสดงเทคนิคการใช้สีผสมกาว หรือ Gouaches ของการ์ลอส ที่มาในนิทรรศการครั้งนี้ครบทั้ง 25 ภาพในซีรี่ส์เครื่องแต่งกายชาวเม็กซิกัน และแน่นอน กับภาพชุดชนพื้นเมือง ที่เป็นคอลเลกชั่นใหญ่ที่สุดของเขา
ด้านจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ก็ยังยกมาแสดงไว้ที่นี่ เช่นว่า HemisFair’68 ผลงานโมเสกประดับผนังขนาดใหญ่ ก็นำมาประดับไว้ที่หน้าหอประชุมของพิพิธภัณฑ์ฯ ด้วย







