posttoday
ลีกผู้ดีอู้ฟู่...ช็อปพันล้าน เรือใบแชมป์เจ้าบุญทุ่ม

ลีกผู้ดีอู้ฟู่...ช็อปพันล้าน เรือใบแชมป์เจ้าบุญทุ่ม

02 กันยายน 2559

โดย...นูโน่

โดย...นูโน่

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดลงเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนวันที่ 31 ส.ค. พร้อมกับการสร้างสถิติใหม่สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจโลกของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยยอดช็อปทะลุหลัก 1,000 ล้านปอนด์ เป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

ลีกลูกหนังที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ปิดตลาดด้วยยอดรวม 1,165 ล้านปอนด์ (ราว 5.3 หมื่นล้านบาท) ทำลายสถิติ 870 ล้านปอนด์ของฤดูกาลที่แล้ว ตั้งแต่ก่อนเส้นตายถึง 1 สัปดาห์ ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างลีกเซเรีย อา อิตาลี เกือบเท่าตัว โดยมีเพียงลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่มีการรัดเข็มขัดทุ่มเงินเสริมทัพน้อยลงจากช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ลา ลีกา สเปน ยังรักษามาตรฐานเท่าเดิม ส่วนหนึ่งเพราะยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด โดนแบนและใช้เงินต่ำสุดในรอบ 13 ปี แค่ 25 ล้านปอนด์ (ราว 1,150 ล้านบาท) จากการคว้า อัลบาโร โมราตา ด้วยเงื่อนไขซื้อกลับจากยูเวนตุส

เฉพาะวันสุดท้ายลีกผู้ดีใช้ไปมากกว่า 155 ล้านปอนด์ (ราว 7,130 ล้านบาท) โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การคว้า ดาวิด ลุยซ์ กองหลังแซมบ้าจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง กลับมาค้าแข้งกับเชลซี ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ (ราว 1,564 ล้านบาท) หลังขายให้เปแอสเช เมื่อ 2 ปีก่อนด้วยสถิติค่าตัวแพงสุดในโลกของกองหลัง 50 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ สเปอร์สยังทุ่ม 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,380 ล้านบาท) คว้าตัว มุสซา ซิสโซโก มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสมาจากนิวคาสเซิล ท่ามกลางภาพรวม 13 สโมสรในลีกทำลายสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดของตัวเองในซัมเมอร์นี้

ปัจจัยสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ามีผลต่อการใช้จ่ายแบบมือเติบของหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก คือ การได้ประโยชน์จากสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกที่สูงเป็นสถิติ 5,100 ล้านปอนด์ (ราว 2.3 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากสัญญารอบก่อน (2013-2016) กว่า 2,000 ล้านปอนด์ (ราว 9.2 หมื่นล้านบาท)

“การเพิ่มขึ้นของสัญญาถ่ายทอดสด ซึ่งเริ่มรอบใหม่ในฤดูกาล 2016-2017 เป็นตัวขับเคลื่อนพลังการใช้จ่ายในครั้งนี้” แดน โจนส์ หุ้นส่วนของบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินดีลอยต์ กล่าว

ขณะที่ เทรเวอร์ ซินแคลร์ อดีตปีกทีมชาติอังกฤษ มองว่าการมียอดเงินสะพัดจำนวนมากเช่นนี้มีเหตุผลด้านเศรษฐศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน

“ผู้คนต้องการดูพรีเมียร์ลีก หากใครจะได้รับประโยชน์ทางการเงิน แน่นอนมันควรจะเป็นนักเตะ พวกเขาคือคนที่ทำให้มันเกิดขึ้น” ซินแคลร์ กล่าว

สำหรับทีมที่ครองตำแหน่ง“เจ้าบุญทุ่ม” มากที่สุดในซัมเมอร์นี้ คือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่อย่างเปป กวาร์ดิโอลา หลังควักกระเป๋าไปถึง 167 ล้านปอนด์ (ราว 7,682 ล้านบาท) จากการคว้าตัวหลักๆ อย่าง จอห์นสโตน จากเอฟเวอร์ตัน และเลรอย ซาเน มาจากชาลเก 04

ขณะที่คู่ปรับร่วมเมือง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ยอมน้อยหน้าให้งบ โจเซ มูรินโญ ช็อปแบบหนำใจ 163.5 ล้านปอนด์ (ราว 7,521 ล้านบาท) พร้อมทำลายสถิติค่าตัวนักเตะแพงที่สุดในโลก จากการยุติมหากาพย์คว้า พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส กลับมาโอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง ด้วยมูลค่า 89 ล้านปอนด์ (ราว 4,094 ล้านบาท) ร่วมกับ เฮนริก มคิตาร์ยาน กองกลางอาร์เมเนีย และเอริก ไบญี กองหลังไอวอรีโคสต์

หลังประสบความล้มเหลวอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว เชลซีก็กลับมาทุ่มเงินไปไม่น้อยถึง 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,520 ล้านบาท) จากการเสริม ลุยซ์ และบิชี บัตชัวญี กองหน้าเบลเยียมจากมาร์กเซย เอ็นโกโล ก็องเต จากเลสเตอร์ และมาร์กอส อลอนโซ ปราการหลังจากฟิออเรนตินา ที่เข้ามาเสริมทัพอีกคนในวันสุดท้าย

นอกจากนี้ สโมสรที่แย่งอันดับท็อป 4 ยังปล่อยนักเตะให้ยืมตัวจำนวนมาก ถ้าคิดจากมูลค่าค่าตัวของนักเตะรวมแล้วมีมูลค่าถึง 153 ล้านปอนด์ (ราว 7,038 ล้านบาท) นำโดยแมนฯ ซิตี้ที่มีทั้ง โจ ฮาร์ต, ซาเมียร์ นาสรี,วิลเฟรด โบนี และเอเลียควิม ม็องกาลาส่วนเชลซีปล่อยตัวให้ยืมถึง 21 คน นำโดย ฮวน กัวดราโด ขณะที่อาร์เซนอลตกลงให้บอร์นมัธยืมตัว แจ็ก วิลเชียร์ ไปเสริมแกร่ง

เจมี เรดแนปป์ อดีตนักเตะลิเวอร์พูล เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จในการลงทุนมากที่สุด หลังไม่ได้หว่านไปทั่ว แต่ โจเซ มูรินโญ ซื้อนักเตะที่ต้องการจริงๆ

“คุณเห็นได้จากที่พวกเขาดูจะกลับมาเป็นแมนฯ ยูไนเต็ดทีมเดิมอีกครั้ง ผมคงต้องบอกว่า พอล ป็อกบา คือ การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุด เขาเป็นมากกว่านักเตะ ทุกคนพูดถึงทรงผม ชุดแข่ง และเด็กๆ ก็ชอบเขา ผมคิดว่าเขาจะเป็นสตาร์ของลีก” เรดแนปป์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์