
คราวด์ฟันดิ้ง ระดมทุนสานฝันธุรกิจ
หลายๆ คนมีไอเดียและต้องการมีธุรกิจแปลกใหม่เป็นของตัวเอง แต่ 1 ใน 100 คนเท่านั้นที่พยายามจะทำให้ไอเดียของตัวเองให้ออกมาเป็นรูปธรรม
โดย...โยธิน อยู่จงดี
หลายๆ คนมีไอเดียและต้องการมีธุรกิจแปลกใหม่เป็นของตัวเอง แต่ 1 ใน 100 คนเท่านั้นที่พยายามจะทำให้ไอเดียของตัวเองให้ออกมาเป็นรูปธรรม และมีเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถทำจนประสบความสำเร็จ เพราะอุปสรรคสำคัญของพวกเขาคือ เงินลงทุน ซึ่งยากที่ธนาคารจะปล่อยกู้ แต่ทว่ายุคนี้สมัยนี้ช่างโชคดีเสียนี่กระไรที่มี คราวด์ฟันดิ้ง (Crowdfunding) แหล่งเงินทุนของคนที่เห็นด้วยกับไอเดียของเรา และพร้อมที่จะช่วยให้ไอเดียกลายเป็นความจริง ด้วยการสละเงินเพียงคนละเล็กคนละน้อย เมื่อมีคนสนใจจำนวนมากก็กลายเป็นเงินทุนมหาศาลอย่างคาดไม่ถึง
คราวด์ฟันดิ้งคืออะไร
คราวด์ฟันดิ้ง เกิดขึ้นมาราวๆ ปี 2008 ซึ่งไล่เลี่ยกับการเกิดธุรกิจประเภทสตาร์ทอัพ โดยมีเว็บไซต์คราวด์ฟันดิ้ง เป็นศูนย์กลางในการระดมทุนจากบุคคลทั่วไป ที่สนใจร่วมหุ้นในกิจการที่มีอยู่แล้วโดยไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ หรือลงทุนในไอเดียธุรกิจเปิดใหม่เพื่อรับสิทธิได้ใช้สินค้าก่อนใคร ซึ่งสินค้านั้นอาจจะเป็นสินค้าที่ตรงความต้องการเฉพาะกลุ่ม แต่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดได้เคยผลิตออกมาจำหน่าย
ช่องทางนี้ก็คล้ายๆ กับการรวมหุ้นระหว่างเพื่อนๆ เพื่อเปิดร้านอาหารสักแห่ง หรือลงขันกันซื้อสินค้าในราคาเหมาแล้วมาแบ่งกันก็จะได้สินค้าในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพียงแต่คราวนี้คนที่ลงหุ้นลงขันร่วมกันไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก แต่เป็นคนทั่วไปที่เราไม่เคยเห็นหน้า แต่ถูกใจไอเดีย และต้องการมีส่วนร่วมในความสำเร็จเดียวกัน
ณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา ผู้ก่อตั้ง MEEFUND.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์คราวด์ฟันดิ้ง อธิบายถึงรูปแบบการระดมทุนจากคนหมู่มาก ในงาน Descendants of the Fund ทุนนี้...เพื่อเธอ ณ วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเร็วๆ นี้ว่า คราวด์ฟันดิ้ง แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน คือ โดเนชั่น เบสด์ (Donation Based) คืออยากจะทำดีก็เข้ามาแชร์แล้วเราสนใจก็ให้เงินลงทุน เจ้าของโครงการก็ให้ความสบายใจกลับไปเป็นผลตอบแทน อย่างเทใจดอตคอม เป็นต้น รูปแบบการดำเนินการมักเป็นโครงการเพื่อสังคม ใครชอบอะไรอยากสนับสนุนอะไรก็ไปบริจาค แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความสุขความสบายใจ หรืออาจจะมีใบแสดงความขอบคุณที่ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมในด้านใดด้านหนึ่งกลับมา
“ประเภทที่ 2 ก็คือ เล็นดิ้ง เบสด์ (Lending Based) มีรูปแบบของการระดมทุนให้เจ้าของกิจการที่มีไอเดียนำไปลงทุน และมีข้อตกลงให้ผลตอบแทนเป็นเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยกลับมา แต่หากผลตอบแทนนั้นเป็นไปในรูปแบบให้เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นที่จะได้ปันผลกำไรคล้ายกับการเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ อย่างนี้เราจะเรียกว่าเป็น อีควิตี้ เบสด์ (Equity Based) และประเภทสุดท้ายก็คือ รีวอร์ด เบสด์ (Reward Based) เป็นรูปแบบของการให้ของที่ระลึก ของรางวัลเป็นแรงจูงใจในการร่วมลงทุนแทนการได้เงินกลับมา”
ไม่ว่าจะเป็นเบสด์ไหน ก็เริ่มต้นจากการที่เรามีไอเดียในการทำธุรกิจ หรือโครงการเพื่อสังคมสักโครงการ และนำไอเดียหรือแผนธุรกิจนี้ไปโพสต์บอกในเว็บไซต์ประเภทคราวด์ฟันดิ้ง ซึ่งในประเทศไทยก็จะมีเว็บหลักๆ เช่น Ruckdee.com, MEEFUND.com และ Taejai.com คนที่สนใจในเรื่องการลงทุนก็จะเข้ามาดูไอเดียในเว็บไซต์เหล่านี้ และลงชื่อสนับสนุนพร้อมโอนเงินร่วมทำธุรกิจ ซึ่งเว็บไซต์จะเป็นผู้ดูแลและคอยตรวจสอบการทำงาน ไม่ให้เจ้าของไอเดียนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เมื่อไอเดียหรือแผนธุรกิจประสบความสำเร็จพวกเขาก็จะได้รับผลตอบแทนตามข้อตกลงที่เจ้าของไอเดียได้ตั้งไว้
ทุนสร้างฝันให้เป็นจริง
ณัฐวุฒิ ยกตัวอย่างต่อว่า สมมติใครคนหนึ่งอยากจะทำสมาร์ทวอตช์ขึ้นมาโดยเขามีความสามารถและมั่นใจได้ว่าสามารถผลิตออกมาได้โดยมีความสามารถอย่างโน้นอย่างนี้ที่น่าสนใจ แต่เขาขาดเงินลงทุนก็มาประกาศว่าเขาต้องการจะทำสมาร์ทวอตช์ตัวนี้ขึ้นมีใครสนใจบ้าง โดยเขาจะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ที่ให้ทุนสนับสนุนด้วยการมอบสมาร์ทวอตช์เรือนนี้ให้เป็นของตอบแทน ซึ่งตอนให้ทุนเราอาจจะให้ไป 500 บาท แต่มูลค่าเมื่อสินค้านั้นวางจำหน่ายอาจจะอยู่ที่ 7,000 บาทขึ้นไป
“เน็ตไอดอลคนนึงโด่งดังมาจากการร้องคัฟเวอร์เพลงคนอื่น แต่เกิดอยากจะมีเพลงของตัวเองขึ้นมาแล้วผลิตแผ่นซีดีวางจำหน่าย ก็ขอระดมทุนจากแฟนคลับโดยให้ผลตอบแทนเป็นแผ่นเพลงของเธอ แฟนคลับก็ช่วยกันออกเงินคนละ 10 บาท ถ้ามีแฟนคลับ 1 แสนคน ก็มีทุน 1 ล้านบาท ถ้าช่วยกัน 10 ล้านคนก็เป็นเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงแต่เราจะได้เงินลงทุนแต่เรายังได้รู้ว่ามีคนต้องการฟังมากเท่าไหร่ โดยคนที่ให้เงินทุนทุกคนจะได้รับเซตภาพลิมิเต็ดเอดิชั่นพร้อมลายเซ็นของเธอ อย่างนี้ก็เป็นคราวด์ฟันดิ้งอย่างหนึ่ง เทียบกับสมัยก่อนที่อยากจะฟังเพลงต้องเสียเงินหลายร้อยบาทเพื่อซื้อซีดี แต่เดี๋ยวนี้ 10 บาทก็หาฟังกันได้แล้ว
อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายหนึ่งขายสินค้าที่ผลิตจากยางในรถยนต์ทำเป็นกระเป๋าส่งขายต่างประเทศ แต่มาวันหนึ่งเขาอยากจะขายในศูนย์การค้า แต่ปัญหาก็คือมีค่าใช้จ่ายสูงในการเริ่มต้น และเขาไม่มีเงินมากพอขนาดนั้น ไปกู้ธนาคารก็ยุ่งยาก เขาจึงใช้วิธีการระดมทุนจากคนที่สนใจโดยให้ผลต่างตอบแทนเป็นกระเป๋าซึ่งเป็นสินค้าของเขาเอง วิธีนี้นอกจากเราจะได้เงินแล้ว เขายังจะรู้ได้ว่ามีคนสนใจต้องการกระเป๋าของเขามากน้อยแค่ไหน”
เริ่มต้นอย่างไรให้ได้คนลงทุน
ดร.เอกศักดิ์ แดงเดช เจ้าของรายการ คราวด์ฟันดิ้ง โก ไลฟ์ ออน ทีวี แนะนำกับผู้เริ่มต้นคราวด์ฟันดิ้งว่า การพูด การทำ การคิด มันต่างกัน แต่ถ้าไอเดียมันใช่มันโดนเราก็เริ่มกู้เงินให้ 40 ล้าน โดยไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
“แต่เราต้องเชื่อในสิ่งเดียวกันก่อนว่า การมีหุ้นเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่มีกำไร ดีกว่าการมีหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่ขาดทุน และการที่มีหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่มีกำไรมาก ดีกว่าลงทุน 50 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่มีกำไรน้อย
สิ่งที่ไม่สามารถสลัดออกไปจากความคิดของเราคนไทยในการทำธุรกิจได้ ก็คือเรื่องการของมีหุ้นส่วน เราฝันอยากจะมีบริษัทใหญ่โตแต่ไม่อยากมีหุ้นส่วน ไม่อยากกู้ธนาคารนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซีพี มีเงินมหาศาลเขายังกู้ธนาคารเลย เพราะธนาคารเขาระดมเงินทุนจากประชาชนไว้พร้อมแล้ว รออยู่ว่าเขาจะเอาเงินไปลงทุนที่จุดไหน เราจึงต้องปรับทัศนคติที่ว่าเกี่ยวกับการมีหุ้นส่วน และหากจะทำธุรกิจอะไรเราต้องมีฐานข้อมูลมารองรับแนวคิดว่าเราจะสามารถทำได้สำเร็จ หากเราไม่รู้ข้อมูลตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าก็นับว่ายากมากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
ยกตัวอย่างคนที่มาออกรายการของผมคนหนึ่ง ต้องการทำแอพพลิเคชั่นออฟฟิศใช้งานกับไอโอเอส และแอนดรอยด์ ผมคิดว่าเราลองมาทำคราวด์ฟันดิ้งกันดูว่า ต้องการระดมเงินทุนคนละ 50 บาท 100 คนแรกจะได้แอพพลิเคชั่นนี้ไปใช้ในราคาเพียง 50 บาท ถามในรายการตอนนั้นเลยว่ามีใครสนใจบ้าง ไม่ถึง 5 นาทีมียอดคนส่งข้อความแสดงความสนใจในเพจเฟซบุ๊ก 200 คน และในอีกชั่วโมงครึ่งถัดมามีคนสนใจ 500 คน เพียงเท่านี้เขาก็ได้เงินลงทุนมาเริ่มต้น โดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะไอเดียของเขาขายได้ เป็นที่ต้องการของตลาด
ต่อมาเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดอย่างแรกคืออย่ากลัวที่จะถูกขโมยไอเดีย เพราะเราต้องทดสอบแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จบนกระดาษด้วย
การพูดคุยตอบคำถามของคนอื่นให้ได้ว่า เราจะประสบความสำเร็จจากไอเดียนี้ได้อย่างไร เรามักจะกลัวว่าจะเมื่อพูดไปแล้วเราจะถูกขโมยไอเดียของเรา แต่กับคราวด์ฟันดิ้งแล้วคุณต้องเล่าไอเดียของคุณออกมาทั้งหมดเพื่อให้คนที่สนใจไอเดียของคุณเข้าใจได้ว่ามันคืออะไรและคุณจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ”
นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ผู้ก่อตั้ง Ruckdee.com ทิ้งท้ายกับผู้ที่จะเริ่มระดมทุนว่า ด้วยโซเชียลมีเดีย โลกอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ในปัจจุบัน คุณไม่มีทางที่จะปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของคุณได้เลย และถ้าไอเดียของคุณมีคนเอาไปทำจนประสบความสำเร็จ นั่นก็หมายความว่าไอเดียของคุณมันใช้ได้จริง แต่คุณทำมันไม่สำเร็จเอง ดังนั้นไอเดียเป็นเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของความสำเร็จทั้งหมด ที่เหลืออีก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์คือความพยายามที่จะทำให้สำเร็จซึ่งคุณจะต้องทำให้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น







