
ทีมเวิร์ก-จิตใจ ตัวแปรบอลไทยไปบอลโลก
ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมประเดิมฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียในสัปดาห์นี้แล้ว
โดย...ชมณัฐ
ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมประเดิมฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียในสัปดาห์นี้แล้ว ท่ามกลางความคาดหวังของคนทั้งประเทศ ซึ่งสองนัดแรกถือเป็นเกมที่ต้องโฟกัส เพราะหากสกอร์ออกมาไม่ตามเป้า นอกจากจะส่งผลถึงอนาคตในการเข้ารอบแล้ว อาจกระทบต่อจิตใจด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะแมตช์แรกกับ ซาอุฯ ที่ต้องมีแต้มกลับบ้านสถานเดียว!!
แข้งไทย จะไปเยือน ซาอุดิอาระเบีย คืนวันที่ 1 ก.ย. ที่ คิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม ตามเวลาไทย 00.30 น. ในนัดแรกของ กลุ่มบี และเปิดราชมังคลากีฬาสถาน รับมือ ญี่ปุ่น วันที่ 6 ก.ย.เวลา 19.15 น. และ
เมื่อดูจาก 23 นักเตะที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ เรียกใช้สู้ศึก ก่อนยกพลไปเก็บตัวที่กาตาร์และโดนเจ้าถิ่นสอนเชิงในเกมอุ่นเครื่อง 0-3 แล้ว ตัวหลักคงหนีไม่พ้นหน้าเดิมๆ
ไฮไลต์ที่หลายคนจับตาอย่าง ชาริล ชัปปุยส์ ที่คัมแบ็กติดธงในรอบ 2 ปี ยังไม่มีโอกาสได้สร้างสรรค์เกมให้เพื่อนเหมือนเมื่อครั้งช่วงพีก ส่วน สิโรจน์ ฉัตรทอง หอกฟอร์มแรงจากดิวิชั่น 1 ที่ติดทีมชาติครั้งแรก ก็ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งเข้าตา
แน่นอนว่า มือปืนหมายเลข 1 ในเกมกับ ซาอุฯ จะเป็น “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ตามเดิม เช่นเดียวกับแบ็กซ้าย-ขวา “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีม และ ทริสตอง โด พร้อมทวงตำแหน่ง
ตัวแปรสำคัญอยู่ที่แดนกลาง “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ สารัช อยู่เย็น จองแล้ว 2 ที่ ส่วนอีกโควตามีแคนดิเดต 3 ราย ต้องเลือกระหว่าง ชัปปุยส์ ที่ยังไม่เข้าฝัก กับ ปกเกล้า อนันต์ หรือใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาช่วยทำลายเกมคู่แข่งก่อนถึงหลังบ้านอีกแรง เพราะแมตช์ที่ผ่านมา “เจ้าตั้ม” ถูกจับไปเล่นเซ็นเตอร์ โดยกองกลางที่เหลือเป็นแนวรุกทั้งหมด จนส่งให้ “ช้างศึก” โดนโต้กลับจนหลุดเป็นว่าเล่น
ขณะที่คู่ปราการหลังตัวกลาง อดิศร พรหมรักษ์ กำลังฟอร์มดีกับต้นสังกัด มีลุ้นได้เป็นตัวเลือกแรก แต่ ประทุม ชูทอง กับ กรวิทย์ นามวิเศษ แม้จะมีภาษีดี แต่ฟอร์มในสโมสรช่วงหลังเริ่มดร็อปลง โดยเฉพาะ “เจ้าตุ้ย” ที่มีอาการป่วยหนักเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองจนร้างสนามไปนาน และเพิ่งกลับมาเล่นได้ไม่ถึง 2 เดือน
นี่คือการบ้านที่ “ซิโก้” ต้องเก็บไปคิด เพราะผู้เล่นชุดนี้คือแข้งที่มีความพร้อมมากที่สุด อยู่ที่ว่าจะจัดระบบอย่างไร และอาศัยทีมเวิร์กได้ดีแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าสไตล์การเล่นของ ซาอุฯ กับ กาตาร์ ไม่แตกต่างกันมากนัก มีรูปร่างที่สูงใหญ่ ใช้ความแข็งแรงของร่างกายบดขยี้คู่แข่งเหมือนกัน โดยทัพ “กรีน ฟอลคอน” ภายใต้การคุมทีมของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัตช์ มี โมฮัมเหม็ด อัล ซาห์ลาวี ที่ยิงไปแล้ว 14 ประตู รั้งดาวซัลโวรอบคัดเลือกเป็นทีเด็ด และล่าสุดเพิ่งเรียกความมั่นใจด้วยการถล่ม ลาว 4-0
“เราต้องดูว่าคู่แข่งเล่นอย่างไร และพยายามเน้นเรื่องความเข้าใจเกมรุกและเกมรับอีกครั้ง เราจำเป็นต้องเรียกความมั่นใจ เพราะเกมอุ่นเครื่องมีจุดบกพร่อง เราต้องมาจัดรูปกระบวนให้ซาอุฯ เล่นไม่ได้ดั่งใจ ไม่ให้เล่นตามเกมที่ตัวเองถนัด” ซิโก้ กล่าว
หากช้างศึกหวังที่จะไปฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ต้องมีอย่างน้อย 1 แต้มกลับบ้านในเกมแรก ซึ่งยังพอมีลุ้น เพราะในรอบก่อนหน้านี้สามารถยันเสมอ อิรัก มาได้ด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองนัด ที่สำคัญตั้งแต่ “ซิโก้” เข้ามาคุมทีม เคยมีประสบการณ์ปะทะกับชาติจากโซนอาหรับมาแล้วเกือบสิบนัด ไม่ว่าจะเป็นในเอเชียนเกมส์ 2014 ชนะ จอร์แดน 2-0/แพ้ อิรัก 0-1, ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย เสมอ ซาอุฯ 1-1, คิงส์ คัพ 44 ชนะจุดโทษ ซีเรีย 7-6/ชนะ จอร์แดน 2-0 หรือเกมอุ่นเครื่อง ชนะ เยเมน 1-0/เสมอ บาห์เรน 1-1
อย่างไรก็ตาม หากพลาดท่าปราชัย มีโอกาสสูงที่จะจบปีด้วยอันดับไม่เป็นใจ เพราะเกมต่อไปกับญี่ปุ่น หากวัดตามหน้าเสื่อแล้วโอกาสแพ้คาบ้านมีสูง เนื่องจากทัพ “ซามูไร” จัดขุมกำลังเต็มสูบ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิด เฮดโค้ชชาวบอสเนีย เรียกสตาร์ดังที่ค้าแข้งในลีกยุโรปติดทีมครบหน้า ทั้ง ชินจิ คากาวะ, เคซึเกะ ฮอนดะ และ ชินจิ โอคาซากิ ซึ่งคงไม่มีสะดุดเหมือนในรอบก่อนหน้านี้ที่เสมอ สิงคโปร์ 0-0 แน่นอน
ที่สำคัญจากนั้น ไทยยังต้องเจองานหนัก เล่นเกมเยือน 2 นัดติด พบ ยูเออี 6 ต.ค. และ อิรัก 11 ต.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของฟุตบอลในประเทศ โดยเฉพาะ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่กำลังคั่ว 3 แชมป์ และมีนักเตะติดทีมชาตินับสิบคน อาจจะส่งผลกระทบให้ล้าได้ ก่อนที่ 15 พ.ย.จะรับมือออสเตรเลีย ทีมที่โค้ชทุกคนในกลุ่มยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุด และถูกยกเป็นเต็ง 1 ที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายของสายนี้
อีกปัจจัยที่จะส่งผลไม่มากก็น้อย คือ สภาพจิตใจ
หลายครั้งนักกีฬาไทยมักจะมีปัญหากับการรับมือความกดดันในรายการสำคัญ เห็นได้จากโอลิมปิกเกมส์ล่าสุด ที่สตาร์ความหวังลำดับต้นๆ หลายคนทำผลงานไม่สู้ดี ซึ่งแม้ช้างศึกจะเป็นทีมรองบ่อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องแบกความคาดหวังของคนทั้งประเทศจากผลงานยอดเยี่ยมที่ผ่านมา หลังยังไม่เคยไปไกลกว่ารอบนี้
“เราจะพยายามทำหน้าที่ของเรา จะไม่นำเอาความคาดหวัง หรือเสียงเชียร์ มาเป็นแรงกดดัน ทุกเกมสำคัญเพราะมีระบบเหย้า เยือน นับคะแนน แต้มสะสม ลูกยิงได้เสีย ทั้งหมดจึงต้องละเอียด” ซิโก้ เผยก่อนนำทีมลัดฟ้าเข้าซาอุฯ วันที่ 29 ส.ค.
ถ้าสามารถจัดการกับความคาดหวังได้ บวกกับ หัวใจนักสู้ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ







