อาข่าพาทัวร์ บ้านหล่อโย เมืองลับในป่าใหญ่
หากไม่ตั้งใจไป คงไปไม่ถึง “บ้านหล่อโย” หมู่บ้านเล็กๆ ในป่าใหญ่บนดอยแม่สลอง จ.เชียงราย
โดย...กาญจน์ อายุ
หากไม่ตั้งใจไป คงไปไม่ถึง “บ้านหล่อโย” หมู่บ้านเล็กๆ ในป่าใหญ่บนดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ที่อยู่ของชาวอาข่าผู้ผูกพันกับธรรมชาติ พวกเขายังใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลีกวิเวกอยู่หลังเขา อยู่กับป่า
อยู่กันประสาดั้งเดิม เหมือนกับว่าความเจริญและความทันสมัยสลายความเป็นท้องถิ่นไม่มากนัก แม้ว่าอีก 4 กม.จะเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ หรือแม้ว่าจะมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่มีใครก้มหน้าเล่นโปเกมอน
หล่อโยจึงเป็นเมืองลับที่คนเมืองโหยหาอยากกลับไปใช้ชีวิต อยากกลับไปรู้จักกับโลกที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีฐานะ และไม่มีเวลาที่เร่งรีบ
โยฮัน-ประกาศิต เชอมือกู่ ผู้นำหมู่บ้านหล่อโย และเจ้าของบ้านดินอาข่า (Akha Mudhouse Maesalong) ยิ้มแป้นต้อนรับพลางเอ่ยปากถึงฝนเมื่อคืนที่ตกหนักจนดินไม่สามัคคี จริงๆ แล้วถนนจากเมืองเชียงรายถึงดอยแม่สลองถูกลาดยางอย่างดี แต่มาเป็นดินลูกรังก็ตรงที่ทางเข้าหมู่บ้านหล่อโยนี่เอง
“ถนนยังตัดไปไม่ถึงหมู่บ้าน ประปายังไม่ถึง แต่ไฟฟ้าถึงแล้ว สัญญาณมือถือมี แต่วาย-ฟายไม่มี เขาไม่มาติดให้” โยฮันเป็นชาวอาข่าแต่พูดภาษาไทยชัด ภาษาอังกฤษชัดกว่าเราเจอกันก่อนถึงหมู่บ้าน หลังสละรถตู้ที่ไปต่อไม่ไหว
เขาเล่าระหว่างเดินว่า ชาวอาข่ากลุ่มแรกที่เข้ามาทำกินได้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่เกือบหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงครอบครัวเดียว คือ พ่อแม่ของโยฮัน ในหมู่บ้านมี 58 ครัวเรือน มีประชากรประมาณ 280 คน นับถือศาสนาคริสต์ และมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ทำไร่ทำสวน เช่น กาแฟอะราบิกา ข้าวไร่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
หมู่บ้านหล่อโยอยู่บนภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรเศษ มองออกไปเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนและเห็นดอยแม่สลองอยู่ลิบๆ หมู่บ้านถูกแวดล้อมไปด้วยป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บ้านยังทำจากไม้ มุงหญ้าคา บางบ้านมุงกระเบื้อง คนในหมู่บ้านเป็นชาวอาข่า พูดภาษาอาข่า แต่ไม่แต่งตัวประจำเผ่าอาข่า ยกเว้นในงานประเพณีหรือการแสดงพิเศษให้นักท่องเที่ยว
โยฮันเป็นคนบุกเบิกเรื่องการท่องเที่ยวในชุมชนเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เขาสร้างบ้านดินทำเป็นห้องพัก และทำโปรแกรมกิจกรรมในชุมชนที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ในอนาคตเขายังจะทำโปรเจกต์ “สวรรค์บนดอย” ใช้พื้นที่ของตนปลูกผลไม้ป่ากับสมุนไพร แล้วเปิดรับอาสาสมัครมาช่วยทำงานแลกกับที่พักควบคู่ไปกับการทำทัวร์ชุมชน เพื่อเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านเห็นวิธีการหามูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่
“ธุรกิจบ้านดิน ผมทำแบบโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ คือนำเงินที่ได้จากการทำบ้านดินส่วนหนึ่งมาสะสมไว้เพื่อไปพัฒนาชุมชน อย่างโครงการที่ทำร่วมกับโลคอล อะไลค์ (Local Alike) คือ ทำจุดทิ้งขยะ เพราะในหมู่บ้านนี้มีปัญหาทิ้งขยะในป่า แต่ต่อไปเราจะไม่ทิ้งแล้วนะ เราจะทิ้งในถังขยะ ประสานกับ อบต.ให้เขามาเก็บ แล้วขอความร่วมมือกับชาวบ้านเดือนละ 30 บาท จ่ายเป็นค่าจัดการเรื่องนี้”
โยฮันมีความตั้งใจจะทำให้บ้านหล่อโยเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว แต่จะไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเอง เพียงแต่จะฟื้นฟูวัฒนธรรม เช่น การโล้ชิงช้า ประตูผี การแต่งกายประจำเผ่า การเต้นรำทำเพลง เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่ขาดหายไป และให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น โดยการท่องเที่ยวยังจะช่วยพัฒนาถนนทางเข้าหมู่บ้านและช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย ก็ช่วยประชาสัมพันธ์บ้านหล่อโยให้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปดอยแม่สลองและดอยตุงและโปรโมทเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นเรื่องใหญ่ประจำปีนี้
บ้านดินอาข่า (Akha Mudhouse Maesalong) ปัจจุบันมี 8 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำในตัว 4 ห้อง (คืนละ 1,300 บาท) และห้องน้ำรวม 4 ห้อง (คืนละ 800 บาท) ทุกห้องไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะบ้านดินจะเย็นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนอาหารการกินคิดหัวละ 250 บาท สำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นเป็นอาหารท้องถิ่น โดยจะไม่ทำอาหารไทยหรืออาหารจีนให้นักท่องเที่ยว
สำหรับกิจกรรม โยฮันให้นักท่องเที่ยวทำเหมือนชาวบ้าน ไม่มีการยัดเยียดสิ่งใหม่ มีเพียงการรื้อฟื้นสิ่งเก่าที่ถูกลืมไปให้กลับมามีชีวิตชีวา
เดินป่าเก็บหน่อ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เป็นประจำ ถ้าไม่อยากไปกับโยฮันก็สามารถเดินเที่ยวเองได้ โดยเดินตามเจ้าแรมโบ้ หมาเจ้าถิ่น รับรองไม่หลงป่าและยังกลับบ้านถูกทาง แต่หากไปกับโยฮัน เขาจะมีกิจกรรมพิเศษ เช่น ไปจับปลา หาอาหารป่า และทำกับข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่
อย่างเดือนนี้มีหน่อไม้มากก็จะออกตามหาหน่อไม้ใต้ต้นไผ่ หรือเดือนหน้าเป็นฤดูล่าหนอนไม้ไผ่ ก็จะสอนวิธีหาและวิธีเก็บหนอนโดยที่ต้นไผ่ไม่ตายให้ดู ระยะเวลาใช้เวลาเดินไป-กลับไม่เกิน 2 ชม. ระหว่างทางจะเห็นวิวภูเขาเขียวชอุ่ม และเรือกสวนไร่นา ซึ่งทำให้ตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เงินตราในการอยู่รอดในเมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
โล้ชิงช้า
งานโล้ชิงช้าจะจัดขึ้นหลังการเพาะปลูกเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกันในหมู่บ้าน ปัจจุบันได้หายไปทำให้คนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก โยฮันจึงฟื้นขึ้นมา สร้างชิงช้าในหมู่บ้าน ปลุกเรี่ยวแรงของผู้เฒ่าผู้แก่ และเด็กๆ ได้สืบสาน
ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ บ้านหล่อโยจะมีงานโล้ชิงช้าประจำปี ชาวบ้านหมั่นซ้อมโล้กันทั้งวัน โดยเฉพาะตัวเต็งแห่งบ้านหล่อโยที่ครองแชมป์มานานหลายสมัย เห็นพี่ท่านโล้ได้สูงเกือบตั้งฉากกับพื้นดิน คิดว่าปีนี้ก็คงไม่พลาด
ระบำอาข่า
กลอง ฉาบ ฆ้อง ประสานจังหวะกับร่างกาย คนล้อมวงเป็นวงกลม ในมือถือฉาบ เต้นแบบไม่มีท่าบังคับแต่ทุกคนสามารถขยับพร้อมเพรียงอย่างกับนัดกันมา ทั้งการก้าวเท้า การยกแขน การโยกตัว โดยการแสดงจะเต้นไปเรื่อยๆ ตามจังหวะที่ไม่มีท่อนจบ ทำให้ทุกคนจะช่วยกันเล่นดนตรี ช่วยกันเต้น เนิ่นนานหลายชั่วโมงเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในความสนุก
เล่นลูกข่าง
น่าจะเป็นทักษะที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น เพราะนอกจากเด็กๆ จะนิยมเล่นลูกข่าง ผู้ใหญ่ถึงวัยชราก็ชอบเล่นเป็นชีวิตจิตใจ ลูกข่างไม้จึงเป็นอุปกรณ์คู่กาย เดินไปไหนก็หยิบมาเขวี้ยงเล่น บ้างก็ไปแข่งกับคนอื่นให้หมุนกระเด็น ทักษะนี้โยฮันมีสอนก่อนอาหารกลางวัน เทคนิคคือขว้างลูกข่างไปให้แรงและตรง จากนั้นดึงสายกลับมาให้เร็ว ลูกข่างจะหมุนอยู่นานและนิ่ง
ฟังเหมือนง่ายแต่พอทำจริงเล่นเอาหอบ ขว้างไปเกือบร้อยรอบ ยังดีมีหมุนรอบหนึ่ง ไม่เหมือนเด็กๆ ที่มีดีเอ็นเอลูกข่างอยู่ในตัว ลองเล่นไม่ถึง 5 นาทีก็เล่นเป็น แถมเล่นเก่งเหมือนฝึกมาเป็นปี
มัดหญ้าคา
แต่ก่อนทุกบ้านมุงหญ้าคา แต่เพราะหายากและไม่คงทน ทำให้บางบ้านเปลี่ยนเป็นหลังคากระเบื้องสีฉูดฉาดนำสายตากว่าหลังคาหญ้าคาดั้งเดิม โยฮันเล่าว่าตามธรรมชาติหญ้าคาจะขึ้นในที่ที่ถูกเผา แต่เพราะมีการรณรงค์ไม่ให้เผาป่า ทำให้หญ้าคาลดจำนวนน้อยลงไปด้วย ทว่าทักษะมัดหญ้าคายังอยู่ ส่วนใหญ่ผู้เฒ่าผู้แก่จะมัดกันเป็น มัดได้เร็ว ไม่บาดมือ นับเป็นกิจกรรมอีกอย่างให้นักท่องเที่ยวลองทำและเรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่ายเคียงข้างธรรมชาติ


