posttoday
Pokemon Come

Pokemon Come

24 สิงหาคม 2559

โดย...ว.แหวน ภาพ รอยเตอร์ส

โดย...ว.แหวน ภาพ รอยเตอร์ส

ในช่วงเวลาไม่กี่วันนับจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเกมออนไลน์ที่ชื่อว่า “Pokemon Go” คอเกมบ้านเราก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนรวดเร็วตามความแรงของสัญญาณ 4จี คนที่ไม่ใช่คอเกม ก็พลอยฟ้าพลอยฝนอัพโหลดเพื่อเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โหลดมาก่อน เพื่อไม่ให้ตกกระแส กลายเป็นว่ากระแสเกมโปเกมอนแผ่ขยายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าของสยามประเทศมิใช่แค่เฉพาะในเมืองหลวงที่ชีวิตไม่เคยตกเทรนด์ แม้ในต่างจังหวัด ชุมชนหมู่บ้าน ไม่มีใครไม่รู้จักเกมนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่ามันสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กอนุบาลยันคนชราวัยเกษียณ แทบทุกสื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่ข่าวสารทุกๆ ช่องทาง ต่างรายงานถึงความเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ของมนุษย์ผู้สมัครใจเข้าไปเป็นนักล่าโปเกมอน การนำเสนอข่าวต่างมุ่งประเด็นไปยังเป้าหมายต่างๆ ของนักล่า ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

ฉันคิดว่าหลายคนคงได้ติดตามชมคลิป หรือการเสนอข่าวในด้านลบกันมาพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของความเสี่ยงต่อการล่อลวง และภัยอันเกิดจากความกระหายอยากได้ตัวการ์ตูน โดยเฉพาะตัวที่หายาก เพราะ “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน” คือถ้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน เราก็พร้อมจะไปตามล่ามาเป็นสมบัติของเราเอง เผลอๆ ตลาดซื้อขายก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่แลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้ด้วยเงินจริงๆ

และก็คงพอจะนึกออกว่า หากความกระหายอยากเหล่านี้ เกิดขึ้นกับเด็ก หรือผู้ใหญ่ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ เพื่อความเป็นหนึ่ง เพื่อความเหนือ เพื่อได้รับการยกย่องให้เป็นเทพ (เทพโปเกมอน) พวกเขาเหล่านี้จะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เขาไม่ได้สร้างตัวเองในเกมเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังเอาชีวิตตัวเองลงไปอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน และเมื่อชีวิตและวิญญาณไปสิงสถิตอยู่หน้าจอเพื่อรอให้ตัวเองขับเคลื่อน ถามว่า...เราใช้อะไรขับเคลื่อน? สมองหรือสติ?

ฉันมีความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า สังคมไทยในปัจจุบันกำลังใช้ชีวิตสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย” ชีวิตเรามีอิสระได้ก็จริง แต่ควรเป็นอิสระที่ควบคุมได้ จัดการได้ หมายถึงว่า “ตัวเราเองสามารถควบคุมอิสระของตัวเองได้อย่างมีสติ” แต่สิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นว่า...มิใช่แค่สังคมของเด็กเพียงอย่างเดียวที่ขาดการควบคุม โลกของผู้ใหญ่เอง อย่าหวังให้ไปควบคุมเด็กเลย เพราะตัวเราเองก็ยังไม่สามารถควบคุมทิศทางตัวเองให้อยู่ในวิถีที่พอเหมาะพอควรได้เช่นกัน

ฉันอดทึ่งไม่ได้กับการคิดค้นเกมชนิดนี้ขึ้นมา แต่สิ่งที่ฉันทึ่งกว่าคือการที่ผู้เล่นในสังคมบ้านเรา ที่ทุ่มเทเพื่อสิ่งนี้ได้ถึงเพียงนี้ เราเห็นข่าวเด็กที่พร้อมจะไปกับใครก็ได้ ถ้าเขาบอกว่าจะพาเราไปจับโปเกมอนตัวหายาก เราเห็นข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนน เพียงเพราะโปเกมอนโผล่มากะทันหันจนเบรกไม่ทัน และคงมีออกมาให้ได้เห็นในหลากหลายรูปแบบของภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของนักล่า

ในจอเราจับได้...แล้วนอกจอล่ะ เรากำลังจะโดนอะไร? เรากำลังจะไปไหน? เรากำลังจะเจอกับอะไร? เราแทบไม่รู้อะไรเลย เพราะเราไม่ได้เงยหน้าดูเลยด้วยซ้ำ!

มีผู้สื่อข่าวบางคนรายงานว่า “ข้อดีของโปเกมอน” คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะทำให้หลายสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชม เช่น พิพิธภัณฑ์ อุทยานประวัติศาสตร์ หรือโบราณสถานเก่าแก่ อนุสาวรีย์ ทุกวันนี้ ต่อให้ปิดทำการ ปิดประตูรั้ว ก็ยังมีคนปีนเข้าไปชม ช่างน่าชื่นชมเสียจริง!

เราเรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่า “ส่งเสริมการท่องเที่ยว” หรือ? ในเมื่อสภาพแวดล้อมภายนอกแทบไม่ได้ดึงดูดผู้คน เท่ากับการเคลื่อนไหวภายในจอ เราเดินไปตามเกมที่ถูกกำหนดไว้ มันคือ “การตามล่า” มิใช่ “การท่องเที่ยว” แถมยังมีบางคนกล่าวว่า “เกมนี้ทำให้พ่อแม่ลูกได้หันหน้าเข้าหากัน” มีเวลาอยู่ร่วมกัน นั่นคือภาพที่เราเห็น ภาพที่เขาอยู่ด้วยกัน “เราเรียกการยืนหมู่ ว่าการอยู่ร่วมกันหรือ?” เราเรียกการยืนอยู่ใกล้ๆ กัน แล้วต่างคนต่างก้มหน้าว่า “การเชื่อมความสัมพันธ์” หรือ? หรือนิยามเหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่ทำไมฉันไม่ได้รู้สึกถึงความห่วงหาอาทร ความผูกพัน ความรัก มิใช่แค่พฤติกรรม หรือการแสดงออก เพราะแม้แต่แววตา ฉันก็ยังมองไม่เห็น!

“สังคมก้มหน้า” เกิดขึ้นในบ้านเรานานแล้ว

ข้อดีเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าการมาของโปเกมอนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ “การเคลื่อนไหว” การเคลื่อนที่ของร่างกาย ที่มิใช่เคลื่อนไหวแค่ปลายนิ้ว ถ้าจะกล่าวว่า “อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เกิดการยืดแข้งยืดขา ได้ออกกำลังกาย ได้ไปไหนมาไหนบ้าง” ต้องขอบคุณโปเกมอนที่ทำให้เกิดสิ่งนั้น

แต่ถ้าจะทำให้ฉันทึ่งยิ่งกว่านี้ ก็คงจะเป็นโจทย์ที่ว่า “จะมีเกมใดบ้างที่ทำให้เราเงยหน้า...สบตา...และคุยกัน?” “จะมีเกมใดบ้างที่สามารถแบ่งปันแววตาแห่งความเอื้ออาทรให้กันได้ ยิ่งให้ยิ่งชนะ?”

เข้าไปพูดคุยหรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวน ได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์