
‘สิ่งผูกพัน บ่งบอกตัวตน’ สุรไกร ไพรสานฑ์กุล
โดย...วราภรณ์ ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์
โดย...วราภรณ์ ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์
หนุ่มลูกครึ่งไต้หวัน-ญี่ปุ่น สุรไกร ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซินอุตสาหกรรม วัย 32 ปี ศึกษาจบปริญญาโท Master of Business Administration (MBA) มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) เขามีความผูกพันกับธุรกิจครอบครัวนำเข้าสินค้าและเคมีภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก เพราะติดตามคุณพ่อไปทำงาน
เขาเล่าว่าบริษัทของเขาดำเนินธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2506 เพื่อให้ก้าวทันความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น ผลิตภัณฑ์โด่งดังคือการนำเข้ากระติกน้ำสุญญากาศ กระติกไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ Tiger และ Nikko ปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารญี่ปุ่น Akiyoshi ที่ได้รับความนิยมของคนญี่ปุ่นมี 8 สาขา อาทิ เอเชียทีค (เจริญกรุง) พระโขนง สุขุมวิท 53 สยามสแควร์วัน เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บางใหญ่ เป็นต้น
ในฐานะที่สุรไกรเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่เข้ามาบริหารธุรกิจของครอบครัวแล้ว เขามีวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ คือ การเพิ่มไลน์นำเข้าผลิตใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น ล่าสุดเขานำเข้าเชือกผูกรองเท้าแบรนด์ COOLKNOT เทคโนโลยีญี่ปุ่นออกแบบให้เชือกรองเท้าเป็นปุ่มๆ ที่จะช่วยให้การผูกเชือกเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ลองไปสัมผัสแง่มุมของนักบริหารที่มีต่อของสะสมซึ่งบ่งบอกความมีศิลปะที่ละเมียดละไมในตัวเขาได้เป็นอย่างดี
1 กล้อง
กล้องถ่ายภาพไลก้า M-P 240 Safari Edition รุ่น m-p ลิมิเต็ด เอดิชั่น ตัวนี้ผมรักมาก โดยเริ่มต้นเล่น นิคอนก่อน พอมีรายได้ก็เริ่มสะสมไลก้าซึ่งเป็นสุดยอดของกล้อง ที่เล่นกล้องเพราะผมชอบถ่ายภาพ การที่เราได้ถ่ายภาพ เหมือนเราได้ท่องโลก ได้เห็นอะไรสิ่งใหม่ๆ ได้เปิดหูเปิดตา พอไปเห็นโลกข้างนอกกล้องเป็นสิ่งที่ใช้ถ่ายโมเมนต์สำคัญๆ เก็บเอาไว้
เพราะเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เวลาเดินไปเรื่อยๆ ไม่สามารถย้อนกลับได้ แต่กล้องช่วยหยุดเวลาให้เราได้ พอเรากลับมาดูมานึกถึงความทรงจำเก่าๆ แล้วรู้สึกดี ภาพรุ่นแรกๆ ที่ผมชอบถ่ายตอนเด็กๆ คือภาพวิว ภาพบุคคล เป็นภาพขาวดำซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบเพราะดูคลาสสิกมาก หลังๆ ผมชอบถ่ายภาพสตรีท ทำให้ผมได้ออกไปตามสถานที่ต่างๆ ไปตลาดสยามฯ ไปถ่ายวิถีชีวิตผู้คน
ภาพขาวดำคือสีดำกับสีขาวที่มีความคอนทราสต์กัน ทำให้เราเห็นดีเทลได้มาก ภาพมีความลึกซึ้งกว่า
2 กระติกน้ำ
สิ่งที่ติดตัวผมตั้งแต่เด็กๆ คือกระติกน้ำ ปัจจุบันกระติกน้ำก็เป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน รุ่นที่ผมใช้อยู่ คือ TIGER MMY-A048 ผมเริ่มใช้กระติกน้ำตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จนโตก็ยังใช้อยู่ รู้สึกผูกพันมาก ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมใช้ใส่น้ำทุกอย่างโดยเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของน้ำ เช่น น้ำร้อนหรือน้ำเย็น บางรุ่นเหมาะกับคนสูงอายุเพราะมีที่กรองชา
ตอนนี้ผมใช้กระติกน้ำใส่กาแฟมาดื่มที่ทำงาน ชอบมากคือเอสเปรสโซ่ที่ชงกินเอง เพราะผมรู้สึกว่ากินกาแฟนอกบ้านไม่อร่อยเท่ากาแฟที่ชงเองจากบ้าน ที่สำคัญกาแฟต้องกินร้อนๆ จึงจะอร่อย ยิ่งช่วงนี้ผมอินกับการออกกำลังกายกระติกน้ำที่กดแล้วเด้ง สะดวกใส่น้ำแข็งอยู่ได้ทั้งวัน ออกกำลังกายจิบน้ำเย็นแล้วรู้สึกสดชื่นและถูกสุขอนามัย หากกินน้ำแข็งที่เตรียมมาจากบ้านครับ
3 นาฬิกา
เรือนนี้คุณพ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของผม ยี่ห้อ PatekPhilipe รุ่น Nautilus 5712 เพราะคุณพ่อผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องเวลา พ่อสอนตั้งแต่เด็กว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องตรงต่อเวลา หลักข้อหนึ่งที่คุณพ่อยึดมั่นแล้วจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ คือ เราต้องไปรอคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือคู่ค้าทางธุรกิจก็ตาม มันสะท้อนถึงการใส่ใจ มีการวางแผนที่ดีและจะทำให้ผู้ที่เราไปพบรู้สึกประทับใจ
เวลาใส่นาฬิกาเรือนเก่งเรือนนี้ผมรู้สึกดีเพราะมีคุณค่าทางจิตใจ
4 ปากกาและสมุดโน้ต
ปากกา Mont Blanc Carbon Fiber ส่วนอีกชิ้นคือ Moleskine Notebook ที่ชอบพกสองสิ่งติดตัวตลอดเวลา เพราะผมเป็นคนมี ไอเดียอยู่ตลอดเวลา พอเริ่มโตต้องรับผิดชอบงานเยอะ คิดอะไรได้แล้วหากไม่จดแล้วมักลืม ขนาดตอนนอนต้องวางไว้บนหัวเตียง ดึกๆ นอนอยู่คิดอะไรได้จดเลย ซึ่งบางครั้งเป็นความคิดที่ดีน่าเสียหายหากลืม แม้ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเยอะ แต่ผมคุ้นชินกับสมุดและปากกา มันช่วยถ่ายทอดความคิดได้ดี
5 รองเท้ากีฬา
หลักการใช้ชีวิตของผมคือ เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ คือทำงานหนักแล้วต้องแบ่งเวลาไปดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย รองเท้ากีฬาที่ผมชอบคือตระกูล อัลตรา BOOST ผมมีความสุขกับการออกกำลังกาย ผมจึงชอบหาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ล่าสุดไปเจอเชือกผูกรองเท้า COOLKNOT เป็นเทคโนโลยีญี่ปุ่น เป็นเชือกปุ่มยืดได้ ข้อดีคือมันเป็นปุ่ม เราจึงไม่ต้องผูก มันก็ล็อกอยู่ ทำให้กระชับและใช้สะดวก เหมาะกับเด็กๆ และผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกผูกรองเท้าผ้าใบเอง รองเท้ากอล์ฟก็สามารถใช้ได้
6 รถยนต์
รถยนต์คันเก่งของผมตอนนี้คือ BMW X6 (F16) แบรนด์ BMW เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผมขับเป็นคันแรก ตอนนั้นคุณพ่อซื้อให้ อีกทั้งผมชอบแบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็ก การดีไซน์ตรงกับความเป็นผมมากที่สุด คือ สมรรถนะดี ภาพลักษณ์ดูไม่ ลักซ์ชัวรี่เหมือนเบนซ์ ถ้าเทียบกับผู้ชายมีความสปอร์ตในตัวและมีความหรูหราด้วย สามารถลุยได้ด้วย กับคันนี้ผมซื้อเอง เหมาะกับทุกสภาพถนน ผมชอบขับรถเอง ยิ่งตอนนี้ผมมีครอบครัวและมีลูกสาวแล้ว คันนี้สามารถเป็นทั้งรถแฟมิลี่คาร์ และเป็นสปอร์ตไปด้วยในตัวครับ
7 หนังสือ
หนังสือเล่มที่ผมอ่านแล้วรู้สึกประทับใจ คือ Three Cups of Tea เป็นหนังสือชีวประวัติของนัก ปีนเขาอเมริกาคนหนึ่ง มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำเพื่อคนอื่น ผมได้อ่านเล่มนี้ครั้งแรกตอนเรียนปริญญาโทที่ไต้หวัน เป็นส่วนหนึ่งของวิชาทุกธุรกิจเพื่อสังคม ในหนังสือเป็นเรื่องราวของนักปีนเขา เขาไปปีนเขาที่อัฟกานิสถานและประสบอุบัติเหตุ ทำให้เขาติดอยู่บนเขาถึง 3 วัน 4 คืน ในที่สุดลูกหาบชาวอัฟกานิสถานไปช่วยพาเขามารักษาที่หมู่บ้านและดูแลเขาเป็นอย่างดี ทำให้เขาเห็นวิถีชีวิต เขาได้คลุกคลีกับเด็กๆ เห็นทุกคนใช้ชีวิตไม่รุนแรง แต่พอเด็กเริ่มโตพวกเขาถูกทหารเอาไปล้างสมอง ใส่ความรุนแรงเข้าไป ทำให้เด็กกลายเป็นผู้ก่อการร้าย
ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เด็กไปกระทำความรุนแรง คือ การมอบการศึกษาให้ พอกลับอเมริกา เขาก็ระดมหาทุนเพื่อสร้างโรงเรียนให้เด็กๆ ในหมู่บ้านที่อัฟกานิสถาน ปัจจุบันสร้างได้หลายโรงเรียนมาก หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมอยากพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ ผมก็อยากระดมทุนไปสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งตอนเรียนที่เมืองไทย ผมก็เคยไปออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชนตามต่างจังหวัด พอได้เห็นชีวิตชนบทของประเทศไทยบ้าง ผมจึงอยากสร้างโรงเรียนในชุมชนที่ห่างไกล เพราะโรงเรียนไม่ได้มีในทุกหมู่บ้าน เด็กต้องเดินทางไปเรียนซึ่งไกลมาก การสร้างโรงเรียนเป็นโครงการที่ผมอยากทำในอนาคต







