รถไฟรัก อังกฤษ-ไทย ระยะทางกับความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่
ระยะเวลา 71 วัน ที่คู่รัก “โบ๊ท-ภควัต ทองเจริญ” และ “ฝ้าย-ปริชญา สุทธิเวทย์” ร่วมเดินทางด้วยรถไฟ จุดเริ่มต้นจากนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ
โดย...นกขุนทอง
ระยะเวลา 71 วัน ที่คู่รัก “โบ๊ท-ภควัต ทองเจริญ” และ “ฝ้าย-ปริชญา สุทธิเวทย์” ร่วมเดินทางด้วยรถไฟ จุดเริ่มต้นจากนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ จุดหมายของพวกเขาคือ “บ้าน” ประเทศไทย หากแต่จุดหมายไม่ใช่หมุดหมายสำคัญที่จะต้องปักธงเร่งรีบไปให้ถึง เพราะเส้นทางระหว่างทางนั้นต่างหากคือหมุดหมายที่พวกเขาต้องการจะลงไปปักธงแห่งความทรงจำ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ที่ทั้งสองแค่มองตาก็ทำสัญญาใจว่าจะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน
ความสนุกจึงเกิดขึ้นในระยะทาง 15,000 กม. ที่รถไฟเคลื่อนผ่านและจอดยังเมืองต่างๆ เช่น เยอรมนี โปแลนด์ ลิทัวเนีย เอสโตเนีย รัสเซีย มองโกเลีย โซเวียต จีน เวียดนาม ลาว และไทย นอกจากเที่ยวแบบสุขๆ ยังมีอารมณ์ทรหด ตื่นเต้น ทั้งคู่ได้นำเรื่องราวมาเล่าผ่านโลกออนไลน์ ในแฟนเพจ PAKAPRICH ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก และได้ถ่ายทอดในหนังสือชื่อ ในหนังสือ “A long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา” ทว่ายังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟ และการเดินทางยังเมืองต่างๆ ที่โบ๊ทกับฝ้ายอยากจะเล่าความทรงจำที่สำคัญเผื่อผู้อ่านจะรู้สึกอยากออกไปสัมผัสโลกอย่างที่พวกเขาได้พบพานมา
เรื่องเริ่มต้นจากความบังเอิญหรือพรหมลิขิต
เหมือนพรหมลิขิตขีดเส้นทางให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน หากทั้งสองคิดว่าการเจอกันเป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อต่างเป็นนักศึกษาที่จะไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน (The University of Nottingham) เขาและเธอเจอกันในวันปฐมนิเทศ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ก็ไม่เคยพบพานกันเลย
ฝ้ายย้อนเวลากลับไปถึงวันแรกที่รู้จักกัน “วันที่ปฐมนิเทศคนก่อนหน้าฝ้ายใช้เวลาเกินจนกินเวลาของฝ้าย จนถึงเวลาของโบ๊ท แล้วโบ๊ทสละเวลาของโบ๊ทให้ฝ้ายเพราะรู้ว่าฝ้ายมีธุระต้องไปทำต่อ นั่นทำให้เราได้คุยกันถึงเรื่องเรียนและหอพัก แล้วพอไปที่นอตติงแฮมห้องเราเป็นสตูดิโอทำครัวไม่ได้ มันมีครัวแยกเราก็เลยแชร์กันเพราะอยากทำอาหารหลายๆ อย่าง ก็ทำให้สนิทกันมากขึ้น”
โบ๊ทเล่าเสริมขึ้นมาราวกับทุกเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น เพราะเขาจดจำรายละเอียดเล็กน้อยได้อย่างแม่นยำ “1 ปีที่นัน ผมสังเกตว่าเราทำอะไรหลายอย่างเหมือนกัน มีความคิดเห็นคล้ายกัน แม้กระทั่งท่าทาง อย่างข้ามถนนก็เดินล้วงกระเป๋า หรือเวลาคุยกับเพื่อนๆ เราจะพูดคำตอบเดียวกันบางทีก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน บางทีเขาก็พูดในสิ่งที่เราคิด และเราชอบเดินเล่นเหมือนกัน ผมเป็นคนชวนจะว่าเริ่มต้นจีบก็ได้”
อีกสิ่งที่ชอบเหมือนกันคือ “ท่องเที่ยว” ในที่แปลกใหม่ เรียกว่าเป็นขาลุยทั้งคู่ ทริปแรกในฤดูร้อน คือ ไปขึ้นบอลลูนที่ประเทศตุรกี เป็นการเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก ครั้งที่ 2 ไปแทร็กกิ้งที่เกาะ Isle of Skye มีภูเขา Old Man of Storr ประเทศสกอตแลนด์
“ผมไม่ได้รู้สึกว่าเราชอบธรรมชาติมากอะไรขนาดนั้น แต่พอไปถึงผมรู้สึกดีมากที่ได้มาสัมผัสธรรมชาติจริงๆ ครั้งนั้นเราใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 3-4 ชม. ตอนแรกผมคิดว่าผมแข็งแรงก็แอบเป็นห่วงฝ้ายว่าจะไหวไหม แต่สรุปฝ้ายเดินนำผมตลอด ผมรู้เลยว่าในเรื่องของกำลังกายเขาแข็งแรงกว่าผม (หัวเราะ)”
รถไฟพาไปสัมผัสความรัก ณ ดินแดนต่างๆ
ก่อนถึงวันจบการศึกษา ทั้งคู่วางแผนท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กก่อนเดินทางกลับบ้าน ทั้งคู่เริ่มต้นคุยกันง่ายๆ แล้วเรื่องก็ลงเอยด้วยการเลือกท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟจากนอตติงแฮมสู่กรุงเทพมหานคร
ฝ้าย “เราชอบผจญภัยธรรมชาติเหมือนกัน ที่เที่ยวที่ไปได้ง่ายๆ โบ๊ทจะไม่ค่อยอิน โบ๊ทจะหาที่ยาก คนไปน้อย”
โบ๊ท “ผมอยากเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น อยากสัมผัสในสิ่งที่คนอื่นเคยสัมผัส คือที่คนยังไม่นิยมไปมากนัก ผมชอบอะไรใหม่ๆ รู้สึกว่าที่คนไปเยอะๆ มันไปง่าย สถานที่แบบนั้นเราเก็บเอาไว้ไปตอนที่เราไม่มีแรงก็ได้ แต่ตอนนี้เรามีแรงอยู่ก็เลือกไปที่แปลกๆ ที่คนไม่ค่อยไปดีกว่า เราก็เริ่มหาเส้นทางที่ใช้วีซ่าน้อยที่สุด”
ฝ้าย “การขอวีซ่าคือปัญหาแรกที่เราเจอ แล้วช่วงนั้นเราต่างยุ่งกับการทำวิทยานิพนธ์ เราเก็บของทุกอย่างวันที่จะออกเดินทางแล้ววิ่งไปสถานีรถไฟ ดูวุ่นๆ แต่มันก็ทำให้เราตื่นเต้น”
ทะเลทรายโกบีที่มองโกเลีย คือ สถานที่ฝ้ายประทับใจที่สุดในเส้นทาง “เรามองเห็นวิว 360 องศา แต่ไม่เห็นใครเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าธรรมชาติยิ่งใหญ่มาก ตัวเราเล็กนิดเดียว ที่ประชอบเพราะมันธรรมชาติมาก ไม่มีอะไรเลยนอกจากพื้นว่างๆ มองไปได้ไกลเท่าที่สายตาเรามองเห็นได้ ครั้งนั้นเราพักกับชาวโนเมด (Nomad) ชนเผ่าเร่ร่อนเขาอพยพไปตามฤดูของเขา”
โบ๊ท เสริมว่า “ตอนกลางคืนทะเลทรายสวยมาก เรานอนมองดูดาว แสงดาวชัดมาก เห็นดาวเยอะมาก รู้สึกเหมือนทะเลดาว”
ฝ้าย “ที่เราเลือกไปทะเลทรายโกบีเพราะอยากขี่อูฐที่มี 2 หนอก เคยขี่ที่ตุรกีอูฐมีหนอกเดียว และขี่แป๊บเดียวเหมือนขี่เพื่อถ่ายรูป ก็อยากจะขี่อูฐนานๆ ไกด์บอกว่าจะได้ขี่แน่ๆ 2 ชม. ดีใจมาก”
โบ๊ทขอเล่าต่อพร้อมกับเสียงหัวเราะนำเรื่องมาก่อนเลย เพราะสิ่งที่วาดหวังไว้กับความเป็นจริงนั้นช่างต่างกัน “หลังอูฐจะมีกระดานรองนั่งแผ่นแข็งๆ นั่งแล้วรู้สึกเจ็บมาก แล้วอูฐเดินเราก็ต้องโยกตัวตามแล้วก็เกร็งตัวไม่ให้ตกลงมา แค่ 10 นาทีแรกผมก็รู้สึกว่ามันนานแล้ว”
ฝ้ายผู้ที่อยากขี่อูฐมาก เล่าพร้อมกับเอ่ยปากบอกว่าเข็ดแล้ว ครั้งเดียวก็เกินพอ “ของฝ้ายเลวร้ายมาก เพราะอูฐที่ฝ้ายขี่ตัวเล็กที่สุด แล้วอูฐมีทั้งหมด 4 ตัว จะจับเชือกต่อๆ กัน อูฐเดินเป็นหน้ากระดาน แล้วอูฐฝ้ายขาสั้นก็ต้องเดินแบบซอยถี่ไวๆ ตามตัวอื่นให้ทัน แล้วเวลาเจอพุ่มไม้อูฐตัวแรกๆ ก็เดินหลบแต่ของฝ้ายตัวสุดท้ายหลบไม่พ้น โดนพุ่มไม้บ้าง กระโดดข้ามพุ่มไม้บ้าง เป็น 2 ชม.ที่ทรมานมาก แล้วในทะเลทรายมันหนาวมาก แดดก็ร้อนมาก เป็นความรู้สึกที่แปลกๆ เราขี่อูฐฝั่งหนึ่งโดนแดดก็ร้อนฝั่งหนึ่งในร่มก็หนาวมาก เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ”
การเดินทางบนรถไฟ มีทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเวลาที่ยาวนานสุดคือ 87 ชม. เส้นทางจากมอสโกไปอีร์คุตสค์ ระยะทาง 5,100 กม. ผ่าน 5 เขตเวลา เรียกว่าถ้าไม่ตั้งสติดีๆ มีหลงวันหลงคืนกันเลยล่ะ
“ฝ้ายว่าบนรถไฟเป็นช่วงเวลาที่เราสบายที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เราต้องย้ายที่นอนแทบทุกวัน แบกกระเป๋าน้ำหนักคนละ 20 กก. บนรถไฟฝ้ายก็กินแล้วก็นอน ตอนแรกก็คิดว่าเราจะเบื่ออึดอัดไหม แต่ระหว่างทางผ่านไซบีเรียเข้าเขตหนาวมีหิมะมันสวยมากเลย เรานั่งอยู่ในที่อุ่นๆ แล้วมองไปข้างนอกมีหิมะสีขาว มันสวยดูโรแมนติกมาก”
ยิ่งเดินทางไกล ยิ่งเข้าใจ
ภาพในจินตนาการที่คิดว่าจะได้ชมความงามของสถานที่ต่างๆ เส้นทางนี้คงเป็นการท่องเที่ยวที่สุดแสนโรแมนติก ทว่าในความเป็นจริงนั้นมันทั้งทรหดต้องอดทน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคนข้างๆ ก็ไม่ทอดทิ้งกัน ต่างช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เผชิญ ไหนจะเรื่องโดนรีดไถ่เงินที่ฝรั่งเศส ไหนจะเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปไม่เหมือนกันบ้าง เรื่องการใช้เงินอย่างประหยัด (ทริปนี้ใช้งบสามแสนกว่าบาทต่อ 2 คน) มีเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้ามาเป็นปัญหา หากแต่มันก็คงเล็กๆ น้อยๆ จริงๆ นั้นแหละ เพราะมันไม่สามารถมากระทบความสัมพันธ์ของโบ๊ท-ฝ้ายได้เลย เพราะทั้งคู่ต่างมีสติ และเลือกตัดสินใจโดยคำนึงถึงอีกคนก่อนเสมอ
โบ๊ท “ตอนที่นั่งรถจากจีนเมืองเฟิ่งหวงไปกุ้ยหลิน มีรถไฟไปแต่ราคาแพงก็เลยเลือกรถทัวร์ นั่งรถเกือบ 10 ชม.ไปถึงกุ้ยหลินตีสอง แท็กซี่ก็ขูดรีดราคา ผมรู้สึกว่าแพง ตอนนั้นเราอยากประหยัดอุตส่าห์ยอมนั่งรถทัวร์ถูกๆ จะมาจ่ายค่าเเท็กซี่แพงๆ เลยคิดว่ายอมเดินดีกว่า เราเดินผ่านความมืดของเมืองกุ้ยหลิน เดินผ่านร้านเหล้ามีคนเมา เดินประมาณ 3 ชม.ในหัวผมตอนนั้นคิดว่าเราไม่ควรทำแบบนี้เลย ไม่น่าเสี่ยง คิดย้อนกลับไปผมจะไม่ทำแบบนั้น”
อีกเหตุการณ์ คือภูเขาอวตาร อุทยานจางเจียเจี้ย ประเทศจีน โบ๊ทยอมรับว่าตัดสินใจเลือกการเดินทางผิด “ที่นั่นคนเยอะมาก แล้วอุทยานใหญ่มาก เขามีลิฟต์ให้ลงจากภูเขาไปที่ลานจอดรถ แต่คนต่อคิวยาวมาก เราเลยเลือกเดิน ก็คำนวณเราใช้เวลาขึ้นลิฟต์มา 2 นาที ดูแผนที่น่าจะระยะทาง 2 กม.ใช้เวลาเดินคงไม่เกินชั่วโมง เราก็เลือกเดินชมความงามไปเรื่อย ซึ่งมันสวยจริงๆ เดินสบายใจ เดินชิลๆ เดิน 15 นาทีรู้สึกยังเดินไปไม่ถึงไหน พอครึ่ง ชม.ก็ยังไม่ถึงครึ่งทาง ตอนนั้นเริ่มเย็นแล้ว เราก็ถามกันว่าจะเดินลงต่อหรือเดินกลับดี สรุปเราเลือกไปต่อ ผลออกมาคือเราเดิน 4 ชม.กว่า ระยะทางจริง 10 กม. ลงมาทันรถเที่ยวสุดท้ายพอดี แต่ก็คุ้มครับเพราะระหว่างทางสวยแต่ช่วงหลังๆ ไม่ได้ชมวิวเลย ตั้งใจเดินอย่างเดียว (หัวเราะ)”
ฝ้าย “71 วัน เราได้เจอโลกที่เราไม่เคยได้อยู่ เราเจอคนในอีกมุมหนึ่งของโลก เราไปเจอคนมีเรื่องราวมหัศจรรย์มากซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เรามาก ฝ้ายได้เจอผู้หญิงปั่นจักรยานจากตุรกีมาถึงมองโกเลีย ผ่าน 11 ประเทศ ใช้เวลากว่าครึ่งปี เขาปั่นมาแล้วระยะทางหมื่นกิโลเมตรเขาแข็งแกร่งมาก”
โบ๊ท “หลักๆ เลย เราได้ออกไปเรียนรู้โลก ในแต่ละประเทศเรามีความเหมือนและความแตกต่าง ถ้าเราเดินทางโดยเครื่องบินเราจะเห็นความแตกต่างเลย แต่เดินทางด้วยรถไฟเราจะค่อยๆ เห็นรอยต่อความแตกต่างทีละนิด รัสเซียบางส่วนก็มีวัฒนธรรมคล้ายมองโกเลีย มองโกเลียคล้ายจีนมันก็ร้อยเรียงต่อกันเป็นโลกผืนเดียวกัน ผมได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น ได้ไปอยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่เคยเจอ ได้เรียนรู้ตัวเองอีกมุมหนึ่ง ได้ค้นพบตัวเองว่าเรารักธรรรมชาติมาก”
ทุกครั้งที่ออกเดินทางเราจะได้เรียนรู้ พบเจอสิ่งใหม่ๆ ทั้งดี-ร้าย สำหรับคู่ของโบ๊ท-ฝ้าย 71 วัน นอกจากจะได้เที่ยวในสถานที่งดงามต่างๆ ด้วยกันแล้ว ทั้งคู่ยังได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันโดยมีธรรมชาติเป็นตัวกล่อมเกลาจิตใจ และไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใดๆ ทั้งคู่ก็ยัง อยู่เคียงข้างกันจนถึง “บ้าน”


