posttoday
ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’

20 สิงหาคม 2559

ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องทราบดีว่าช่วงปลายๆ เดือน ก.ค. ยาวจนถึงเดือน ส.ค.

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องทราบดีว่าช่วงปลายๆ เดือน ก.ค. ยาวจนถึงเดือน ส.ค.ถือเป็นฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น และเป็นโอกาสสำคัญของการทำกิจกรรมกลางแจ้งให้สมใจ

จังหวะนี้เองเครื่องดื่ม 100 พลัส จึงได้พาผู้โชคดีกว่า 40 ชีวิต จากกิจกรรม “100 พลัส ปั่นลัดฟ้ากอดฟูจิ” ไปชมความสวยงามของดินแดนอาทิตย์อุทัยท้าทายแสงแดดกันเต็มๆ ถึง 5 วันโดยการเดินทางครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะมีนักร้องขวัญใจวัยรุ่น “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “พี่ตูน บอดี้สแลม”ร่วมทางไปด้วย

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ กลางถนนมีฟูจิเป็นแบ็กกราวด์

 

ตลอดทั้งทริปพี่ตูนขอทิ้งความเป็นร็อกเกอร์ไว้ชั่วคราวเพื่อขอสวมบทนักกีฬาและนักท่องเที่ยวพร้อมกับให้ความเป็นกันเองกับผู้ร่วมผจญภัยกันทุกคน

ทุกนาทีมีค่า พลันที่สองเท้าถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ขึ้นรถบัสเพื่อมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางแรกทันที คือ “โตเกียวสกายทรี” (Tokyo Skytree) หนึ่งในแลนมาร์กของโตเกียว ตั้งอยู่ในเขตซุมิดะ ตึกนี้มีความสูงถึง 634 เมตร สามารถชมทิวทัศน์รอบๆ เมืองหลวงได้ 360 องศา อาจบอกได้ว่าถ้าไปโตเกียวแล้ว แต่ไม่ได้ไปโตเกียวสกายทรีเสมือนหนึ่งไปไม่ถึงโตเกียวเลยทีเดียว

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ลำคลองในเมืองคุราชิกิ

 

ถัดจากโตเกียวสกายทรีไปกันต่อที่ “โกเทมบะ พรีเมียม เอาต์เลต” (Gotemba Premium Outlets) แหล่งช็อปปิ้งของดีราคาถูก เดินทางออกมาจากโตเกียวประมาณ 90 นาทีก็ถึง เอาต์เลตที่นี่มีความพิเศษตรงที่ขนาดของพื้นที่ เพราะมีร้านค้าประมาณ 200 ร้านค้า แถมยังตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย แต่น่าเสียดายวันที่เราเดินทางไปนั้นอากาศไม่ค่อยดีนัก จึงไม่ค่อยเห็นความงามของฟูจิเท่าไหร่

ญี่ปุ่นวันแรกของเราจบลงที่การพักผ่อนที่โรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคาวากุจิ (Kawaguchiko)

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ทางขึ้นสะพานคุโรชิม่า (Kurushima Kaikyo Bridge)

 

วันที่สองในญี่ปุ่น อากาศเย็นสบาย มีฝนลงมาเล็กน้อย แต่เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เพราะต้องแลกมาซึ่งเมฆหมอกที่ปกคลุมเต็มฟ้าจนไม่สามารถเห็นภูเขาไปฟูจิได้ ถึงกระนั้น การปั่นจักรยานรอบทะเลสาบที่มีพี่ตูนเป็นเนวิเกเตอร์นั้นก็พอทำให้ลืมความเสียดายนั้นลงไปได้

ทริปปั่นจักรยานในวันนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ทะเลสาบคาวากุจิ 5.3 กิโลเมตร 2.ทะเลสาบไซโกะ (Lake Saiko) 7.6 กิโลเมตร และ 3.ทะเลสาบไซโกะอิยาชิ โนะ ซาโตะ (Lake Saiko Iyashino sato) 3.2 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางทั้งหมดได้มีโอกาสเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลสาบและวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในบริเวณนั้นที่ยังคงยึดถือการทำเกษตรและประมงพื้นบ้านเอาไว้อย่างเข้มแข็ง

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ สะพานคุโรชิม่า สะพานระหว่างเกาะโอชิมะกับเมืองอิมาบาริ

 

พวกเราทุกคนได้พักเติมแรงด้วยการทานอาหารกลางวันที่หมู่บ้านอิยาชิโนซาโตะ ในอดีตเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมที่สำคัญบริเวณทะเลสาบไซโกะ มีบ้านที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่เอาไว้ประมาณ 20 หลังคาเรือน ซึ่งปัจจุบันบางส่วนถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะท้อนให้เห็นชีวิตในอดีต เช่น การทอผ้า เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น รวมไปถึงยังปรับเป็นร้านค้าที่ขายอาหารพื้นบ้านและสินค้าที่ระลึกด้วย

เดิมทีเริ่มยอมรับสภาพกับที่ต้องอดเห็น “ฟูจิซัง” หรือภูเขาไฟฟูจิแล้ว เพราะสภาพอากาศค่อนข้างย่ำแย่และไม่เป็นใจ แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจ เพราะระหว่างเดินทางกลับมายังที่พักที่ทะเลสาบคาวากุจิ เราทุกคนก็ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจน ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะรีบหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาบันทึกเอาไว้ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่เมฆหมอกจะเข้ามาบังอีกครั้ง แต่ได้สร้างความสุขใจให้กับคนที่เห็นได้ไม่น้อย เรียกได้ว่ามาไม่เสียเที่ยว

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ บรรยากาศยามเช้าของทะเลสาบคาวากุจิ

 

วันรุ่งขึ้นรีบพุ่งมาที่สถานีรถไฟนิชิมะ เพื่อโดยสารรถไฟชิงคันเซ็นมายังสถานีโอคายาม่า ถึงจะต้องใช้เวลาบนรถถึง 3 ชั่วโมง แต่ก็คุ้มค่าและสะดวกสบายกับการบริการที่ทันสมัย

พอถึงที่หมายก็นั่งรถบัสต่อไปกันที่เมืองเก่าและคลองโบราณของเมืองคุราชิกิ (Kurashiki) รูปลักษณ์ของอาคารยังคงเป็นแบบโบราณที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องและเมื่อก่อนอาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อเป็นโกดังเก็บข้าว

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ เส้นทางปั่นจักรยานภูมิภาค Shimanami Kaido

 

ใครไปถึงก็ต้องไปรับประทานพุดดิ้งแห่งความสุข แม้จะเป็นขนมที่หน้าตาธรรมดา แต่คนที่ไปส่วนใหญ่เชื่อกันว่าถ้าได้ลิ้มลองรสชาติแล้วจะทำให้มีความสุขไปตลอด ซึ่งความสุขแรกที่ได้รับ คือ ความอร่อยของพุดดิ้ง

อีกจุดหนึ่งภายในบริเวณที่ไม่ควรพลาดเห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ (Momotaro Museum) โดยโมโมทาโร่เป็นนิทานที่เล่ากันถึงวีรกรรมของเด็กน้อยที่อาสาปราบยักษ์จนสำเร็จและนำมาซึ่งความสงบสุขของคนในหมู่บ้าน เป็นอีกหนึ่งความน่ารักของคนญี่ปุ่นที่น่าบันทึกไว้ในความทรงจำ

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ มองโตเกียวสกายทรีผ่านเมือง

 

หลังจากการเดินทางข้ามเมืองและท่องเที่ยวมาตลอดทั้งวัน ทำให้ต้องรีบเข้าพักเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับการตามพี่ตูนไปปั่นจักรยานข้าม 6 สะพาน 7 เกาะ รวมระยะทาง 70 กิโลเมตร

เช้าในวันสำคัญก่อนออกเดินทางไกลทุกคนรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จและรับฟังการสรุปเส้นทางครั้งสุดท้าย เมื่อได้เวลาและท้องฟ้าก็เป็นใจ การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ทิวทัศน์กรุงโตเกียวในมุมสูง

 

เส้นทางในการปั่นจักรยานครั้งนี้เรียกว่า “เส้นทางจักรยานข้ามภูมิภาค” (Shimanami Kaido) เริ่มที่เมืองโอโนมิชิ (Onomichi) ผ่านเกาะเล็กๆ กลางทะเลมากมาย ก่อนไปสิ้นสุดที่เมืองอิมาบาริ (Imbari) 

ไฮไลต์ที่เป็นที่สุดของครั้งนี้ คือ การปั่นจักรยานข้ามสะพานคุโรชิม่า (Kurushima Kaikyo Bridge) ซึ่งเป็นจุดปิดท้ายของการปั่นจักรยาน ทางขึ้นและทางลงจะเป็นลักษณะของการปั่นจักรยานวนขึ้นไป อาจจะไม่ชันมากนัก แต่เรียกเหงื่อได้ไม่น้อยเช่นกัน

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ เส้นทางจักรยานผ่านธรรมชาติเขียวขจี

 

การตระเวนญี่ปุ่นของเราจบลงที่การไปละลายทรัพย์ที่ “ชินไซบาชิ” (Shinsaibashi) ถนนสายช็อปปิ้งที่สำคัญของเมืองโอซากา และแวะถ่ายรูปป้ายกูลิโกะแมนไว้เป็นที่ระลึก พอได้ของติดไม้ติดมือกันครบแล้ว ก็ได้เวลากลับเมืองไทยเพื่อใช้ชีวิตกันต่อไป

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา มีพบก็ต้องมีจาก แต่จะเป็นการจากที่ในอนาคตอาจได้กลับมาพบกันอีกที่ญี่ปุ่น

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ป้ายแขวนลายการ์ตูนน่ารัก ของหมู่บ้านอิยาชิโนซาโตะ

 

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ย่านชินไซบาชิ เมืองโอซากา แหล่งช็อบปิ้งที่สำคัญของญี่ปุ่น

 

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ พุดดิ้งแห่งความสุข

 

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ อาคารย้อนยุคในเมืองคุราชิกิ

 

ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’ ป้ายกูลิโกะสัญลักษณ์ของย่านชินไซบาชิ

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน