
ในวันฟ้าหม่น...ยังได้เห็น ‘ฟูจิ’
ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องทราบดีว่าช่วงปลายๆ เดือน ก.ค. ยาวจนถึงเดือน ส.ค.
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องทราบดีว่าช่วงปลายๆ เดือน ก.ค. ยาวจนถึงเดือน ส.ค.ถือเป็นฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น และเป็นโอกาสสำคัญของการทำกิจกรรมกลางแจ้งให้สมใจ
จังหวะนี้เองเครื่องดื่ม 100 พลัส จึงได้พาผู้โชคดีกว่า 40 ชีวิต จากกิจกรรม “100 พลัส ปั่นลัดฟ้ากอดฟูจิ” ไปชมความสวยงามของดินแดนอาทิตย์อุทัยท้าทายแสงแดดกันเต็มๆ ถึง 5 วันโดยการเดินทางครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะมีนักร้องขวัญใจวัยรุ่น “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “พี่ตูน บอดี้สแลม”ร่วมทางไปด้วย
ตลอดทั้งทริปพี่ตูนขอทิ้งความเป็นร็อกเกอร์ไว้ชั่วคราวเพื่อขอสวมบทนักกีฬาและนักท่องเที่ยวพร้อมกับให้ความเป็นกันเองกับผู้ร่วมผจญภัยกันทุกคน
ทุกนาทีมีค่า พลันที่สองเท้าถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ขึ้นรถบัสเพื่อมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางแรกทันที คือ “โตเกียวสกายทรี” (Tokyo Skytree) หนึ่งในแลนมาร์กของโตเกียว ตั้งอยู่ในเขตซุมิดะ ตึกนี้มีความสูงถึง 634 เมตร สามารถชมทิวทัศน์รอบๆ เมืองหลวงได้ 360 องศา อาจบอกได้ว่าถ้าไปโตเกียวแล้ว แต่ไม่ได้ไปโตเกียวสกายทรีเสมือนหนึ่งไปไม่ถึงโตเกียวเลยทีเดียว
ถัดจากโตเกียวสกายทรีไปกันต่อที่ “โกเทมบะ พรีเมียม เอาต์เลต” (Gotemba Premium Outlets) แหล่งช็อปปิ้งของดีราคาถูก เดินทางออกมาจากโตเกียวประมาณ 90 นาทีก็ถึง เอาต์เลตที่นี่มีความพิเศษตรงที่ขนาดของพื้นที่ เพราะมีร้านค้าประมาณ 200 ร้านค้า แถมยังตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย แต่น่าเสียดายวันที่เราเดินทางไปนั้นอากาศไม่ค่อยดีนัก จึงไม่ค่อยเห็นความงามของฟูจิเท่าไหร่
ญี่ปุ่นวันแรกของเราจบลงที่การพักผ่อนที่โรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคาวากุจิ (Kawaguchiko)
วันที่สองในญี่ปุ่น อากาศเย็นสบาย มีฝนลงมาเล็กน้อย แต่เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เพราะต้องแลกมาซึ่งเมฆหมอกที่ปกคลุมเต็มฟ้าจนไม่สามารถเห็นภูเขาไปฟูจิได้ ถึงกระนั้น การปั่นจักรยานรอบทะเลสาบที่มีพี่ตูนเป็นเนวิเกเตอร์นั้นก็พอทำให้ลืมความเสียดายนั้นลงไปได้
ทริปปั่นจักรยานในวันนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ทะเลสาบคาวากุจิ 5.3 กิโลเมตร 2.ทะเลสาบไซโกะ (Lake Saiko) 7.6 กิโลเมตร และ 3.ทะเลสาบไซโกะอิยาชิ โนะ ซาโตะ (Lake Saiko Iyashino sato) 3.2 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางทั้งหมดได้มีโอกาสเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลสาบและวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในบริเวณนั้นที่ยังคงยึดถือการทำเกษตรและประมงพื้นบ้านเอาไว้อย่างเข้มแข็ง
พวกเราทุกคนได้พักเติมแรงด้วยการทานอาหารกลางวันที่หมู่บ้านอิยาชิโนซาโตะ ในอดีตเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมที่สำคัญบริเวณทะเลสาบไซโกะ มีบ้านที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่เอาไว้ประมาณ 20 หลังคาเรือน ซึ่งปัจจุบันบางส่วนถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะท้อนให้เห็นชีวิตในอดีต เช่น การทอผ้า เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น รวมไปถึงยังปรับเป็นร้านค้าที่ขายอาหารพื้นบ้านและสินค้าที่ระลึกด้วย
เดิมทีเริ่มยอมรับสภาพกับที่ต้องอดเห็น “ฟูจิซัง” หรือภูเขาไฟฟูจิแล้ว เพราะสภาพอากาศค่อนข้างย่ำแย่และไม่เป็นใจ แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจ เพราะระหว่างเดินทางกลับมายังที่พักที่ทะเลสาบคาวากุจิ เราทุกคนก็ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจน ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะรีบหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาบันทึกเอาไว้ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่เมฆหมอกจะเข้ามาบังอีกครั้ง แต่ได้สร้างความสุขใจให้กับคนที่เห็นได้ไม่น้อย เรียกได้ว่ามาไม่เสียเที่ยว
วันรุ่งขึ้นรีบพุ่งมาที่สถานีรถไฟนิชิมะ เพื่อโดยสารรถไฟชิงคันเซ็นมายังสถานีโอคายาม่า ถึงจะต้องใช้เวลาบนรถถึง 3 ชั่วโมง แต่ก็คุ้มค่าและสะดวกสบายกับการบริการที่ทันสมัย
พอถึงที่หมายก็นั่งรถบัสต่อไปกันที่เมืองเก่าและคลองโบราณของเมืองคุราชิกิ (Kurashiki) รูปลักษณ์ของอาคารยังคงเป็นแบบโบราณที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องและเมื่อก่อนอาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อเป็นโกดังเก็บข้าว
ใครไปถึงก็ต้องไปรับประทานพุดดิ้งแห่งความสุข แม้จะเป็นขนมที่หน้าตาธรรมดา แต่คนที่ไปส่วนใหญ่เชื่อกันว่าถ้าได้ลิ้มลองรสชาติแล้วจะทำให้มีความสุขไปตลอด ซึ่งความสุขแรกที่ได้รับ คือ ความอร่อยของพุดดิ้ง
อีกจุดหนึ่งภายในบริเวณที่ไม่ควรพลาดเห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ (Momotaro Museum) โดยโมโมทาโร่เป็นนิทานที่เล่ากันถึงวีรกรรมของเด็กน้อยที่อาสาปราบยักษ์จนสำเร็จและนำมาซึ่งความสงบสุขของคนในหมู่บ้าน เป็นอีกหนึ่งความน่ารักของคนญี่ปุ่นที่น่าบันทึกไว้ในความทรงจำ
หลังจากการเดินทางข้ามเมืองและท่องเที่ยวมาตลอดทั้งวัน ทำให้ต้องรีบเข้าพักเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับการตามพี่ตูนไปปั่นจักรยานข้าม 6 สะพาน 7 เกาะ รวมระยะทาง 70 กิโลเมตร
เช้าในวันสำคัญก่อนออกเดินทางไกลทุกคนรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จและรับฟังการสรุปเส้นทางครั้งสุดท้าย เมื่อได้เวลาและท้องฟ้าก็เป็นใจ การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น
เส้นทางในการปั่นจักรยานครั้งนี้เรียกว่า “เส้นทางจักรยานข้ามภูมิภาค” (Shimanami Kaido) เริ่มที่เมืองโอโนมิชิ (Onomichi) ผ่านเกาะเล็กๆ กลางทะเลมากมาย ก่อนไปสิ้นสุดที่เมืองอิมาบาริ (Imbari)
ไฮไลต์ที่เป็นที่สุดของครั้งนี้ คือ การปั่นจักรยานข้ามสะพานคุโรชิม่า (Kurushima Kaikyo Bridge) ซึ่งเป็นจุดปิดท้ายของการปั่นจักรยาน ทางขึ้นและทางลงจะเป็นลักษณะของการปั่นจักรยานวนขึ้นไป อาจจะไม่ชันมากนัก แต่เรียกเหงื่อได้ไม่น้อยเช่นกัน
การตระเวนญี่ปุ่นของเราจบลงที่การไปละลายทรัพย์ที่ “ชินไซบาชิ” (Shinsaibashi) ถนนสายช็อปปิ้งที่สำคัญของเมืองโอซากา และแวะถ่ายรูปป้ายกูลิโกะแมนไว้เป็นที่ระลึก พอได้ของติดไม้ติดมือกันครบแล้ว ก็ได้เวลากลับเมืองไทยเพื่อใช้ชีวิตกันต่อไป
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา มีพบก็ต้องมีจาก แต่จะเป็นการจากที่ในอนาคตอาจได้กลับมาพบกันอีกที่ญี่ปุ่น







