
เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนโลกด้วยโดรน
ในวันนี้โดรนอาจจะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่ก็ไม่อาจจะกล่าวได้ว่า เราๆ ท่านๆ รู้จักกับอากาศยานที่ไร้นักบิน
โดย...กองบรรณาธิการ
ในวันนี้โดรนอาจจะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่ก็ไม่อาจจะกล่าวได้ว่า เราๆ ท่านๆ รู้จักกับอากาศยานที่ไร้นักบิน ซึ่งช่วยเปลี่ยนมุมมองและอาจจะเปลี่ยนโลกในหลายแง่ได้อย่างเพียงพอ
โดรนหรืออากาศยานที่ไร้นักบิน กำเนิดขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการด้านการทหารเป็นหลัก นับตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนจะวิวัฒนาการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น จนแทบจะใช้แทนอากาศยานจริง มีขนาดหลากหลาย มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์
นอกเหนือจากการทหารแล้ว ปัจจุบันโดรนนำไปใช้แพร่หลายในวงการถ่ายภาพ นอกจากนี้แล้วยังถูกใช้ทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ผู้ควบคุมเครื่องอยู่ในระยะไกลผ่านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะการเข้าไปในพื้นที่ยากลำบากหรืออันตราย ใช้ในการวิจัยทดลอง การเกษตร เช่น พ่นยาให้พืชสวนไร่นา กู้ภัย ช่วยยามชายฝั่ง ส่งสินค้า หรือแม้กระทั่งเป็นงานอดิเรกต่างๆ
โดรนอย่างไรให้ (ไม่) โดน
เมื่อมีการใช้โดรนมากขึ้น ก็ต้องมีการควบคุมดูแล เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2558 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 โดยมีสาระสำคัญแบ่งอากาศยานไร้นักบินเป็น 2 ประเภท คือ
1) เล่นเพื่องานอดิเรก บันเทิง กีฬา ก. ขนาดไม่เกิน 2 กิโลกรัม ข. ขนาดเกิน 2 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม
2) ไม่ใช่เพื่องานอดิเรก แต่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น เพื่อการทำข่าว ช่วยเหลือ รายงานจราจร ภาพยนตร์ วิจัยและพัฒนา อื่นๆ เป็นต้น ซึ่งมีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา
โดยก่อนทำการบินต้องมีการตรวจเช็กตามที่ประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนด และเมื่อบินแล้วต้องไม่รบกวนผู้อื่น และที่สำคัญคือ ไม่ให้บินในบริเวณเขตห้าม (Prohibited Area) เขตกำกัด (Restricted Area) และเขตอันตราย (Danger Area)
ทุกคนที่ทำการบินต้องได้รับอนุญาต และต้องมีการส่งแผนการบินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการบินเพื่อควบคุมและหลีกเลี่ยงความไม่ปลอดภัยอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
ทั้งหมดเพื่อต้องการป้องกันไม่ให้การใช้งานโดรนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการจราจรทางอากาศและนำไปใช้งานที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีการนำกล้องบันทึกภาพเข้าไปติดตั้งไว้บนโดรนและนำไปบินสอดแนมถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมออกมาเผยแพร่ จนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้แบ่งหลักเกณฑ์การกำกับดูแลออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.โดรนที่มีการนำมาใช้เพื่องานด้านการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือใช้เป็นเกมการแข่งขันกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการทำการบินในระดับที่ไม่สูงมากนั้น อาจจะมีการกำหนดพื้นที่เฉพาะ เพื่อการทำการบินหรือจัดทำการแข่งขัน เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนการจราจรทางอากาศ และ 2.โดรนที่นำมาใช้ส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการทำละเมิดบุคคลอื่นนั้น อาจจะต้องมีการออกมาตรการควบคุม ดูแลอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นอากาศยานที่สามารถบินได้ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยการจราจรอากาศและความมั่นคงด้านความปลอดภัยประเทศ
สำหรับเงื่อนไข แบ่งเป็นก่อนทำการบิน ตรวจสอบสภาพต้องพร้อมบินอย่างปลอดภัย ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ที่จะทำการบิน ทำการศึกษาพื้นที่และชั้นของห้วงอากาศที่จะทำการบิน มีแผนฉุกเฉิน รวมถึงแผนสำหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาล
เงื่อนไขระหว่างทำการบิน ห้ามทำการบินในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และรบกวนความสงบสุขของบุคคลอื่น ห้ามทําการบินเข้าไปในบริเวณเขตห้าม เขตกํากัด และเขตอันตรายตามที่ประกาศในเอกสารแถลงข่าวการบินของประเทศไทย รวมทั้งสถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาล เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
นอกจากนี้ แนวการบินขึ้นลงของอากาศยานจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องสามารถมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลาที่ทําการบิน และห้ามทําการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยานหรืออุปกรณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง
ต้องทําการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถมองเห็นอากาศยานได้อย่างชัดเจน ห้ามทําการบินเข้าใกล้หรือเข้าไปในเมฆ ห้ามทําการบินภายในระยะเก้ากิโลเมตร (ห้าไมล์ทะเล) จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
ห้ามทําการบินโดยใช้ความสูงเกินเก้าสิบเมตร (สามร้อยฟุต) เหนือพื้นดิน ห้ามทําการบินเหนือเมือง หมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่ ห้ามบังคับอากาศยานเข้าใกล้อากาศยานซึ่งมีนักบิน ห้ามทําการบินละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ห้ามทําการบินโดยก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความรําคาญแก่ผู้อื่น ห้ามส่งหรือพาวัตถุอันตรายตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรืออุปกรณ์ปล่อยแสงเลเซอร์ติดไปกับอากาศยาน ห้ามทําการบินโดยมีระยะห่างในแนวราบกับบุคคล ยานพาหนะ สิ่งก่อสร้าง หรืออาคาร น้อยกว่าสามสิบเมตร (หนึ่งร้อยฟุต) เป็นต้น
ในวงปีกธุรกิจโดรน
ในเชิงพาณิชย์ ธุรกิจโดรนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปีนี้มีการประเมินกันว่า การซื้อขายโดรนทั่วโลกจะมีอัตราเติบโตสูงถึง 100% ขณะที่ตลาดโดรนในไทยแม้จะยังเป็นตลาดเล็กๆ มูลค่าราวๆ 300 ล้านบาท แต่คาดว่าจะเติบโตเป็น 500 ล้านบาท ภายในปีนี้
คอลิน กวินน์ หัวหน้าฝ่ายรายได้ บริษัท 3ดี โรบอทติกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโดรนแบรนด์ “โซโล” จากสหรัฐ ให้ข้อมูลว่า ตลาดโดรนทั่วโลกมีอัตราเติบโตเท่าตัวต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว สำหรับปีนี้คาดจะมีมูลค่ารวม 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเติบโตจากปีที่แล้ว 100% ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีการเติบโตมาก เพราะมีการพัฒนาโดรนรุ่นใหม่ๆ ที่น้ำหนักเบาลงมากและราคาถูกลง
“หากเทียบกับเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดรนที่มีน้ำหนัก 8-10 กิโลกรัม ราคาแพงถึง 1-2 หมื่นเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันมีโดรนรุ่นที่มีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัมเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และราคาถูกลงเกินกว่าครึ่ง อีกทั้งตลาดรวมทั่วโลกยังไม่ใหญ่มาก จึงมีโอกาสให้โตแบบก้าวกระโดด” กวินน์ กล่าว
นอกจากปัจจัยที่ทำให้โดรนมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น เกิดจากความต้องการภาพมุมกว้างจากบนท้องฟ้าที่นำมาใช้ในเชิงธุรกิจสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกขยายตัว และคนรุ่นใหม่นิยมแชร์รูป จึงทำให้มีความต้องการโดรนทั้งกลุ่มช่างภาพมืออาชีพและบุคคลทั่วไปมีเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
สำหรับในไทยธุรกิจโดรนจะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีมูลค่าตลาด 300 ล้านบาท เป็นการเติบโตจากการใช้งานในฐานะแกดเจ็ตที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคเทคโนโลยี ผู้ช่วยสำคัญในการถ่ายภาพของมืออาชีพ และอุปกรณ์ที่เพิ่มศักยภาพและความปลอดภัยในการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม
เพราะโดรนถูกนำมาใช้มากขึ้น จึงเกิดมีธุรกิจโรงเรียนสอนบังคับโดรน และด้วยโดรนมีทุกอย่างเหมือนอากาศยาน จึงอาจเกิดอุบัติเหตุหรือตกได้ ควรต้องมีการทำประกันภัยอุบัติเหตุจากโดรน แต่ถึงตอนนี้ในเมืองไทยยังไม่มีบริษัทรับประกันภัยอย่างเป็นทางการมากนัก
เสริมเขี้ยวเล็บช่างภาพ
ชำนาญ ปราณี (ช้าง) ช่างภาพโทรทัศน์อิสระ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการถ่ายภาพนานนับสิบปี ปัจจุบันรับถ่ายรายการ “สปิริต ออฟ เอเชีย” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกเดินทางไปแล้วกว่า 30 ประเทศทั่วเอเชีย และมีประสบการณ์ด้านงานถ่ายโฆษณา สารคดี กีฬา และการทำพรีเซนเทชั่นหลายชิ้น ทุกวันนี้ต้องมีโดรนไว้เป็นหนึ่งปัจจัยในการทำงาน
“การใช้โดรนเพื่อการถ่ายภาพไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องใช้ความรู้ด้านการบังคับโดรน ประกอบกับมุมมองด้านการถ่ายภาพ การถ่ายภาพวิดีโอกับการถ่ายภาพนิ่งก็มีความแตกต่างกัน การถ่ายภาพนิ่ง เราจะมองจุดที่โดรนจะถ่ายรูปเป็นทีละจุด เมื่อนำโดรนขึ้นแล้วก็บังคับไปยังจุดที่จะถ่ายภาพ เมื่อนิ่งได้ที่แล้วก็กดสวิตช์ให้กล้องทำการถ่ายภาพ แต่สำหรับบางรุ่นที่เก่าหน่อย จะไม่สามารถ สั่งการให้กล้องถ่ายภาพได้จากผู้บังคับโดรนด้านล่าง ต้องตั้งค่าให้กล้องถ่ายอัตโนมัติ (กี่วินาทีต่อภาพก็แล้วแต่) แล้วบังคับเครื่องขึ้น โดยระหว่างทางที่เครื่องขึ้นไปยังจุดที่ต้องการก็จะมีบางภาพที่ไม่ต้องการเข้ามาด้วย ซึ่งหากระยะทางจากจุดเริ่มบินไปยังจุดที่จะถ่ายไกลใช้เวลานาน ก็จะได้ภาพที่ไม่ต้องการเยอะมาก ต้องเตรียมเมโมรีการ์ดที่มีขนาดความจุมากเพียงพอ ไม่เช่นนั้นกว่าโดรนจะบินถึงจุดหมาย เมโมรีการ์ดอาจจะเต็มก่อน สำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ ผู้ถ่ายต้องคิดจุดเริ่มของวิดีโอที่ต้องการแล้ววางแผนเส้นทางบินของโดรนไปสู่จุดสิ้นสุด ระหว่างที่ถ่ายต้องพยายามควบคุมเครื่องให้นิ่ง กระแสลมที่แรงมากอาจเป็นปัญหาให้เครื่องสั่นได้”
เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่ ชำนญ ซื้อโดรนมาใช้ หลักๆ คือการพัฒนาและเพิ่มคุณภาพของงานถ่าพภาพเคลื่อนไหว ให้ได้มุมที่แปลก หลากหลาย ตามความท้าทายของนักถ่ายภาพหลายๆ คน และผลที่ตามมาก็คือ การดึงดูดผู้ว่าจ้าง ทำให้ได้รับโอกาสในการว่าจ้างมากขึ้น ซึ่งก็ได้ผล หลังจากการซื้อโดรนมาใช้ ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ถึง 20% ซึ่งหากผู้ว่าจ้างต้องการวิดีโอมุมสูงที่ต้องใช้โดรน ก็จะคิดค่าบริการเพิ่ม หรือลูกค้าบางรายที่ไม่ได้เจรจาที่จะเอาภาพมุมสูงจากโดรนด้วยตั้งแต่แรก “ถ้าหากเราดูงานแล้วคิดว่ามันน่าจะมีภาพมุมสูงจากโดรนมาประกอบด้วย จึงจะทำให้งานออกมาดูดี เราก็จะนำโดรนมาใช้เลย โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าดู เมื่อลูกค้าเห็นผลงานแล้วก็จะชอบ และในครั้งต่อไปก็จะเลือกว่าจ้างในออปชั่นราคาที่ใช้โดรน”
เหตุผลในการตัดสินใจซื้อโดรน ไม่ได้อยู่ที่เรื่องธุรกิจเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของความท้าทาย และความสุขส่วนตัวด้านการถ่ายภาพด้วย “ภาพจากกล้องโดรนจะให้มุมที่แปลกและแตกต่างอย่างที่เราไม่สามารถทำได้เอง เราไม่สามารถบินขึ้นไปแล้วถ่ายภาพได้ แต่โดรนสามารถทำได้ เวลาที่เรานำโดรนไปบินที่ไหน ก็จะมีผู้คนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ก็จะมามุงดูด้วยความสนใจ เด็กบางคนก็ขอลองเล่นบ้าง”
กฎหมาย กฎกติกา มารยาท ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ใช้โดรนจะต้องศึกษา สถานที่บางแห่งห้ามนำโดรนขึ้นบิน โดยเฉพาะพื้นที่ความมั่นคงและพื้นของทหาร “โดยส่วนใหญ่ผมจะศึกษาข้อมูลสถานที่ก่อนไปถ่ายเสมอ หากมีจุดไหนที่เราต้องการภาพมุมสูงจากโดรน ก็จะปรึกษากับผู้ว่าจ้างและแนะนำให้ทำหนังสือขออนุญาตก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะหรือยุติการทำงานของเรา การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การนำโดรนขึ้นบินถ่ายในพื้นที่ส่วนบุคคลก็อาจเสี่ยงต่อการมีเรื่องทะเลาะกันจนอาจถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีความในศาลได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องขออนุญาตเจ้าของพื้นที่เช่นกัน”
กฎหมายของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน บางประเทศมีกฎหมายแต่ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง บางประเทศมีกฎที่เข้มงวด ผู้บังคับโดรนจะต้องมีใบอนุญาต การนำโดรนขึ้นเครื่องบินก็เช่นกัน เราสามารถนำขึ้นเครื่องได้แต่ต้องโหลดเท่านั้น และต้องถอดแบตเตอรี่ออกเพื่อถือติดตัวขึ้นเครื่อง เพราะอุปกรณ์ประเภทแบตเตอรี่และเพาเวอร์แบงก์ห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่องแต่อนุญาตให้ถือนำขึ้นเครื่องด้วย
ความปลอดภัยก็เป็นส่วนสำคัญสำหรับการใช้โดรน เพราะหากเครื่องตกลงมาถูกคนที่อยู่ด้านล่าง ก็จะทำให้ผู้คนได้รับอันตรายได้ เราจึงต้องพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีผู้คนเยอะ หรือหากจำเป็นต้องบินเหนือผู้คนหรือฝูงชน ผู้บังคับโดรนจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ผู้บังคับโดรนจะต้องมีความชำนาญมากพอ สามารถประเมินทัศนวิสัยในขณะนั้นๆ ได้ เช่น กระแสลมที่แรงเกินไปอาจจะเสี่ยงเกินไปสำหรับการนำโดรนขึ้นบิน
โดรนหาซื้อง่ายมีมากมายหลายราคา ตั้งแต่ราคาหลักพันบาท ไปจนถึงระดับมืออาชีพราคาหลายแสนบาท ผู้ที่พอจะมีเงินหน่อยแม้ไม่มีอาชีพด้านการถ่ายรูปเลยก็นิยมซื้อมาเพื่อถ่ายภาพเล่น เป็นกิจกรรมสันทนาการ ประกอบกับเทคโนโลยีการบังคับโดรนที่แสนง่ายทันสมัย (ในโดรนรุ่นใหม่ ราคาประมาณ 5 หมื่นบาทขึ้นไป) สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ ดูภาพผ่านจอมอนิเตอร์ และสั่งการถ่ายภาพได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดรนบางรุ่นมีระบบความปลอดภัยสูง แม้ผู้บังคับจะบังคับผิดพลาดให้บินเข้าชนผนังตึกหรือต้นไม้ มันก็จะมีเซ็นเซอร์ป้องกันตัวเอง และบินออกเองอัตโนมัติไม่ชนกับตึกหรือต้นไม้ บางตัวมีระบบป้องกันการตก เมื่อเครื่องจะตกมันก็จะบินขึ้นเองโดยอัตโนมัติ หรือในกรณีที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมด เครื่องก็จะบินกลับลงสู่พื้นดินเองโดยอัตโนมัติ
ปัจจุบันการใช้โดรนถ่ายภาพเป็นที่แพร่หลายและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจด้านการรับจ้างถ่ายภาพ ทั้งงานถ่ายภาพนิ่ง และงานถ่ายวิดีโอ ช่างภาพที่มีโดรนก็จะได้เปรียบกว่าผู้ที่ไม่มี มีโอกาสได้รับการว่าจ้างมากกว่า และสามารถคิดราคาเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการใช้โดรนได้ด้วย ช่างภาพในแวดวงธุรกิจบางคนจำเป็นต้องไปยืมโดรนเพื่อนมาใช้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า หรือหากบางคนไม่มีจริงๆ ก็จะไปจ้างช่างภาพที่มีโดรนมาทำงานร่วมกันโดยยอมแบ่งปันรายได้ดีกว่าไม่ได้งานเลย การแข่งขันในวงการนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสเทคโนโลยี และโดรนก็เป็นเสมือนอุปกรณ์ที่ช่างภาพรับจ้างจะขาดไม่ได้อีกต่อไป
ขณะที่ อภิสิทธิ์ ประสงค์ทรัพย์ (นนท์) ช่างภาพอิสระ เล่าถึงการใช้โดรนว่า “เพราะผมทำงานเป็นช่างภาพถ่ายโฆษณา และการใช้โดรนก็เป็นการถ่ายภาพอีกมุมมองหนึ่งของงาน ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้การถ่ายโดรนไม่ได้เป็นพระเอก เป็นที่ต้องการในงานถ่ายภาพเหมือนสมัยก่อนแล้ว ตอนนี้โดรนที่มีอยู่เป็นดีเจไอ แฟนธอม 3 ก็จะเอามาใช้บังคับถ่ายภาพเล่นๆ ทุกสัปดาห์ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตมากกว่า
“เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ใช้งานหรือชาร์จเลยแบตจะเสื่อมเร็ว หรือถ้ามีทริปเที่ยวต่างจังหวัดมีที่โล่งกว้างก็จะเอาออกมาถ่ายเล่น ซึ่งผมชอบที่จะเอาไปบินถ่ายเล่นในต่างจังหวัดหรือชานเมืองมากกว่าในเมือง ในเมืองจะมีสัญญาณรบกวนมาก ทั้งสัญญาณไว-ไฟ สัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งไปกวนคลื่นบังคับโดรนทำให้สัญญาณอ่อนลง และถ้าพูดตามตรงก็คือทุกวันนี้เวลาเอา
โดรนบินขึ้นไปถ่ายก็ยังเสียวๆ อยู่เหมือนกัน ว่าจะมีเหตุตกไปโดนคน ในเรื่องวิธีการป้องกันก็จะเป็นเรื่องงบประมาณ
“ถ้าคนที่เล่นตัวใหญ่ก็จะมีร่มชูชีพเวลาตก แต่ผมเล่นตัวเล็กจะหาที่ติดยาก แต่โดรนในมุมมองของผมก็คือความสนุกในการได้บินและได้ถ่ายภาพ เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าจะเปลี่ยนแนวไปเล่นโดรนแบบบินแข่ง แต่ยังไม่มีเวลาไปเล่นแบบนั้น”
ช่างภาพสมัครเล่นอย่าง ดร.กุลชัย กุลตวนิช อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์เกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ใช้โดรน
“ผมเล่นโดรนเพราะผมเป็นคนที่สนใจในเรื่องการถ่ายภาพอยู่แล้วและสอนถ่ายภาพอยู่ ผมจะเก็บสะสมภาพถ่ายแนวต่างๆ เอาไว้ แต่จะมีภาพอยู่แนวหนึ่งก็คือ ภาพถ่ายจากมุมสูงที่ยังไม่มี ซึ่งแต่ก่อนต้องหาที่สูงถ่าย แต่พอมีโดรนมาก็อยากจะได้มาถ่ายเป็นภาพสะสม เพื่อมาถ่ายภาพในมุมมองใหม่ที่เราไม่สามารถถ่ายได้มาก่อน ซึ่งผมเพิ่งมาเล่นจริงจังเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ก็ได้ลองสัมผัสมาบ้างตามงานต่างๆ ก็อาศัยลองใช้ถ่ายภาพ พอถึงจุดที่คิดว่าประสิทธิภาพและราคานั้นตอบโจทย์เราถึงซื้อมาใช้งาน
“รุ่นที่ผมใช้จะเป็นดีเจไอ แฟนธอม 3 เลือกรุ่นนี้เพราะว่าผู้ผลิตก็เป็นหนึ่งในคนทำอุปกรณ์กล้องมาก่อน ซึ่งน่าจะดีพอสำหรับงานถ่ายภาพของเรา ถ้าซื้อของจีนก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ และมีระบบอัตโนมัติที่มีความปลอดภัยพอสมควร สุดสัปดาห์ว่างๆ ก็จะขับรถไปถ่ายสถานที่ต่างๆ แล้วแต่เวลาจะเอื้ออำนวย
“อารมณ์ในการเล่นโดรนนอกจากเรื่องการถ่ายภาพแล้ว จะเป็นเรื่องความสนุกในการบังคับคล้ายๆ กับเราเล่นเฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ แต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คือเวลาในการบังคับจะค่อนข้างจำกัดประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น อนาคตต่อไปผมคงจะเปลี่ยนมาใช้รุ่นที่สามารถติดตั้งกล้องดีเอสแอลอาร์สำหรับการถ่ายภาพที่ละเอียดและคมชัดมากขึ้น”
หากใช้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ โดรนหรืออากาศยานที่ไร้นักบินสามารถเปิดโลกเปลี่ยนมุมมอง และเป็นประโยชน์อนันต์กับมนุษย์ผู้ใช้ได้ เริ่มต้นจากการที่เรียนรู้จักกับโดรนให้ดี







