posttoday
น้ำใจ...ราคาเท่าไหร่

น้ำใจ...ราคาเท่าไหร่

17 สิงหาคม 2559

โดย...ปูปรุง  ภาพ... เอพี

โดย...ปูปรุง  ภาพ... เอพี

ความเจริญของโลก...ก็เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน ด้านหนึ่งมอบความสะดวกสบายเกือบทุกสิ่งทุกอย่างให้ แต่อีกด้านคือในความสะดวกสบายนั้น...เปลี่ยนแปลงความคิดให้เรารู้สึกว่าสามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ลืมเหลียวมองคนรอบตัว และใช้ชีวิตแบบมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ส่วนคนอื่นๆ นั้นเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราต้องรีบวิ่งแข่งกับเวลาแบบนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปอีกที่จะได้หยุดคิด แล้วทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันส่งผลอะไร และอย่างไรกับชีวิตเราหรือไม่

แล้วก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งเมื่อครั้งเดินทางไปท่องเที่ยวกัมพูชาเมื่อหลายปีก่อน เรื่องมีอยู่ว่าในบางอารมณ์ ความเป็นคนเมืองก็ทำให้ฉันรู้สึกอยากเบรกตัวเอง แล้วมองหาที่ไหนสักแห่งเพื่อผ่อนคลายบ้าง และนี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทริปท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในชีวิตฉันมักเป็นสถานที่ที่มีความศิวิไลซ์เป็นรอง แต่ความเป็นธรรมชาติต้องมาก่อน ครั้งนั้นกัมพูชาจึงเป็นตัวเลือก และด้วยความอยากเห็นวิถีชีวิตของผู้คนด้วยฉันจึงเลือกเดินทางทางภาคพื้นดินแทน

ฉันไม่เคยไปเหยียบดวงจันทร์ แต่ความรู้สึกหลังจากที่รถวิ่งข้ามพรมแดนไทยไปแล้ว 5 นาทีก็ทำให้ตัวเองสามารถจินตนาการถึงพื้นผิวของดวงจันทร์ได้ไม่ยากนัก แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับรู้สึกตรงกันข้าม ถนนแบบนี้ หลุมแบบนี้ ภาพสองข้างทางแบบนี้ใช่จะหาดูได้ง่ายๆ และฉันก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากจะมาสัมผัสกัมพูชาแบบใกล้ชิดอย่างนี้ตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจเลือกรูปแบบการเดินทาง

รถออกจากปอยเปตเข้าสู่ศรีโสภณ และจากศรีโสภณเราจะเดินทางต่อไปยังเสียมราฐซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้ ก่อนออกจากศรีโสภณ ไกด์ได้พาเราแวะที่จุดพักเพื่อเข้าห้องน้ำซึ่งเป็นของชาวบ้านที่มีหัวการค้า สร้างห้องสุขาไว้คอยเก็บค่าบริการจากการรับฝาก “ทุกข์ทั้งหนักและเบา” ของคณะทัวร์ต่างๆ ที่ผ่านมายังเส้นทางนี้ และแน่นอน-นอกจากห้องสุขาแล้วก็ยังมีมุมเล็กๆ ที่ถูกจัดวางของขบเคี้ยว และสินค้าพื้นบ้าน ไว้เพื่อเชิญชวนคณะทัวร์ให้ซื้อหาอีกจิปาถะ แต่เชื่อมั้ยว่า ที่นี่...ก็มีของบางอย่างที่ไม่ได้เอาไว้ขาย และฉันก็ยังรู้สึกละอายใจจนถึงทุกวันนี้ที่เคยเข้าใจผิดแถมยังคิดตีราคาของสิ่งนั้นด้วยเงินอีก

เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากที่ฉันเสร็จกิจส่วนตัว และจ่ายค่าบริการ 500 เรียลไปแล้ว (สมัยนั้น 1 บาท = 100 เรียล) และจะกลับมาที่รถ ขณะที่กำลังเดินผ่านออกมา มีเด็กหญิงแขมร์คนหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นลูกหลานเจ้าของบ้านหลังนั้นก็เดินตรงรี่มาหาฉันทันที ในมือถือสายรัดข้อมือทำด้วยไหมญี่ปุ่นสีสันสดใส เธอพยายามจะเอามาผูกที่ข้อมือฉันให้ได้ แม้ว่าฉันจะแสดงท่าทีปฏิเสธทั้งโบกมือ ทั้งส่ายหน้า ทว่าเธอก็ยังไม่ลดละความพยายาม กระทั่งฉันกำลังจะขยับปากเพื่อปฏิเสธแต่เด็กน้อยคนนี้เธอไวกว่า แถมชิงพูดขึ้นก่อนว่า“ไอ กีฟ ยู น็อต มันนี่ ไอกีฟ ยู ฟอร์ แฮฟ อะ กู๊ด ลัค”

จำได้ว่า หลังจากฟังประโยคนี้จบ ฉันเหมือนคนหูอื้อไปชั่วขณะ สิ่งที่ทำต่อจากนั้นคือ ยิ้มเจื่อนแล้วยื่นมือตัวเองออกไปให้เด็กคนเดิมผูกเส้นไหมสีสวยนั้นอย่างว่าง่าย แต่ความรู้สึกภายในใจตอนนั้นน่ะหรือ-บอกตรงๆ เลยว่าทั้งเขินทั้งละอายใจที่สุด

คงเพราะความเคยชินกับคำว่า“ของฟรีไม่มีในโลก” และก็คงเพราะคุ้นเคยกับคำว่า “ต้นทุน” “กำไร” หรือ “ราคาเท่าไหร่” จากเมืองที่เต็มไปด้วยวัตถุนิยมอย่างกรุงเทพฯ จนติดเป็นนิสัย ฉันเลยคิดว่าอะไรๆ เขาก็คงต้องขายไปหมด แย่ที่สุดคือลืมว่ายังมีคำว่า “น้ำใจ” ซึ่งไม่มีใครที่ไหนเค้าเอามาขายกันหรอก

หลังกลับจากทริปครั้งนั้น ฉันได้แง่คิดว่าตัวเองได้อะไรเพิ่มมากกว่าการไปเที่ยว ที่สำคัญ รู้สึกอยากขอบคุณประเทศกัมพูชาที่นอกจากจะทำให้ฉันสามารถตายได้อย่างไม่ต้องเสียดายอะไรอีกจากการได้มาเห็นสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่อลังการอย่างนครวัดนครธมแล้วกับตาตัวเอง

สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยอีกอย่างก็คือ อยากขอบคุณเด็กหญิงแขมร์คนนั้น ที่ได้มอบกระจกบานใหญ่ซึ่งสะท้อนตัวตนคนอย่างฉันออกมา กระจกบานนี้เองที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเราควรกลับมาทบทวนตัวเองบ่อยๆ และต้องคอยหมั่นกะเทาะเปลือกความเป็นวัตถุนิยมซึ่งห่อหุ้มเราอยู่ทุกวี่วันไม่ให้มันหนาเกินไป จนลืมความรู้สึกใสๆ ลืมความบริสุทธิ์ของน้ำจิตน้ำใจคน เหมือนที่ฉันก็เคยพลั้งเผลอและมองผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยที่ความเร็วและแรงของ 4จี หรือจะกี่จีก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท