
ระวังโจรล้วงกระเป๋าในต่างแดน
โดย...บีเซลบับ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...บีเซลบับ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ลักวิ่งชิงปล้น เป็นศัพท์ที่นักกฎหมายไทยใช้เรียก 4 ฐานความผิดที่กระทำต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง การลักทรัพย์ การวิ่งราวทรัพย์ การชิงทรัพย์ และการปล้นทรัพย์ แต่ละฐานความผิดกระทำต่อทรัพย์เหมือนกัน หากมีองค์ประกอบความผิดต่างกัน ผู้กระทำต้องรับผิดทางแพ่งและมีโทษทางอาญาด้วย
กฎหมายบ้านเรามีรากฐานมาจากกฎหมายต่างประเทศ ลักวิ่งชิงปล้นนี้ก็เช่นเดียวกัน ได้บัญญัติไว้ตามลักษณะกฎหมายที่มีฐานความผิดต่อทรัพย์ แสดงว่าเรื่องลักวิ่งชิงปล้นนี้มีมานานทั้งในไทยและในต่างประเทศก็แล้วกัน แม้จะมีโทษทั้งแพ่งและอาญาแต่คุณโจรไม่สนใจ ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศแล้วไม่ระวังตัวระวังกระเป๋าให้ดี รับรองว่าโดนแน่ ไม่ลักก็วิ่ง ไม่ชิงก็ปล้น
เก็บตกจากบันทึกนักเดินทาง จากประสบการณ์เข็มไมล์เที่ยวบิน ขอนำมาเล่าสู่สำหรับนักเดินทางที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยว ไปเรียนหนังสือ ไปฮันนีมูน หรือกำลังจะไปต่างประเทศด้วยเหตุอันใด ระวังกระเป๋าเดินทางของคุณให้ดีด้วยเทคนิคอันมีค่าควรจำดังนี้
1.ลดการเป็นเป้า
จะทำยังไงจึงจะลดการเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพ อันดับแรกคือการไม่แต่งตัวแฟชั่นจ๋าไม่สะพายกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ไม่หิ้วของแบรนด์เนม ไม่แต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายที่มีสีฉูดฉาด หรือเมกอัพแต่งหน้าซะ
2.ทำตัวกลมกลืน
พยายามทำตัวกลมกลืนกับคนท้องถิ่น ด้วยการแต่งตัวคล้ายๆ คนท้องถิ่น เลือกเสื้อผ้าสีทึมๆ หน้าร้อนใส่รองเท้าผ้าใบสีไม่ฉูดฉาด ถ้าเป็นหน้าหนาวใส่บู๊ต โจรที่จ้องฉกกระเป๋านักท่องเที่ยวจะสังเกตเหยื่อจากเครื่องแต่งกาย เขาดูเราออกทันทีว่านี่มือใหม่เพิ่งหัดมาทัวร์
3.อย่าบอกให้ใครรู้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว
พยายามอย่าสะพายกระเป๋ารุงรัง เช็กหรือนับจำนวนกระเป๋าที่ถืออยู่บ่อยๆ อย่าห้อยกล้องถ่ายรูปไว้ที่คอแบบไม่ต้องเดาว่าคนคนนี้คือนักท่องเที่ยว หรือบางคนที่ถ่ายรูปเซลฟี่ทุกมุมตึกตลอดเวลา
4.เอกสารสำคัญเก็บดีๆ
แยกเอกสารต่างๆ เช่น บัตรเครดิต ธนบัตรใบใหญ่ หนังสือเดินทางให้เก็บใส่เข็มขัดกระเป๋า (แบบที่เรียกว่า Money belt) โดยสวมรอบเอวไว้ใต้ขอบกางเกง และจะไม่เปิดกระเป๋านี้เลยตลอดทั้งวัน ยกเว้นแต่ถ้าในกรณีที่จำเป็นจริงๆ ก็ค่อยนำไปเปิดในห้องน้ำหรือในที่ส่วนบุคคล ลับตาผู้คน บางคนใช้วิธีพกสำเนาไว้แทน ตัวจริงเก็บไว้ในเซฟที่โรงแรม (อย่าลืมรหัส)
5.สมาร์ทใช้เงิน
นักเดินทางที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อผู้จ้องจะฉกชิงวิ่งราวนักท่องเที่ยว คือ นักเดินทางที่รู้จักประมาณงบการใช้จ่ายประจำวัน โดยควรทำวันต่อวัน แบ่งเงินเป็นส่วนๆ โดยให้พอใช้จ่ายสำหรับวันนั้นๆ จากนั้นใส่ถุงเล็กๆ คล้องคอไว้แล้วเอาเสื้อคลุมทับอีกที
6.อย่าล่อตาด้วยโทรศัพท์/กล้อง
โทรศัพท์ให้เอามาห้อยคอ จากนั้นให้เอาเสื้อคลุมไว้ด้วยเช่นกัน อย่าเอาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงเด็ดขาด ระหว่างโดยสารรถสาธารณะไม่ควรหยิบขึ้นมา ส่วนกล้องก็แขวนคอไว้ เอาเสื้อคลุมถ้าคลุมได้ ถ้าคลุมไม่ได้ก็กอดไว้กับอกเลย ไม่ล่อตาโจร ถ้าเป็นไปได้ทั้งกระเป๋าและกล้องควรเก็บไว้ในกระเป๋าที่มีซิปรูดปิดตลอดเวลา อย่าเล่นมือถือเวลาท่องเที่ยว จะสะดุดตาโจร
7.เครื่องใช้ชีวิตประจำวัน
ให้ใช้เป้เล็กๆ สำหรับใส่ขวดน้ำ หนังสือนำเที่ยว ร่ม แว่นสายตา แว่นกันแดด และของขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ใช้กุญแจเล็กๆ ล็อกซิปเป้ หรือผูกด้วย Zip tie ที่ถอดได้ ศึกษาแผนที่และเส้นทางล่วงหน้า ไม่หยิบแผนที่หรือหนังสือนำเที่ยวออกมากางดู ยกเว้นหลงจริงๆ (ฮา) แต่แม้มาถึงขั้นนี้ก็ควรสงวนท่าที อย่าทำท่าเกาหัวว่างงเต็มที่ ใครเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าถิ่นและกำลังเป็นไก่ตาแตก
8.สติ
มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา อย่าเหม่อลอย อย่ามัวเล่นมือถือ
9.เลี่ยงที่อโคจร
หลีกเลี่ยงการเดินผ่านจุดหรือย่านที่คนแน่นมากๆ จนต้องเบียดกัน เดินสวนกัน ขบวนพาเหรดหรือตลาดขายของ กรณีที่ต้องเดินผ่านหรือยืนอยู่ในจุดนั้นจริงๆ ก็ต้องมีสติ กำกับสติความรู้ตัวไว้ให้เหนียวแน่น
10.ไม่พึงทำ
อย่าขนกระเป๋าเดินทางใบโต เพราะนอกจากจะเป็นเป้าหมายของคุณโจรแล้ว ยังทำให้การเดินทางทุลักทุเลไม่คล่องตัว เหนื่อยหนักและเผลอสติได้ง่าย เนื่องจากจิตใจไปจ่ออยู่กับกระเป๋าใบยักษ์ หวาดระแวงจนเที่ยวไม่มีความสุข นั่นหมายถึงอย่าขนของเยอะ เสื้อผ้าเอาไปน้อยชิ้น ซักได้ กางเกงใส่ซ้ำได้ ไม่ต้องขนอะไรไปเยอะ จะเดินทางคล่องตัวและไม่ตกเป็นเป้าหมายพวกมิจฉาชีพ
หากถูกล้วงคองูเห่าในต่างประเทศ ไม่เพียงเสียทรัพย์แต่อาจเสียเวลานาที เพราะพวกเอาติดไปด้วยคือพาสปอร์ตในกระเป๋า และเอกสารสำคัญอื่นๆ อ่านไว้เผื่อเป็นข้อเตือนใจ เตือนภัยไม่ให้นักล้วงกระเป๋าวิ่งราวนักท่องเที่ยวเวลาไปต่างแดน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือในต่างประเทศนะจ๊ะ







