
เดินหาโปเกมอนในเวลางาน อาจถูกเลิกจ้างได้
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2559 เกมยอดฮิตของโลกที่ชื่อว่า เกม “Pokemon Go” ได้เปิดให้บริการในประเทศไทย ในช่วงก่อนวันลงประชามติเพียง 1 วัน ทำให้หน่วยงานราชการในประเทศไทยรู้สึกวิตกกังวลถึงผลกระทบของการลงประชามติ จนคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องออกโรงเตือนประชาชนห้ามเดินเข้าไปจับโปเกมอนในเขตลงประชามติ เพราะจะมีความผิดตามกฎหมายประชามติ
และเมื่อเร็วๆ นี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็รู้สึกวิตกกังวลกับเกมโปเกมอน โก จนถึงขนาดสั่งการให้หาทางป้องกัน ผลกระทบจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเกมดังกล่าวในเวลาราชการ และอาจกระทบสิทธิของผู้อื่นและมีคำสั่งให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการเล่นเกมดังกล่าว ทนายคลายทุกข์ได้มีโอกาสไปติดต่อราชการในสถานที่ต่างๆ พบว่า มีพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามส่วนราชการและอาคารสูงของเอกชนหลายแห่งรวมทั้งอาคารชุด พบว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยนั่งเล่นเกมโปเกมอนอยู่ จึงเกรงว่าจะไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะลูกจ้างหรือผู้รับจ้างและมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยได้ รวมทั้งผู้ที่มาติดต่อราชการในสถานที่ราชการ
การที่ลูกจ้างของบริษัทเอกชนหรือข้าราชการเล่นเกมในเวลางาน เป็นเวลานานต่อเนื่องกัน เช่น ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป ถ้ากระทำหลายๆ วันติดกัน เช่น เกิน 3 วันติดกัน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างหรือต้นสังกัด กรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีละทิ้งหน้าที่การงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (5) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 นายจ้างในภาคเอกชนมีสิทธิที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานก็ได้เคยวินิจฉัยคดีในลักษณะการเล่นอินเทอร์เน็ต หรือแชตในเวลางานมาแล้วว่านายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 ทนายคลายทุกข์ จึงฝากเตือนลูกจ้างที่ชอบเล่นเกมในเวลางานระวังจะถูกเลิกจ้างโดยไม่รู้ตัวและไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนใดๆ ทั้งสิ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2553 ค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่นบาท จ่ายทุกวันที่ 30 ของเดือน มีระยะเวลาทดลองงาน 3 เดือน ในระหว่างระยะเวลาทดลองงานจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2553 ให้มีผลทันที เนื่องจากในเวลาทำงานโจทก์ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยเล่นอินเทอร์เน็ตพูดคุยในเรื่องส่วนตัวและบันทึกข้อความทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมงก็มี ตามเอกสารหมาย ล.3 ถึง ล.6 ถือว่าโจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยไปในเรื่องไม่เกี่ยวกับงาน ทั้งที่อยู่ในระหว่างทดลองงานแทนที่จะทุ่มเททำงานให้จำเลยอย่างเต็มที่ โจทก์ทำงานด้านบัญชีจะต้องมีความละเอียดรอบคอบ มิฉะนั้น จะทำให้จำเลยได้รับความเสียหายได้ กรณีเช่นนี้เป็นการกระทำประการอื่นไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคท้าย และการที่โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยทำในเรื่องส่วนตัวย่อมจะทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้แก่โจทก์เช่นกัน
ที่โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่า การกระทำของโจทก์ไม่ถึงกับเป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 เนื่องจากโจทก์มิได้กระทำความผิดอย่างร้ายแรง และจำเลยไม่ได้รับความเสียหายนั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวระบุเพียงว่า ถ้าลูกจ้างทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต นายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้า...เท่านั้น หาได้ขยายความไปถึงกับว่าเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายและเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงแต่อย่างใดไม่ อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าพฤติกรรมของโจทก์ทำให้จำเลยเสียหายได้ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ที่โจทก์อุทธรณ์ประการต่อมาว่า หนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.2 หรือ ล.10 ระบุเหตุเลิกจ้างว่า การปฏิบัติงานของโจทก์ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้...ไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมง จึงเป็นการกระทำประการอื่นไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 เป็นคำวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้ห้ามมิให้นายจ้างยกเหตุอื่นขึ้นอ้างในภายหลังนอกจากเหตุที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างมาเป็นข้อต่อสู้ในกรณีเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และการที่โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมง ย่อมเป็นเหตุให้งานในหน้าที่บกพร่องและล่าช้า ต่ำกว่ามาตรฐานที่จำเลยต้องการและไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เหตุดังกล่าวก่อให้เกิดผลเชื่อมโยงกัน มิใช่เรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน







