
จากบทเรียนราคาแพงสู่ฮีโร่
ความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองของ "ฝ้าย" สุกัญญา ศรีสุราช และเหรียญเงินจาก "แต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว ในรุ่น 58 กก.หญิง เมื่อคืนวันที่ 8 ส.ค. สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการกวาดทั้งเหรียญทองและเงินในรุ่นเดียวกันเป็นครั้งแรก และยังเป็นการชดเชยความผิดพลาดในอดีตอย่างงดงามสำหรับฮีโร่เหรียญทองคนล่าสุด
ความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองของ "ฝ้าย" สุกัญญา ศรีสุราช และเหรียญเงินจาก "แต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว ในรุ่น 58 กก.หญิง เมื่อคืนวันที่ 8 ส.ค. สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการกวาดทั้งเหรียญทองและเงินในรุ่นเดียวกันเป็นครั้งแรก และยังเป็นการชดเชยความผิดพลาดในอดีตอย่างงดงามสำหรับฮีโร่เหรียญทองคนล่าสุด
จอมพลังสาววัย 21 ปี ทำลายสถิติโอลิมปิกในท่าสแนตช์ที่ 110 กก. ดีกว่าสถิติของ ลีซูหยิง (จีน) ที่ทำไว้ 108 กก. เมื่อ 4 ปีก่อนที่ลอนดอน และยกได้ 130 กก. ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก คว้าเหรียญทองด้วยน้ำหนักรวม 240 กก. เอาชนะ พิมศิริ (102-130-232) และเหรียญทองแดง เกาซิงชุน จากไต้หวัน (102-129-231) แบบสบาย หลังจากช่วงหนึ่งต้องหยุดไป 2 ปี เพราะติดโทษแบนในข้อหาถูกตรวจพบสารต้องห้าม
"รู้สึกเสียใจมากตอนโดนแบน แต่ไม่เคยถอดใจที่จะกลับมา และตอนนี้ทุกอย่างได้เห็นผลแล้ว" น้องฝ้าย เผยและดีใจที่สามารถนำความสุขมาให้คนไทยได้สำเร็จ
ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน จอมพลังจากชลบุรีในวัย 16 ปีตอนนั้น เป็น 1 ใน 7 นักยกน้ำหนักเยาวชนไทย ที่ถูกตรวจพบสารต้องห้ามในศึกยุวชนและเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย และถูกสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติลงโทษแบนตั้งแต่เดือน พ.ค. 2011 ถึง พ.ค. 2013
"ฝึกซ้อมหนักมาก นี่เป็นโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกและรู้สึกดีใจมาก หนูไม่ได้ตัดสินใจจะใช้มัน (สารต้องห้าม) สมาคมของเราก็ไม่เคยเช่นกัน มันอาจจะเป็นความผิดพลาด" สุกัญญา ยืนยันพร้อมหวังจะได้เข้ารับราชการทหารบก
ขณะที่ พิมศิริ เชื่อว่า สุกัญญาได้ชดใช้ความผิดดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าพอใจกับการคว้าเหรียญเงิน เพราะพวกเธอทำงานกันเป็นทีม เพื่อมอบความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ
"เราเปรียบเหมือนครอบครัว ดังนั้นมันโอเคที่คว้าเหรียญเงิน" แต้ว กล่าว
ชัยชนะของสุกัญญา ยังทำให้ยกน้ำหนักทำผลงานคว้าเหรียญทองสูงสุดในโอลิมปิก 5 เหรียญ แซงหน้ามวยสากลสมัครเล่นที่ทำได้ 4 เหรียญทองก่อนหน้านี้ ส่วน พิมศิริ เจ้าของเหรียญเงินลอนดอน 2012 เป็นจอมพลังไทยคนที่ 2 ที่คว้าเหรียญได้ 2 สมัย ต่อจาก วันดี คำเอี่ยม ที่คว้าทองแดง 2004 และ 2008 (รอประกาศอย่างเป็นทางการ หลังนักกีฬารัสเซียถูกตรวจพบสารกระตุ้น) และเป็นคนที่ 3 ของนักกีฬาไทย ต่อจาก มนัส บุญจำนงค์ (ทอง 2004 และเงิน 2008)
เป้าหมายคว้าเหรียญทองสูงสุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิกของทัพนักกีฬาไทยไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว หลังผ่านไปแค่ 3 วัน คว้ามาแล้ว 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง







