posttoday
งานบันเทิงและสุดยอดเคล็ดลับ ของการเล่าเรื่อง

งานบันเทิงและสุดยอดเคล็ดลับ ของการเล่าเรื่อง

06 สิงหาคม 2559

สุดยอดเคล็ดลับในการเขียนเรื่องเล่าของผมคือ หากคุณสามารถเข้าใจสมองมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

“สุดยอดเคล็ดลับในการเขียนเรื่องเล่าของผมคือ หากคุณสามารถเข้าใจสมองมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถเขียนเรื่องเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณจะมาพร้อมกับเรื่องราวอันน่าสนใจ และนี่คือวิถีแห่งการใช้ชีวิต และคุณจะสามารถเขียนเรื่องเล่าได้อย่างดี เพราะคุณเองก็คือเรื่องราวที่ดีเช่นกัน”

หากนี่คือคำกล่าวของ วิล สตอร์ นักเขียน นักข่าว และช่างภาพ ชาวสหราชอาณาจักร ผู้เป็นนักเล่าเรื่อง (Story Teller) ที่ได้มาเปิดเผยเคล็ดลับแห่งการเป็นนักเล่าเรื่องให้แก่ผู้ที่สนใจ เมื่อวันที่ 23-24 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (งานนี้ถือกำเนิดขึ้นโดยหลักสูตรสื่อและการสื่อสาร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริติชเคานซิล) มันคงเป็นคำกล่าวที่ทำให้เราได้ค้นพบว่า การเล่าเรื่องที่ดี ต้องกระตุ้นสมองให้คนอ่านได้มองเห็นภาพ สัมผัสได้ถึงเสียง กลิ่น การเคลื่อนไหว ได้คิดและจินตนาการตาม ยิ่งถ้าผู้เล่าสามารถสร้างอารมณ์ร่วมหรือทำให้เหมือนว่ามีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องที่เล่า สมองของผู้อ่านจะสร้างความทรงจำต่อเรื่องที่เล่าได้อย่างง่ายดาย เกิดความรู้สึกพอใจ และกลับมาอ่านในเรื่องที่เล่าได้อีกหลายๆ ครั้ง

ว่าแต่การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี มีความสำคัญของผู้สร้างสรรค์งานบันเทิงในวันนี้และอนาคตได้อย่างไร เราได้พูดคุยกับผู้ที่ได้เข้าร่วมมาสเตอร์คลาสนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเล่าเรื่องและนักเดินทางชื่อดัง สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ซึ่งเขาได้เผยว่า การเป็นนักเล่าเรื่อง อาจไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล หรือมีวิทยาศาสตร์มารับรองก็ได้ แต่เมื่อมีวิทยาศาสตร์มารับรอง มันก็ช่วยยืนยันและจัดเรียงถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติมนุษย์ สิ่งที่อยู่ในหัวเรา สิ่งที่มาขับเคลื่อนเรา และสิ่งที่เราสนใจ

งานบันเทิงและสุดยอดเคล็ดลับ ของการเล่าเรื่อง

 

“การเล่าเรื่อง หากเป็นนิยาย เราอาจไม่จำเป็นต้องใส่ความเป็นตัวเราลงไป เราต้องให้ตัวละครเป็นตัวหลัก เพียงแต่เราสามารถเป็นพระเจ้าของโลกใบนั้นได้ แต่หากเป็นงานเขียนบทความ สารคดี หรือเชิงข่าว เราสามารถใส่ความเป็นตัวเรา ความคิดของเราที่ผ่านการคัดกรองเข้าไปได้ แต่ท้ายที่สุด เราต้องรู้หลักของการเล่าเรื่องราวของมนุษย์ว่าควรต้องเล่ายังไง เข้าท่าไหม จับใจคนหรือเปล่า”

สำหรับคนที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านแบรนด์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอย่าง ตูน-สุธีรพันธุ์ สักรวัตร เขาได้บอกเล่าว่า การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ มันต้องมีเรื่องราว มีโครงสร้าง ให้แรงจูงใจ และสามารถทำงานได้ดีในสมองของมนุษย์ “การเล่าเรื่องต้องมีกระบวนการที่ทำให้เรามีทิศทางในการทำงานมากขึ้น แต่มันก็เป็นกระบวนการที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เราสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในการเล่าเรื่องได้”

สุธีรพันธ์ุ เผยว่า ในส่วนของการสร้างแบรนด์ การเล่าเรื่องทำให้เรามองแบรนด์ไปในอีกมุมหนึ่ง หรือทำให้นักธุรกิจ มองธุรกิจของตัวเองในอีกมุมหนึ่ง โดยไม่ได้มองผ่านเลนส์ของตัวสินค้าของตัวเอง แต่มองผ่านเลนส์จากผู้บริโภคว่าเขาอยากฟังอะไร “การเล่าเรื่องจะเป็นพื้นฐานในการสร้างเรื่องราวของสินค้า ซึ่งเจ้าของธุรกิจอาจเป็นหนึ่งในตัวละครของเรื่องราวนั้นก็ได้ เหมือนเขียนบทละครชีวิตของตัวเอง เพื่อให้แบรนด์มันมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น แต่ท้ายที่สุด การเขียนเรื่องเล่าของแบรนด์ เมื่อเผยแพร่ไปแล้ว มันกลับมาแก้ไขใหม่ไม่ได้ มาเซตซีโร่แล้วเขียนใหม่เหมือนเขียนนิยายในตอนใหม่ไม่ได้ ซึ่งนี่หากมองเป็นความท้าทายของการสร้างแบรนด์ มันก็เป็นความท้าทายของนักสร้างแบรนด์ครับ”

งานบันเทิงและสุดยอดเคล็ดลับ ของการเล่าเรื่อง

 

มาที่ผู้ที่ต้องนำเสนอข่าวอย่าง ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการเออีซีพลัส ช่อง 3 เอสดี เธอได้เผยว่า การเป็นผู้ประกาศข่าวต้องมีการสื่อสารข่าวที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะข่าวเศรษฐกิจที่มักเป็นเรื่องหนักหรือไกลตัว “ความท้าทายของเราคือต้องย่อยข้อมูลที่หนักหรือไกลตัว หรือมีแต่ตัวเลข เต็มไปด้วยข้อมูล เราต้องทำให้คนดูคนฟังสามารถเข้าใจได้ง่าย รู้เรื่องในตอนนั้นได้เลย และสามารถนำไปใช้งานได้จริง”

ดร.รุ่งทิพย์ บอกเล่าว่า การเล่าเรื่องให้โดนใจคนดูคนฟังได้นั้น มันต้องเล่าเรื่องที่ใช่ “ทุกวันนี้ เศรษฐกิจไม่ได้ดีมาก คนจึงกระหายข้อมูลที่ย่อยมาแล้ว จับต้องได้และโดนใจ เกิดความเข้าใจในระดับสมองได้ทันที ซึ่งถ้าทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เขาก็จะไม่ติดตามดูข่าวฟังข่าวจากเรา คนที่อยู่ในวงการสื่อ ต้องไม่หยุดพัฒนา”

ในส่วนของนักวิชาการ ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ พลจันทร์ อาจารย์ประจำหลักสูตรสื่อและการสื่อสาร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้บอกเล่าในฐานะนักวิชาการด้านสื่อและการสื่อสารที่ต้องสร้างนักเล่าเรื่องที่สื่อสารเรื่องเล่าผ่านสื่อต่างๆ นั้น ออกไปไว้ว่า ตนเองอยากให้ลูกศิษย์ของตน นักเขียนไทย รวมทั้งนักเล่าเรื่องไทยในแขนงงานบันเทิงต่างๆ สามารถเล่าเรื่องได้จับใจคนในระดับโลกได้

งานบันเทิงและสุดยอดเคล็ดลับ ของการเล่าเรื่อง

 

“การเล่าเรื่องที่ขยายฐานตลาดที่ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองไทย มันช่วยระบบเศรษฐกิจของเมืองไทยได้นะ ซึ่งการจะไปให้ได้ถึงจุดนั้น มันจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ในการหยิบสิ่งที่เรามี แล้วนำมันมาเล่าเรื่องให้จับใจ ลึกซึ้ง และแยบยลต่อคนในระดับโลกได้ และหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการเล่าเรื่อง คือ เราต้องเล่าเรื่องที่สามารถทำให้คนรับสารเกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ด้วยเรื่องที่เราเล่า หรือวิกฤตของตัวละคร ซึ่งตัวละครต้องดิ้นรนต่อสู้กับวิกฤตนั้นๆ และที่สำคัญ เรื่องเล่าของเราต้องไม่ยอมอ่อนข้อต่อกลไกการตลาด แต่ขับเคลื่อนตลาดด้วยคุณค่าของเรื่องเล่า ที่เรากำลังสื่อสารไปสู่คนดูคนฟังในระดับโลก”

ย้อนกลับมาที่ วิล สตอร์ เขาได้เผยเคล็ดลับการเล่าเรื่องเป็นการทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับตัวเขา การอ่านหนังสือดีๆ ก็เปรียบได้เหมือนการรับประทานอาหารดีๆ เพราะทั้งสองอย่างต่างก็ป้อนบางอย่างให้เขาได้ซึมซับสิ่งเหล่านั้น “จากประสบการณ์ของผม ผมจะอ่านหนังสือของนักเขียนที่มีความสามารถ วันต่อมา ผมก็สามารถเขียนได้เช่นเขา ซึ่งมันเหมือนสมองของผมพยายามลอกเลียนแบบเขา ผมจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้การอ่านของผมมีผลกระทบกับงานเขียนของผมมากเกินไป”

วิล บอกเล่าว่า เขาสนใจในเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก “ซึ่งผมก็สงสัยว่า ทำไมมนุษย์ถึงได้ทำในสิ่งที่เขาทำ ทำไมเขาถึงพูดในสิ่งที่เขาพูด เพราะมนุษย์เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก มนุษย์เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด และความอยากรู้ อยากเข้าใจมนุษย์ เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ผมทำในสิ่งที่ผมทำอยู่

การที่เราถูกบีบบังคับจากความอยุติธรรมในสังคมมากเกินไป ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับนักเล่าเรื่อง เพราะมันจะปิดกั้นเรา และทำให้เราแบ่งแยกโลกนี้ให้เหลือเพียงแค่ฝ่ายคนดีและฝ่ายคนร้าย และผมคิดว่าโลกเรามีอะไรมากกว่านั้น”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท