posttoday
การจัดการทะเลแห่งชาติ กับการพัฒนาที่งดงาม

การจัดการทะเลแห่งชาติ กับการพัฒนาที่งดงาม

04 สิงหาคม 2559

การบริหารจัดการทะเลเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมีประโยชน์ต่างๆ มหาศาลและมีผู้อยากใช้อยู่มหาศาลอีกเช่นกัน

โดย...ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

การบริหารจัดการทะเลเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมีประโยชน์ต่างๆ มหาศาลและมีผู้อยากใช้อยู่มหาศาลอีกเช่นกัน การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่าทะเลมีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านบาท ทั้งกิจการด้านท่องเที่ยว ประมง พลังงาน ขนส่งทางน้ำ ฯลฯ สุมทับลงมาในทะเลที่มีเนื้อที่เพียง 3.5 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งไม่ใช่ทะเลที่ใหญ่โตอะไรเลยหากเทียบกับทะเลของหลายชาติในโลก

เมื่อมีการใช้ประโยชน์มาก ย่อมต้องมีผลกระทบมากตามไปด้วย แต่ประเทศไทยกลับไม่มีกฎหมายดูแลระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งโดยตรง ต้องใช้กฎหมายอื่นๆ มาประกอบ ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง จนมาถึง พ.ศ. 2558 เราถึงมี “พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” เป็นครั้งแรก จากนั้นเราก็รอมาอีก 1 ปี เพื่อให้มี “คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ” โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลที่ท่านนายกฯ มอบหมายเป็นประธาน

คณะกรรมการฯ มีอำนาจในด้านต่างๆ ทั้งการเสนอนโยบายด้านบริหารต่อคณะรัฐมนตรีให้ความคิดเห็น ติดตาม และประเมินผลในการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทะเล ยังมีอำนาจในการพิจารณากฎกระทรวงตามมาตราต่างๆ อีกหลายมาตรา

การจัดการทะเลแห่งชาติ กับการพัฒนาที่งดงาม

 

คณะกรรมการฯ ดังกล่าวมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ 6 ท่าน ผมได้รับเกียรติให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล ยอมรับว่าทั้งดีใจและหนักใจเพราะมีโครงการต่างๆ ที่เข้ามาในทะเลมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะในยุคเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนอุตสาหกรรมหนักกลายเป็น THAILAND 4.0 ที่เน้นด้านการท่องเที่ยวบริการ ทำให้เกิดโครงการขนาดกลางผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ยังไม่นับปัญหาสะสมมานาน เช่น น้ำเสียที่ไม่เคยมีโมเดลแก้ไขได้สำเร็จสักที

เมื่อเจอกับท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พอทราบว่าจะเริ่มมีการประชุมในช่วงเดือน ส.ค.นี้แหละ ถือเป็นการประชุมบริหารทะเลครั้งแรกของเมืองไทย ผมวางแนวคิดไว้คร่าวๆ ว่าเราต้องแบ่งการจัดการตามชื่อ พ.ร.บ.อย่างแรกคือทะเล อย่างที่สองคือชายฝั่ง จากนั้นก็หาทางจัดการไปทีละส่วน

ในกรณีของทะเล เรามีระบบนิเวศสำคัญคือแนวปะการัง ป่าชายเลน และหญ้าทะเล แต่การใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่และที่สังคมสนใจคือสองแห่งแรก อาจจะต้องมีการวางแผนจัดการหลายประการ สำคัญสุดคือการหยุดยั้งการลดลงของทรัพยากร โดยเฉพาะแนวปะการัง 1.5 แสนไร่ ยังคงสภาพเพียง 23 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปีละประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ และเป็นเช่นนี้ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว

ในกรณีของชายฝั่ง ตอนนี้มีโครงการผุดขึ้นทั่วทะเลแบบไม่รู้จบ ทั้งการสร้างเขื่อนกันตลิ่งพัง การสร้างท่าเรือ ไปจนถึงแนวคิดสร้างสนามบินลงทะเล ฯลฯ ซึ่งถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดี มันก็คงเกิดปัญหารุนแรงอย่างที่เคยเกิดมาแล้วในบางพื้นที่และแก้ไขไม่ได้ หรือยิ่งแก้แล้วยิ่งไปกันใหญ่ โดยเฉพาะการกัดเซาะชายฝั่ง

การจัดการทะเลแห่งชาติ กับการพัฒนาที่งดงาม

 

การหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทะเลมีอยู่ 2 แนวทาง คือรักษาไว้กับฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ปัญหาสำคัญคือบางอย่างฟื้นฟูไม่ได้ เช่น เราไม่เคย “ปลูกปะการัง” จนสามารถสร้างแนวปะการังขึ้นมาใหม่ได้สักแห่ง และไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย ในประเทศไหนทั่วโลกก็ทำไม่ได้ ขณะที่เราอาจสร้างชายหาดเทียมได้ แต่ต้องใช้เงินมหาศาลในการเคลื่อนย้ายทราย และเป็นเงินที่ต้องถมลงไปไม่รู้จักเต็ม และหาดทรายเทียมก็ไม่เคยมีที่ไหนสวยสู้หาดทรายจริงได้สักแห่ง

แนวคิด “อนุรักษ์สำคัญกว่าฟื้นฟู” จึงเป็นสิ่งที่ผมยึดมาตลอด ปัญหาที่ผ่านมาคือเราขาดกลไกที่จะจัดการกับบางปัญหาได้อย่างจริงจัง เพราะการพัฒนาเพียงบางอย่างเท่านั้นที่ผ่าน EIA มีอีกหลายเรื่องมากที่ไม่ต้องผ่าน นอกจากนี้ EIA ยังไม่สามารถหยุดยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างครบเต็มร้อย มีหลายโครงการที่ผ่านแล้วแต่ยังก่อให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำเสีย

ผมไม่ใช่มนุษย์ประเภทอนุรักษนิยม ห้ามสร้างอะไรโดยเด็ดขาด เหตุผลแสนง่ายคือผมเกิดและอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ มาตลอด เพื่อนฝูงที่เป็นนักลงทุนหรือนักพัฒนามีมากกว่านักอนุรักษ์ตั้งไม่รู้กี่เท่า ผมเพียงอยากเห็นการพัฒนาที่งดงาม การอยู่ร่วมกันอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนที่แท้จริง ปัญหาคือหลายโครงการไม่เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเราอาจได้ฤกษ์สะสางทะเลกันอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลสะสางปัญหาประมง IUU ไปเรียบร้อยแล้ว (แม้ยังไม่สำเร็จเต็มร้อยก็ตามที)

ทั้งหมดนี้จะเป็นไปได้แค่ไหน? ประเทศไทยจะใช้ทะเลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับคำว่าสมบัติของลูกหลานหรือไม่? เราจะมาติดตามกันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท