posttoday
ปิยพัชร์ จีโน การ์ตูนนิสต์ผู้มีเอกลักษณ์

ปิยพัชร์ จีโน การ์ตูนนิสต์ผู้มีเอกลักษณ์

03 สิงหาคม 2559

โดย...ภาดนุ ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

โดย...ภาดนุ ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

หนุ่มนักวาดการ์ตูนวัย 29 ปี อาร์ต-ปิยพัชร์ จีโน เรียนจบจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากเรียนจบปริญญาตรี หนุ่มติสต์เริ่มต้นอาชีพโดยวาดการ์ตูนตามบล็อก ก่อนจะขยับมาเป็นการ์ตูนนิสต์อิสระที่มีลายเส้นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จนมีฐานแฟนคลับพอสมควร

“ช่วงที่ผมเข้าเรียนคณะจิตรกรรมใหม่ๆ ผมยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องศิลปะมากนัก แต่ก็ชอบวาดรูปมากๆ โดยเฉพาะการ์ตูนลายเส้นแนวญี่ปุ่น เช่น สแลมดรังก์ ดราก้อนบอล และอื่นๆ ตอนที่ผมเรียนคณะจิตรกรรม ในชั้นเรียนจะไม่สอนเทคนิคการวาด แต่จะสอนเกี่ยวกับแนวความคิดทางศิลปะซะมากกว่า ตลอด 5 ปีที่เรียนมา ผมไม่ค่อยมีผลงานที่โดดเด่นสักเท่าไร เพราะช่วงนั้นผมเล่นดนตรีกลางคืนด้วย เลยไม่ค่อยตั้งใจเรียนนัก แต่ก็สามารถเรียนจบมาได้ครับ (หัวเราะ)

ตอนที่จบใหม่ๆ ผมว่างๆ ไม่มีอะไรทำอยู่สักพักใหญ่ เพราะตอนนั้นวงดนตรีที่เล่นด้วยกันก็แตกวงไป ผมจึงเริ่มคิดว่า จริงๆ แล้วตัวเองอยากทำอะไร ก็สรุปได้ว่าผมชอบวาดการ์ตูนนี่นา ผมเลยเริ่มรื้อฟื้นการวาดการ์ตูนอีกครั้ง โดยวาดลายเส้นตามแนวทางการ์ตูนญี่ปุ่นที่ผมชื่นชอบอยู่เกือบปีเพราะทิ้งไปนาน ซึ่งตอนที่เรียนจิตรกรรม ส่วนใหญ่แล้วผมจะวาดภาพเพนติ้งที่เน้นการใช้สีซะมากกว่า”

อาร์ต บอกว่า วิธีการวาดรูปแบบเพนติ้งกับการวาดลายเส้นนั้นแตกต่างกัน เพราะการวาดแบบเพนติ้งจะใช้วิธีวาดภาพตามแบบที่เราเห็นโดยใช้วิธีลงสี แต่การวาดการ์ตูนแบบลายเส้นต้องคิดเป็นภาพแอ็กติ้งหรือการขยับท่าทางของตัวการ์ตูนไว้ในหัวก่อนวาด

“ผมคิดว่าการวาดการ์ตูนลายเส้นที่มีการเคลื่อนไหวนั้นยาก เพราะเราต้องเรียบเรียงความคิดก่อนจะวาดออกมาทุกครั้ง ผมใช้เวลาปรับตัวในการรื้อฟื้นและครีเอตลายเส้นอยู่เป็นปี จากนั้นจึงนำการ์ตูนที่วาดมาลงบล็อกของตัวเองที่ชื่อ ‘อาร์ต จีโน ดอท เอ็กซ์ทีน’ โดยลายเส้นเหล่านี้เป็นการวาดด้วยดินสอทั้งหมด คือช่วงนั้นผมจะวาดการ์ตูนลายเส้นออกมาเป็นเล่มเลย ก็เคยนำไปเสนอกับสำนักพิมพ์ แต่งานยังไม่ผ่าน ผมจึงนำมาลงในบล็อกเอ็กซ์ทีนแทน

การ์ตูนที่ลงจะเป็นการ์ตูนสั้นตอนละ 10 หน้า ซึ่งลายเส้นไม่ได้ประณีตอะไรมากมาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผมเองตอนเด็กๆ เน้นความตลก ไม่เน้นสาระ เช่น เรื่องที่ผมฝึกเรอกับเพื่อนแล้วก็เรอแข่งขัน รวมทั้งเรื่องอื่นๆ บางตอนก็เยอะ บางตอนก็น้อย ซึ่งช่วงแรกก็ยังไม่มีคนรู้จักเท่าไร แต่พอเขียนไปหลายๆ ตอนก็มีคนมาคอมเมนต์ชมมากมาย เรียกว่าได้รับฟีดแบ็กดีทีเดียว”

อาร์ต บอกว่า หลังจากลงภาพการ์ตูนในบล็อกนี้ได้สักพัก บก.ของสำนักพิมพ์แซลมอนได้มาเห็นเข้า ก็เลยติดต่อให้เขานำเรื่องราวในบล็อกไปเขียนลงในหนังสือ พร้อมทั้งวาดภาพประกอบด้วย

“หนังสือเล่มแรกของผมมีชื่อว่า ‘กลับหลังหัน’ ซึ่งมีด้วยกันสองเล่ม เล่มแรกวางแผงปี 2014 ผลตอบรับจากคนอ่านก็ดีในระดับนึง หลังจากนั้นผมก็เขียนเรื่องสั้นแนวทดลองที่ผมแต่งขึ้นชื่อว่า ‘D Day’ ซึ่งมีด้วยกัน 3 เรื่อง คือ เรื่องเกี่ยวกับนักเรียนที่มีเรื่องราวตลกๆ เรื่องชีวิตวัยรุ่นกับดนตรี และเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตเรา โดยทั้ง 3 เรื่องก็ได้รับผลตอบรับที่แตกต่างกันไป ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลที่ 3 จากงาน ‘อินเตอร์เนชั่นแนล มังงะ อวอร์ด’ ของประเทศญี่ปุ่น และได้รางวัลที่ 3 จากงาน ‘เซเว่น บุ๊ก อวอร์ด’ ของไทย

หลังจากออกหนังสือแล้วผมก็ไปจัดงานแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการ์ตูนแนวทดลองที่ผมวาดเองวันละภาพที่มีจำนวนเยอะขึ้นๆ จนจัดแสดงได้ ซึ่งพอสำนักพิมพ์แซลมอนรู้เข้าก็ขอนำงานของผมไปตีพิมพ์อีก เป็นหนังสือรวมภาพวาดการ์ตูนที่ไม่มีคำพูดจำนวน 100 ภาพ ซึ่งแต่ละภาพจะทิ้งปมไว้ให้เกี่ยวเนื่องกับภาพต่อๆ ไป เช่น มีตัวการ์ตูนกำลังจะเปิดประตู แต่ภาพต่อไปก็เกิดเปลี่ยนใจไม่เปิด แล้วก็เดินจากไป เป็นต้น ซึ่งผมจะวาดไปตามความคิดและอารมณ์ในขณะนั้น หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า ‘Now’ ซึ่งก็ได้รับรางวัลที่ 3 จากงาน ‘เซเว่น บุ๊ก อวอร์ด’ เมื่อปลายปีที่ผ่านมาครับ”

ผลงานหนังสือลายเส้นการ์ตูนเล่มต่อมาของเขามีชื่อว่า “Juice” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักเรียนและดนตรีที่ต่อยอดมาจาก “D Day” โดย Juice เป็นการ์ตูนภาพเรื่องยาวเล่มแรกของเขา ซึ่งต่อมาก็ได้รับรางวัลที่ 3 จากงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล มังงะ อวอร์ด” ของญี่ปุ่นเช่นกัน

“ลายเส้นการ์ตูนของผมเป็นการ์ตูนแนวทดลอง เพราะหนังสือแต่ละเล่มที่ออกมาจะมีลายเส้นที่ไม่เหมือนกัน ผมจะไม่ได้วางคอนเซ็ปต์ไว้ตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามแต่ใจเรา ส่วนผลงานการ์ตูนอีกเล่มหนึ่งของผมก็คือการดึงคาแรกเตอร์ตัวละครตัวหนึ่งมาจาก ‘ฮอร์โมน เดอะ ซีรี่ส์’ แล้วนำมาทำเป็นหนังสือชื่อว่า ‘ฮอร์โมน แอ็คอาร์ต’ โดยเล่าผ่านเรื่องราวของสมปอง ซึ่งเป็นตัวละครเด็กผู้ชายใส่แว่นที่ดูเนิร์ดๆ ผมก็นำเรื่องของเขามาเล่าถ่ายทอดเป็นการ์ตูน ซึ่งก็ทำให้ผู้อ่านรู้จักตัวตนของตัวละครตัวนี้มากขึ้น แล้วผมยังได้ทำปกลายเส้นการ์ตูนให้กับปกดีวีดี ‘ฮอร์โมน เดอะ ซีรี่ส์’ พร้อมทั้งวาดแอนิเมชั่นด้วยเล็กน้อย

นอกจากนี้ ผมยังจับพลัดจับผลูเขียนหนังสือท่องเที่ยวเกี่ยวกับเมืองโตเกียวของญี่ปุ่น เพราะเพื่อนผมชวนไปเที่ยวเป็นเพื่อนเขา ตอนแรกผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนหรอก แต่ในที่สุดก็ทำเป็นหนังสือท่องเที่ยวออกมาชื่อว่า ‘โตเกียวเก้อ’ ซึ่งมีทั้งตัวหนังสือและภาพประกอบที่วาดด้วยปากกา โดยหนังสือทุกเล่มที่ทำมา ผมใช้นามปากกาว่า ‘อาร์ต จีโน’ เหมือนกันทุกเล่มตั้งแต่ต้นเลยครับ”

อาร์ต บอกว่า นอกจากนี้ เขายังมีผลงานการ์ตูนสไตล์กวนๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการทำงาน (แบบไม่เต็มใจ) ที่ชื่อว่า “Out Line” ด้วย ซึ่งเล่มนี้ บก.สำนักพิมพ์ให้โจทย์มาว่า ให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาเองโดยมีเดดไลน์ภายใน 1 เดือน เขาจึงนำความกดดันนี้มาเปลี่ยนเป็นมุขในการ์ตูน โดยวาด บก.ออกแนวบ้าๆ น่าเกลียดๆ แล้วมีการซ้อนมุขเข้าไปในเนื้อเรื่องโดยหลอก บก. ว่าปิดต้นฉบับให้ไม่ทัน จากนั้นก็ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ จนจบเล่ม ต่อมาเขาก็มีผลงานการ์ตูน “Juice” เล่ม 2 ออกมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

“ปัจจุบันนี้ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่เป็นหลัก โดยจะรับงานฟรีแลนซ์วาดการ์ตูนซะส่วนใหญ่ มีทั้งงานหนังสือ นิตยสาร ปกดีวีดี รถยนต์ และอื่นๆ ผมขอจำกัดความอาชีพของผมว่าเป็นการ์ตูนนิสต์อิสระละกันครับ เพราะตั้งแต่เรียนจบมาผมไม่เคยทำงานบริษัทเลย แต่ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ได้ขาด บางครั้งผมก็บินจากเชียงใหม่มาร่วมงานอีเวนต์ที่ผู้จัดงานเชิญให้มาร่วมบ้างครับ

หลักในการทำงานของผมก็คือ จะรับแต่งานที่อยากจะทำเท่านั้น ถ้าทำแล้วสบายใจก็จะตัดสินใจรับงานนั้นเลย ที่ผ่านมาก็มีบางงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง แต่ดูแล้วถ้ารู้สึกว่าไม่อยากทำหรือไม่เต็มใจทำ ผมก็จะไม่รับงานนั้นเลย เพราะงานวาดการ์ตูนเป็นงานที่ละเอียดอ่อน สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นงานที่ยากพอสมควร คือต้องใช้เวลากับมันหลายขั้นตอนครับ”

อาร์ต ทิ้งท้ายว่า แม้ตอนนี้โลกจะเปลี่ยนไป คนหันมาให้ความสนใจกับสังคมออนไลน์มากขึ้น แต่เขาคิดว่ายังไงโลกนี้ก็ยังต้องมีนักวาดการ์ตูนควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะผลงานการ์ตูนที่หลากหลายสามารถนำไปใช้ในสินค้า บริการ และการใช้ชีวิตประจำวันของคนเราได้

“ผมว่าการเป็นการ์ตูนนิสต์ก็เหมือนกับการเป็นนักเขียน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเขียนเนื้อหาหรือจะวาดการ์ตูนให้คนชอบแบบไหน พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าได้รับการตีพิมพ์ซ้ำๆ รายได้ของเราก็จะดีตามไปด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับสำนักพิมพ์นั้นๆ ด้วยครับ

ในอนาคตผมคิดไว้ว่าอยากทำแอนิเมชั่นลายเส้นเขียนมือที่เป็นเรื่องราวยาวๆ โดยทำลงในยูทูบให้คนที่ชอบเข้ามาดูได้ จุดประสงค์ของผมคือไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่ทำเพราะมีแรงบันดาลใจที่อยากทำมากกว่า แค่มีคนเข้ามาดูเยอะๆ ผมคิดว่าแค่นี้ก็ประสบความสำเร็จแล้วครับ

สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นการ์ตูนนิสต์ นอกจากต้องมีใจรักแล้ว ควรมีทักษะในการวาดรูป ต้องศึกษาข้อมูลและมีความรู้เรื่องสรีระร่างกายมนุษย์ และต้องลงมือทำด้วยครับ สิ่งสำคัญคือต้องหาลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้ แล้วคนจะรู้จักเราเอง ฝากติดตามผลงานของผมที่ IG : artjeeno และFB : Artjeeno.page ด้วยครับ”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน