
น่ากิน หน้าตาสวย ไว้ใจไม่ได้
ออกจะอินเทรนด์อยู่ในกระแส เห็ดเผาะ เม็ดเล็กๆ กลมๆ หน้าตาน่ารักน่าชัง
โดย...ราตรีแต่ง
ออกจะอินเทรนด์อยู่ในกระแส เห็ดเผาะ เม็ดเล็กๆ กลมๆ หน้าตาน่ารักน่าชัง รสชาติก็กรุบกริบช่างเป็นอาหารทิพย์แห่งวสันตฤดู เอร็ดอร่อยซะยิ่งนัก แต่นั่นคือเห็ดที่ใครๆ ก็รู้จักดี พืชพรรณธรรมชาติก็ใช่ว่าจะเด็ดมากินได้เสียทุกชนิด แล้วในช่วงฤดูฝน ก็ได้เวลาดอกเห็ดผลิบานรับความชุ่มฉ่ำ ชาวบ้านเริ่มตระเวนหาของอร่อยเก็บเห็ดออกมาขายเป็นจำนวนมาก มีทั้งเห็ดกินได้ และเห็ดพิษ แล้วในแต่ละปีมีข่าวผู้ป่วยกินเห็ดมีพิษเข้าไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก เห็ดหน้าตาแปลกๆ บางดอกสีสวยๆ เก็บมากินเป็นอันตรายแก่ชีวิต
กินเห็ดพิษ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร
1.เริ่มท้องเดิน ปวดท้อง ถ้าใครกินเห็ดแล้วท้องเดินก็จะรีบกินยาเพื่อหยุดถ่าย นั่นคือวิธีที่ผิด การถ่ายอุจจาระจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้พิษของเห็ดถูกขับออกไปได้
2.หูอื้อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้อยากอาเจียน การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ทำให้อาเจียนออกมาให้หมด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาว ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด
3.ช่วยดูดพิษจากผู้ป่วยโดยวิธีใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน Activated Charcoal แล้วดื่ม 2 แก้ว โดยแก้วแรกให้ล้วงคอให้อาเจียนออกมาเสียก่อน แล้วจึงดื่มแก้วที่ 2 แล้วล้วงคอให้อาเจียนออกมาอีกครั้ง จึงนำส่งแพทย์พร้อมกับตัวอย่างเห็ดพิษหากยังเหลืออยู่ หากผู้ป่วยอาเจียนออกยากให้ใช้เกลือแกง 3 ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่ม จะทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น แต่วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
4.เห็ดมีพิษรุนแรงที่สุดกินเข้าไปอาจถึงแก่ชีวิต คือ เห็ดระโงกหิน หรือเห็ดไข่ตายซาก เห็ดประเภทนี้สร้างสารพิษ 2 ชนิด คือ อะมาท็อกซินส์ และฟาโลท็อกซินส์ ทำลายระบบทางเดินอาหาร ตับ ไต สมอง ระบบเลือด ระบบหายใจ ทำให้เสียชีวิตได้ใน 4-10 ชั่วโมง
- ระยะที่ 1 เป็นระยะฟักตัวประมาณ 6-24 ชั่วโมง ปกติประมาณ 10 ชั่วโมง หลังจากกินเห็ดเข้าไปถึงขั้นแสดงอาการ
- ระยะที่ 2 อาการเป็นตะคริวที่ท้อง คลื่นเหียนอาเจียน ท้องร่วง เอนไซม์ตับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยแสดงอาการ 2-3 วัน
- ระยะที่ 3 อาการตับอักเสบ ไตวาย หัวใจวาย เลือดเป็นลิ่มแพร่กระจาย ชัก และเสียชีวิต ภายใน 6-16 วัน ปกติประมาณ 8 วัน หลังจากการรับประทานเห็ดพิษ
ชนิดนี้เข้าไป
เห็ดแต่ละชนิดแสดงอาการเร็ว/ช้า แตกต่างกัน บางชนิดกว่าจะมีอาการนาน 1-2 สัปดาห์ คือมีท้องเดิน อาเจียนเล็กน้อยแล้วหายไปต่อมาอ่อนเพลีย ตาเหลือง ตัวเหลือง ตับเสียการทำงาน อาการเหล่านี้ให้รีบไปพบแพทย์ หรือนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อรับการรักษาโดยแพทย์จะทำการล้างท้องเพื่อเอาสิ่งที่กินเข้าไปในท้องออกมาให้หมด เพื่อป้องกันการย่อย และดูดซึมสารพิษเข้าสู่ระบบกระแสเลือด ซึ่งจะดีมากถ้าไปหาหมอพร้อมกับตัวอย่างเห็ดพิษชนิดนั้น
เห็ดชนิดใดมีพิษ ชนิดใดกินได้
- กรมควบคุมโรค “เตือนไม่ควรซื้อเห็ดป่าไม่รู้จักมากิน” พอเข้าหน้าฝนทุกปีเห็ดมีพิษก็ผลิบานกันสลอน เช่น เห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ห่านตีนต่ำ เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว เป็นต้น ส่วนใหญ่เจริญงอกงามในป่า อย่าเก็บเห็ดภายหลังพายุฝนใหม่ๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงไป
- เห็ดกินได้ส่วนใหญ่เจริญในทุ่งหญ้า หรือเลือกกินเฉพาะเห็ดที่แน่ใจ เห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดเผาะ กินเห็ดชื่อดังพวกนี้ดีกว่า อร่อย สบายใจ
- เห็ดพิษก้านสูง ลำต้นโป่งพองออก โดยเฉพาะที่ฐานกับที่วงแหวนเห็นชัดเจน เห็ดบางชนิดดอกใหญ่มาก มีก้านใหญ่ผิดปกติ ส่วนเห็ดกินได้ก้านสั้น อ้วนป้อมและไม่โป่งพองออก ผิวเรียบไม่ขรุขระ ไม่มีสะเก็ด
- จำไว้ว่าเห็ดพิษส่วนใหญ่มีลักษณะพิเศษ เช่น ส่วนหมวก มีสีสดจัด เช่น สีมะนาวถึงสีส้ม สีขาวถึงสีเหลือง ส่วนเห็ดกินได้สีผิวหมวกส่วนใหญ่เป็นสีขาวถึงสีน้ำตาล
- ผิวหมวกเห็ดพิษ ส่วนมากมีเยื่อหุ้มดอกเห็ดเหลืออยู่ในลักษณะที่ดึงออกได้ หรือเป็นสะเก็ดติดอยู่ ส่วนผิวของหมวกเห็ดกินได้ เรียบจนถึงเป็นเส้นใยและเหมือนถูกกดจนเป็นแผ่นบางๆ ดึงออกยาก
- เห็ดพิษ ครีบแยกออกจากกันชัดเจน มักมีสีขาว บางชนิดสีแดงหรือสีเขียวอมเหลือง เห็ดกินได้ครีบแยกออกจากกัน ในระยะแรกเป็นสีชมพู แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- เห็ดพิษ สปอร์ใหญ่มีสีขาวหรือสีอ่อน ผงหยาบๆ หรือเป็นเกล็ดคล้ายแป้ง มีลักษณะใสๆ รูปไข่กว้าง ส่วนเห็ดกินได้ สปอร์สีน้ำตาลอมม่วงแก่รูปกระสวยกว้าง
ข้อระวังในการรับประทานเห็ด
1.อาหารปรุงด้วยเห็ดเยอะๆ ก็อาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ เนื่องจากเห็ดเป็นอาหารย่อยยาก นอกจากนั้น การประกอบอาหารจากเห็ดควรคัดเลือกเห็ดสดเท่านั้น ส่วนเห็ดเน่าให้คัดแยกออก
2.ไม่ควรกินเห็ดปรุงสุกๆ ดิบๆ หรือเห็ดดิบ เพราะเห็ดบางชนิดมีพิษแบบอ่อนไม่ทำให้เกิดอาการป่วยอย่างกะทันหัน หากหรือไม่ผ่านความร้อนอาจเกิดการสะสมของสารพิษในระยะยาวทำให้เห็ดบางชนิด เช่น เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ตายซาก (Amanita verna และ Amanita virosa) ซึ่งมีสารพิษในกลุ่ม Cyclopeptide จะทนความร้อนได้ดี การนำเห็ดไปต้มก็ไม่สามารถทำให้สารพิษนี้สลายไปได้
3.ไม่ควรกินเห็ดพร้อมกับดื่มเหล้า แหม...ยำเห็ด ลาบเห็ด เมนูเด็ดแกล้มเบียร์พึงต้องระวังเสียแล้ว เพราะเห็ดบางชนิดอาจมีสารทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดความเป็นพิษหรือเห็ดที่มีพิษน้อยอาจเกิดความเป็นพิษสูงเมื่อสัมผัสกับแอลกอฮอล์ได้
การตรวจแยกเห็ดพิษตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน บางวิธีใช้กับเห็ดพิษไม่ได้ เช่น ถ้ามีรอยเว้าแหว่งว่าสัตว์กัดกินเห็ดดอกนั้น ก็ (เดาว่าน่าจะ) กินได้ พิสูจน์ไม่ได้ว่าชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเห็ดมีพิษ ชาวบ้านไปเก็บเห็ดจะลองหักก้านเห็ดส่วนที่ใกล้กับเปลือกหุ้มตรงโคน ถ้ามียางเหนียวยืดได้เป็นเส้นแสดงว่าเห็ดมีพิษ หรือบางทีบนส่วนดอกของเห็ด มีเกล็ดขาวๆ อยู่ข้างบนก็แสดงว่าเห็ดมีพิษ แต่เห็ดที่เก็บมาอาจไม่มีลักษณะดังกล่าว ก็ (คิดว่า) เป็นเห็ดกินได้ เห็ดพิษบางชนิดที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดที่กินได้
หลังรับประทานอาหารที่ประกอบจากเห็ดแล้ว เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น อย่านิ่งนอนใจ รีบปฏิบัติตามคำแนะนำและนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด หากประชาชนสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร. 02-590-3333







