posttoday
น้ำนมแม่ สิ่งมหัศจรรย์เพื่อทารก

น้ำนมแม่ สิ่งมหัศจรรย์เพื่อทารก

03 สิงหาคม 2559

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คุณค่าและประโยชน์ของนมแม่นั้นมีมากเหลือคณา ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมฮักกี้ส์ ผ้าอ้อมที่ออกแบบมาเพื่อทารกกินนมแม่ จึงตอกย้ำประโยชน์ของนมแม่ด้วยการจัดกิจกรรม “แทนคำสัญญา อิ่มไอรักกับฮักกี้ส์” โดยให้ความรู้เจาะลึกถึงโภชนาการที่อยู่ในน้ำนมแม่ จากกุมารแพทย์ พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ณ สถาบันการแพทย์สุขภาพองค์รวมตรัยยา

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คุณค่าและประโยชน์ของนมแม่นั้นมีมากเหลือคณา ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมฮักกี้ส์ ผ้าอ้อมที่ออกแบบมาเพื่อทารกกินนมแม่ จึงตอกย้ำประโยชน์ของนมแม่ด้วยการจัดกิจกรรม “แทนคำสัญญา อิ่มไอรักกับฮักกี้ส์” โดยให้ความรู้เจาะลึกถึงโภชนาการที่อยู่ในน้ำนมแม่ จากกุมารแพทย์ พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ณ สถาบันการแพทย์สุขภาพองค์รวมตรัยยา

พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในน้ำนมแม่มีส่วนประกอบกว่า 200 ชนิด แต่จะมี 7 ชนิดที่สุดยอดในน้ำนมแม่ และเกี่ยวข้องกับสุขภาพของลูกน้อยโดยตรง ได้แก่

1.มีตัวดักจับเชื้อโรค ภาษาวิชาการเรียกว่า Human Milk Oligosaccharide (HMO) ในน้ำนมแม่มีถึง 150-200 ชนิดที่แตกต่างกัน และมีปริมาณ 10-15 กรัม/ลิตร เมื่อเทียบกับในนมผงจะมีเพียง  0.05 กรัมเท่านั้น นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทารกกินนมแม่จะมีสุขภาพที่ดี

2.มีวัคซีน หรือแอนติบอดี (Antibodies) เป็นวัคซีนผลิตใหม่ สดๆ ออกมากับน้ำนมแม่ทุกวัน แอนติบอดีจะช่วยต่อต้านเชื้อโรคที่แม่เพิ่งจะได้รับเข้าไป การที่ลูกได้รับน้ำนมแม่ทุกวันจึงเท่ากับได้รับวัคซีนป้องกันโรคทุกวันเช่นกัน

3.มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidants) ซึ่งมีอยู่มากในหัวน้ำนม

4.มีหน่วยจู่โจมทำลายเสบียงของเชื้อโรค (Lactoferrin) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในน้ำนมแม่ มีหน้าที่หลายอย่าง  เช่น  ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เชื้อรา และไวรัส  โปรตีนตัวนี้จะจับตัวกับธาตุเหล็ก (อาหารของเชื้อโรค)  จึงทำให้เชื้อโรคเอาธาตุเหล็กไปใช้ไม่ได้  เชื้อโรคขาดอาหารจะอ่อนแรงและตายไป ทารกจึงมีสุขภาพแข็งแรง

5.เสริมภูมิคุ้มกันในสำไส้ให้ลูก ลดโอกาสในการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้มาก  ทารกกินนมแม่จึงเกิดท้องเสียได้ยากกว่า

6.มีเซลล์เม็ดเลือดขาว คอยทำหน้าที่จับกินเชื้อโรคในร่างกาย (White Blood Cells)  น้ำนมแม่สดๆ จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชีวิต  แต่น้ำนมแม่ที่แช่แข็งจะทำให้เซลล์ตายไปหลายตัว   ดังนั้นนมแม่สดๆ จึงมีคุณภาพดีกว่านมแม่แช่แข็ง  และสำหรับทารกแรกเกิดที่ป่วย ควรให้กินนมแม่สดๆ ทุกวัน

7.มีสเต็มเซลล์ (Stem Cells) ทุกๆ วันลูกจะได้รับสเต็มเซลล์จำนวนมากกว่า 1 หมื่นตัว เซลล์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลง พัฒนาไปเป็นเซลล์ของระบบต่างๆ ในร่างกาย ที่สำคัญคือระบบประสาท และสมอง สเต็มเซลล์ ซึ่งนมแม่จึงเป็นประโยชน์มากในทารกที่คลอดก่อนกำหนด และทารกที่มีอาการเจ็บป่วย

“แม้การกินนมแม่จะทำให้ทารกถ่ายเหลวและถ่ายบ่อยในแต่ละวัน นั้นคือธรรมชาติของนมแม่ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายสำหรับทารก  ทารกที่กินนมแม่จะมีแววตาแจ่มใสอารมณ์ดีถึงแม้จะถ่ายบ่อย อุจจาระจะมีสีเหลืองทอง เหลวเละคล้ายสังขยา ซึ่งแตกต่างจากอุจจาระเด็กท้องเสียจากการติดเชื้อในสำไส้ที่อุจจาระจะมีมูกปนเลือด หรือเป็นน้ำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงคล้ายของเน่าเสีย ทารกอาจจะมีไข้ และอ่อนเพลียจากการขาดน้ำได้” พญ.ศิริพัฒนา กล่าว

เมื่อนมแม่มีประโยชน์มากมาย ดังนั้นเหล่าคุณแม่จึงควรเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

คุณแม่สมัยใหม่อย่าง เหมียง-วิมลภัทร์ เปี่ยมพงศ์สานต์ หลานสาวคนสวยของ ม.จ.ภีศเดช รัชนี ปัจจุบันเธอเป็น เจ้าหน้าที่่ลูกค้าสัมพันธ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดูแลงานทางด้านการประชาสัมพันธ์โดยรวมของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้านครอบครัวเธอสมรสแล้ว ซึ่งเธอให้ความสำคัญกับการให้ลูกสาวตัวน้อยวัย 2 ขวบเศษกินนมแม่ตั้งแต่เล็กๆ เพราะเธอรู้ซึ้งในคุณค่าของนมแม่เป็นอย่างดี

 “ตอนมีลูกเหมียงตั้งใจจะให้นมลูกจนถึงอายุขวบหนึ่ง แม้ปริมาณนมของแต่ละคนไม่เท่ากัน คุณแม่มือใหม่บางคนน้ำนมน้อยสามารถให้นมลูกเท่าไหร่ก็เท่านั้น อย่างของเหมียงปริมาณน้ำนมไม่ได้มาก แต่ขยันปั๊มให้น้ำนมออกมาได้มากๆ  เหมียงให้นมตัวเองเพียวๆ จนลูกอายุถึง 6-7 เดือน หลังจากนั้นผสมให้นมตัวเองและเสริมด้วยนมผงอีกจำนวนหนึ่ง เพราะตัวเองต้องออกไปทำงาน เวลาในการปั๊มน้ำนมก็น้อยลง เหมียงคิดว่ามีน้ำนมก็ดีกว่าไม่มี”

พอลูกน้อยอายุ 1 ขวบ ก็พอมีน้ำนมปั๊มให้ลูกกินได้  1-2 มื้อ/วัน มื้อละ 7 ออนซ์บ้าง ซึ่งปั๊มแต่ละทีได้ครั้งละ  4 ออนซ์ ซึ่งถือว่าน่าพอใจ ตอนลูกเล็กๆ เคยปั๊มได้ถึง 20-30 ออนซ์/วัน  พอลูกอายุ 7 เดือนปั๊มได้ 10 กว่าออนซ์ เธอพยายามให้ลูกกินนมแม่ให้ได้นานที่สุด 10-12 เดือน ซึ่งตอนลูกเล็กมากๆ อีกทั้งการให้นมลูกผ่านอกแม่โดยตรง  ถือเป็นการส่งผ่านความรักความผูกพันได้เป็นอย่างดี

“ขณะที่เหมียงให้นมลูกเหมือนเราอยู่กันสองคน ลูกอยู่ในอ้อมอกเรา เรามองหน้าลูก ลูกมองหน้าเรา แล้วเหมียงก็จะพูดกับลูกว่า  หนูเป็นลูกรักของแม่ แม่รักหนู พอลูกอิ่มนมก็จะให้ลูกหลับคาอกเลยแล้วค่อยวางลงนอนกับที่นอน” ดังนั้นการให้นมแม่นั้น นอกจากลูกน้อยจะได้คุณค่าทางสารอาหารเต็มที่แล้ว ยังส่งผ่านความรักระหว่างแม่ลูกได้ดีอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท