
พัฒนาตัวเองด้วย Self-Coaching
ช่วงหนึ่งของชีวิตหลายคนตั้งใจอยากจะพัฒนาตัวเอง แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังคงเป็นแค่ความคิด
โดย...กันย์
ช่วงหนึ่งของชีวิตหลายคนตั้งใจอยากจะพัฒนาตัวเอง แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังคงเป็นแค่ความคิด ด้วยข้อจำกัดจากภาระผูกพันในชีวิตประจำวัน และเรายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตแต่ละวันในแบบเดิม โดยคาดหวังว่าชีวิตเราจะดีขึ้น สร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้นจากสิ่งเดิมๆ นั้น
ความเป็นจริงการพัฒนาตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้ เพียงเราเริ่มต้นจากการพัฒนาต่อยอดความคิดของตัวเราเองโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Self-Coaching คือการโค้ชตัวเองที่จะทำให้เราฟื้นกลับมาควบคุมความคิดและสร้างความเชื่อที่จะไปสู่การกระทำที่ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เปิดใจคุยกับตัวเองเพื่อค้นหาสิ่งที่ใช่และดีที่สุดสำหรับเรา รวมทั้งยอมรับก่อนว่าในตอนนี้ยังไม่ใช่ Version ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็น “Work-in-Progress” ที่พร้อมจะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดมุ่งหมายใหม่ที่ดีกว่า
ศิรินา พลังเทพินทร์ ที่ปรึกษา บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป บอกว่า หากเราโค้ชตัวเองได้ดี จะมองตัวเองได้ชัดว่าจุดแข็งและศักยภาพของตัวเองมีเพียงใด เราจะเริ่มตระหนักรู้รูปแบบความคิดและเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าความคิดของเราแบบไหนที่สนับสนุน แบบไหนที่ขัดขวางการกระทำของเรา เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกคิดในมุมที่ผลักดันให้เติบโตและพัฒนา
เทคนิคการทำ Self-Coaching เบื้องต้นคือการตั้งคำถามกับตัวเองใน 3 มิติ
ตั้งคำถามเกี่ยวกับภาพความสำเร็จของการพัฒนาที่เราต้องการ (Vision) เช่น เราตั้งใจจะพัฒนาตัวเองในเรื่องอะไร ซึ่งการตั้งเป้าหมายของเราควรท้าทายให้เกิดการพัฒนาจริงๆ แต่ก็ไม่ควรจะยากจนเกินไปจนเราก็ท้อใจตั้งแต่เริ่มแล้ว การแปลงเป้าหมายให้เป็นเป้าหมายย่อยๆ ต่อกันเป็นเส้นทางการเติบโตแล้วค่อยๆ ทำให้สำเร็จไปทีละเป้าหมาย เป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างกำลังใจให้อยากทำจนสำเร็จ
ภาพความสำเร็จของเราเมื่อเราทำได้ตามเป้าหมายแล้วเป็นอย่างไร หลักการนี้เรียกว่า Visualization ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงโค้ชชิ่ง ว่าจะช่วยให้เรานำพลังแห่งจินตนาการมาผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ได้กล่าวคือให้ลองนึกถึงภาพในวันที่เราทำเป้าหมายสำเร็จว่าเห็นตัวเรากำลังทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร เมื่อเราทำได้แล้วจะมีคนพูดถึงเราว่าอย่างไร เช่น จินตนาการว่าในภาพความสำเร็จนั้นว่าตัวเรากำลังฟังเพื่อนชาวต่างชาติที่ทำงานพูดกับเรา แล้วเราเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเขาสื่อสารอะไร และเจ้านายก็เดินเข้ามาชื่นชมเรา การทำเช่นนี้เสมือนเราใส่โปรแกรมความสำเร็จในสมองของเราไว้ เพื่อเป็นพลังใจที่จะผลักดันตัวเองให้บรรลุเป้าหมายนั้น
การหาแรงผลักดันที่มีอยู่ในตัวเรา (Passion) ตัวอย่างคำถามเช่น ความเชื่ออะไรที่สนับสนุนให้เราเกิดพลังอยากจะบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง ความเชื่ออะไรที่ขัดขวางและทำให้ไม่มีพลัง ความเชื่อใหม่อะไรที่ต้องสร้างขึ้นมาหักล้างความเชื่อเดิมเพื่อจุดพลังทางบวก ภาพความสำเร็จนั้นสำคัญกับเราอย่างไร ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรถ้าพัฒนาตัวเองสำเร็จ อะไรเป็นน้ำหล่อเลี้ยงใจในวันที่ท้อและเจออุปสรรคเพื่อกลับมาสู้ใหม่ เป็นต้น
การกำหนดสิ่งที่เราจะทำเพื่อเคลื่อนตัวไปใกล้กับภาพความสำเร็จนั้น ตัวอย่างคำถาม เช่น เราต้องทำอะไรบ้างเพื่อเป็นก้าวแรกและก้าวต่อไปเพื่อไปถึงภาพสำเร็จ หรือเราจะทำอะไรในแต่ละวันที่แตกต่างจากเดิมเพื่อช่วยการพัฒนาของเรา จะพัฒนาตัวเองสำเร็จหรือไม่นั้นยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเองที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง







