
ซึมเศร้าเหงาเพราะ.... รับมือกับสถานการณ์(ที่)รานชีวิต
ความเหงาเกิดขึ้นเพราะอะไร สาเหตุหนึ่งมาจากความกลัว เช่น กลัวคนอื่นทอดทิ้ง กลัวเป็นคนไม่มีค่า กลัวคนอื่นรังเกียจ กลัวอนาคตล้มเหลว
โดย...บีเซลบับ ภาพ จากภาพยนตร์ The Lobster
ความเหงาเกิดขึ้นเพราะอะไร สาเหตุหนึ่งมาจากความกลัว เช่น กลัวคนอื่นทอดทิ้ง กลัวเป็นคนไม่มีค่า กลัวคนอื่นรังเกียจ กลัวอนาคตล้มเหลว กลัวการอยู่ตามลำพัง กลัวเหงา (ฮา) ยิ่งคิดซ้ำๆ ก็ยิ่งกลัวมากขึ้นๆ รู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียว อ้างว้าง ไม่มีใคร ว้าเหว่มากขึ้น ทวีความรู้สึกเหงา เศร้า หม่นหมอง จมอยู่กับกองทุกข์ ในบางรายกลายเป็นโรคซึมเศร้า คิดแต่ว่าโลกนี้จะไม่มีอะไรดีขึ้น อย่าให้ตัวเองไปถึงจุดนั้น!
ความกลัวเหล่านี้มาจากส่วนของจิตใต้สำนึก (Subconscious) ที่เราเก็บสะสมประสบการณ์หรือความรู้สึกครั้งหนึ่งในชีวิตที่เรา “รู้สึกไม่ดี” กับตัวเองไว้ เช่น อาจมีคนมาด่าเรา แล้วเราจำเอาไว้ จนคิดว่าตัวเราไม่มีค่า (ตัวเราไม่มีค่าๆๆๆๆๆๆๆ คิดซ้ำๆ จนกลายเป็นความ “ตระหนัก” ในตนว่าเราไม่มีค่าขึ้นมาจริงๆ)
ครั้งหนึ่งในชีวิตเราอาจมีคนเคยแสดงท่าทีรังเกียจ แล้วเราก็ “ฝัง” ชิปความจำอันนี้ไว้ จนเราคิดว่าทุกคนจะต้องรังเกียจเรา ครั้งหนึ่งเคยฟังเรื่องอนาคตล้มเหลวจากคนอื่น ฟังบ่อยเข้าๆ จากหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนเกิดเป็นความฝังใจว่าตนเองก็จะต้องล้มเหลวแน่ๆ
กลัวเหงาเพราะครั้งหนึ่งเคยเหงา เคยประทับใจ (ในความไม่ดีของ) ความเหงามาก่อน จึงกลัวมากแบบจับจิตจับใจ ไม่ต้องการกลับไปเหงาอีก คิดแต่ว่าเราจะต้องเหงาต่อไปๆ และต่อไป
ความกลัวจึงเป็นเรื่องของความเชื่อและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือฟังเขาเล่ามา หรือเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว (ในชีวิตของคนคนนั้น) หรือในบางรายก็คิดซ่านไป คิดมากไป และคิดซ้ำๆ (อันเป็น
รูปแบบการคิดของคนซึ่งไม่เหมือนกัน) เกิดเป็นความเชื่อที่เราเก็บไว้ในส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึก
เมื่อคิดว่าชีวิตจะเป็นไปตามความเชื่อนั้น ในบางรายก็เป็นไปจริงๆ ด้วยการถลำลึกลงในความกลัว กลายเป็นความเหงา หรือในบางรายก็ซึมเศร้า ซึ่งในทางจิตเวชถือเป็นกลุ่มอาการของโรคที่มีอันตราย บางคนกลัวทั้วชีวิตตัวเองและกลัวไปถึงชีวิตของคนอื่น อย่างที่เราคงเคยได้เห็นคนแบบนี้กันอยู่บ่อยๆ ที่เที่ยวจุ้นไปทุกเรื่องกับชีวิตคนรอบตัว สร้างความวุ่นวายและเอือมระอา
มีคำแนะนำที่ดีที่อยากนำมาแบ่งปันเกี่ยวกับคนขี้กลัวและคนช่างเหงา ลองอ่านดูและลองไตร่ตรองดูว่าจริงหรือไม่ และจะนำไปปรับใช้กับความกลัวและความเหงาของตัวได้อย่างไร ก็เคยคิดไหมเล่าว่า ชีวิตทุกคนก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน มีความต้องการคล้ายๆ กัน อยากมีความสุขเหมือนกัน ไม่อยากมีความทุกข์เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราน่าจะมองว่าเราอยู่ในโลกที่มีชีวิตมนุษย์คล้ายๆ กัน ไม่ได้แตกต่างอะไรกับใคร มีสมหวัง ผิดหวัง ถูกตำหนิ ชมเชย เหมือนๆ กัน ก็ไม่น่าจะกลัวอะไรอีกต่อไป
กลัวมากก็เหงามาก ต่อไปนี้คือคำแนะนำที่อาจทำชีวิตของคนขี้เหงา ไม่กลัวและไม่เหงาอีกต่อไป
1.ค้นหากิจกรรมที่ช่วยให้หายเหงา
กรณีนี้ใช้กับคนมีดีกรีความเหงาไม่สูงนัก เรียกว่าใช้วิธีทำกิจกรรมบำบัด โดยกิจกรรมที่จะทำให้หายเหงาได้ คือกิจกรรมที่มีคุณสมบัติ 2 ข้อ คือ ทำแล้วมีความสุขและทำแล้วเกิดความงดงามแก่ชีวิตทั้งของเราและผู้อื่น ถ้ากิจกรรมใดทำแล้วตัวเองมีความสุข แต่คนอื่นเป็นทุกข์ก็อย่าทำ ขอยกตัวอย่างพอสังเขป คือ การอ่านหนังสือ การทำสมาธิ การเปลี่ยนวิถีการกิน (ฝึกตัวเองให้ลดความต้องการลง วิธีนี้ช่วยได้จริงๆ เพราะเป็นการฝึกการลดความคาดหวัง ทำชีวิตให้เรียบง่ายขึ้น ยอมรับได้ดีขึ้น)
นอกจากนี้ ก็ยังมีกิจกรรมอีกมากที่ช่วยได้ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การออกงานสังคม การออกกำลังกาย การมีงานอดิเรก เช่น ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ฝึกวาดภาพ ทำให้เพลินได้ งานอดิเรกบางอย่างช่วยสร้างรายได้อีกต่างหาก หายเหงาแถมกระเป๋าก็มี(กระ)ตังค์เพิ่ม ดนตรีบำบัด(เลือกดนตรีที่ฟังด้วย อย่าให้ชวนเหงาเข้าไปใหญ่ ต้องรู้จักเลือกกิจกรรมดนตรีและเนื้อหาของดนตรีที่สดใสแจ่มใสด้วย) เข้าคอร์สฝึกอบรม เข้าวัดฟังธรรม ฯลฯ
2.การเปลี่ยนแนวคิด ชีวิตก็หายเหงาได้
เมื่อลองทำกิจกรรมไปสักพักแล้ว ได้ผลอย่างไรก็ตาม (ช่วงแรกอาจไม่ได้ผลมากนัก) ให้เริ่มฝึกเปลี่ยนแนวคิดไปพร้อมกันด้วย การเปลี่ยนแนวคิดเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องฝึกและฝนให้แหลมคม ใช้โยนิโสมนสิการในทุกเรื่องที่คิดและทำ
ก็เพราะแนวคิดเป็นตัวกำหนดความสุขทุกข์ในชีวิตคน ความเหงา ความไม่เหงา ความสนุกสนานในชีวิตเกิดขึ้นก็เพราะเราคิดและกำหนดขึ้นจากประสบการณ์เดิม เหตุการณ์หรือสถานการณ์ (เลวร้าย) ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เราไม่อนุญาตให้มันมีอิทธิพลหรือสร้างความทุกข์ให้เราอีกต่อไป สถานการณ์นั้นก็หมดความหมาย ชีวิตเปลี่ยนเพราะแนวคิดเปลี่ยน
แนวคิดสำคัญสำหรับคนขี้กลัวจนเหงาเข้าขั้น ก็คือความรักในตัวเอง ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและกลับมารักตัวเองให้มาก จำให้ขึ้นใจว่าเราเป็นตัวเรา ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร เราก็รักตัวเรา เราจะดูแล
ตัวเราไม่ให้ต้องทุกข์ทนหรือเหงาจนแตกสลายอีกต่อไป ฯลฯ
เชื่อหรือไม่ว่าที่คนเราเหงามากๆ เพราะบางคนไม่ยอมรับตามความเป็นจริง คาดหวังสูง จึงมักคิดว่าตัวเองด้อย ไม่ยอมรับตัวเอง (จึงตามมาด้วยความไม่รักตัวเองหรือไม่พอใจในตัวเองตลอดเวลา) ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดต่อตัวเองได้ รับรองว่าจะไม่มีอะไรมาทำร้ายคุณได้อีก ขอให้รักตัวเองตามความเป็นจริง เช่น เราอ้วน ก็รักในความอ้วนของเรา เราผิวดำ ก็รักในความผิวดำของเรา ขาของเราไม่สวย แต่ขาของเราก็ใช้เดินได้ดีและนำพาเราไปสู่สถานที่ที่เราต้องการได้เสมอ
แค่นี้เองความเหงาความซึมเศร้าทั้งหลาย ก็ทำอะไรคุณไม่ได้อีก!







