
ดราม่าของการ ‘รอ’ รัก
โดย...ดร.ต้อง เดอะ ฟิลเตอร์ ภาพ อีพีเอ
โดย...ดร.ต้อง เดอะ ฟิลเตอร์ ภาพ อีพีเอ
มีแต่คนบอกผมว่า รักแท้หายากจริงๆ
ทุกๆ ครั้งที่ให้คำปรึกษาชายหนุ่มหรือหญิงสาว ตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่ แทบทุกคนจะบอกเลยว่าเข็ด เพราะมันไม่เจอที่ใช่ แล้วก็เจ็บซ้ำๆ แล้วไอ้ที่มาชอบอยู่ตอนนี้ มันก็ยังไม่ใช่ หรือบางคนก็บอกผมว่า จะหาแบบที่รักกันได้นานๆ เดี๋ยวนี้แทบไม่มี เลยขอพักยาวๆ ไปเลย
ประชากรโสด (แล้วโสดอีก) กำลังจะครองโลก ก็เพราะหารักไม่เจอนี่แหละครับ มีทั้งหย่าแล้วไม่อยากมีใหม่ ง่ายๆ คือ เข็ด และก็มีทั้ง “อย่า” มีมันเลย (คือไม่อยากผูกมัดตัวเองกับใครทั้งสิ้น)
ผมจึงตั้งข้อสงสัยว่า เรากำลังหาอะไรกันแน่? ความรัก หรือคน (มา) รัก
เพราะหลายครั้ง บางทีเราเสียเวลารอหาความรัก แต่ไม่เคยเจอคนรัก เพราะเราไม่ได้หาคนที่เข้ากับเราได้จริง แต่หาความประทับใจในรักไปเรื่อยๆ จนลืมไปว่า เราต้องการคนรัก ไม่ใช่แค่ความรัก
คนรักคือคนที่ต้องการเรา เพราะเราเป็นเราจริงๆ ไม่ใช่ต้องการในสิ่งที่เรามีให้เขาไม่ได้ หรือคาดหวังบางอย่างในตัวเรา แต่ไม่ได้รักเราจริงๆ
เราเองก็ไม่ควรรักใครเพราะเราหวังว่าเขาจะเป็นอย่างที่เราคิดเช่นกัน เราควรรักคนนั้น ที่เป็นคนนั้นจริงๆ เรารู้สึกได้เลยว่า เราชอบเขาที่เขาเป็นแบบนี้ อาจมีจุดต่างกันบ้าง แต่เราก็ขาดเขาไม่ได้ ทุกอย่างเกี่ยวกับเขามันลงตัวจริงๆ สำหรับเรา
เราอาจโง่มาหลายครั้ง เจ็บมาหลายหน เพราะแยกไม่ออกว่า เราหาคน หรือหาความรักที่เป็นภาพซึ่งเราปรุงแต่ง มองหา แต่ไม่เคยเจอ เราเจอความประทับใจ เจอความโรแมนติก การเอาใจใส่ เจอเสน่ห์ แต่มันกลับทำให้เราไม่มั่นคง ไม่แน่ใจ แล้วเราก็พบว่า มันไม่พอ มันไม่ได้ทำให้คนสองคนอยู่ด้วยกันได้ยาวๆ เราแค่หลงเสน่ห์ ตกหลุมรัก เพราะภาพที่ประทับใจ แต่เราเรียนรู้ต่อมาว่า เราต่างสร้างภาพขึ้นมา แต่ไม่ได้รักตัวตนของกันและกันจริงๆ
ในขณะที่บางคน เราอาจไม่ได้ตกหลุมรักในวินาทีแรก แต่เขาทำให้เราเห็นว่า อ๋อ เราต้องการแบบนี้นี่เอง พอยิ่งใช้เวลาด้วย ยิ่งมั่นใจ ยิ่งไว้ใจ ยิ่งรู้สึกว่า เดินสองคน มันใช่เลย
การหาคนรักมันจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะสมการมันคือความลงตัวของหัวใจ มันอยู่สูงเกินเหตุผล ใจรับรู้ได้เองว่าคนนี้ใช่ เพราะมันเข้ากันได้ และค่อยเรียนรู้จักกันจนขาดกันไม่ได้ในที่สุด
และแปลกตรงที่ความประทับใจ ความโรแมนติก มักไม่ใช่จุดเด่นของความสัมพันธ์ แต่เป็นความลงตัว เข้าอกเข้าใจ รู้สึกได้ถึงชีวิตที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน บางทีก็อธิบายความลงตัวนี้กับคนนอกลำบาก เพราะมันเข้าใจกันอยู่สองคน สิ่งที่อธิบายได้อย่างเดียวคือ มันดี และที่บอกได้เลยก็คือ คนคนนี้ทำให้เราอยากเลิกใช้ชีวิตคนเดียว ชีวิตที่เคยคิดว่าลงตัว มันเริ่มไม่ลงตัว และเขาทำให้เราเห็นว่า เราไม่ควรอยู่ตามลำพังอีกต่อไป
ส่วนคนที่หาแต่ความรัก มักหลงกลสิ่งที่ใจคาดหวัง เพราะท้ายสุด สิ่งที่หา กลับเป็นภาพประทับใจที่เราสะสมมาจากละคร หนัง คำแนะนำจากนิตยสาร หรือสิ่งที่เคยได้ยินคนพูดกัน จนกลายเป็นความคาดหวังว่า เราต้องมีประสบการณ์แบบนี้ จึงจะถือว่ารัก (Dramatization of love)
คนที่พบรัก จึงมักเป็นคนที่พบคนที่เขาอยากจะรัก และยอมรับความไม่ดีพอบางด้านของคนนั้น เพื่อสร้างความลงตัว เพราะยังเข้ากันได้จริง
คนที่อยากแต่จะพบความรัก จะหล่อเลี้ยงหัวใจด้วยประสบการณ์รักไปเรื่อยๆ จนใจไม่พบคนที่จะอยู่ด้วยจริงเสียที เพราะไม่ได้มองที่คน แต่มองที่ประสบการณ์ประทับใจ ที่ตนปรารถนาอยากได้เรื่อยๆ
จึงได้แต่รอ แต่ไม่พบ
บางทีคนนั้นอาจอยู่ตรงหน้าเราอยู่แล้ว แต่ถูกบังด้วยกำแพงในหัวใจของเราเอง เพราะเราตามหาประสบการณ์ประทับใจ เราไม่เคยลองมองดูความเข้ากันได้ ความลงตัว ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการทำความรู้จัก และค่อยๆ เห็นว่า แบบนี้เองที่เราต้องการ
มันเป็นดราม่าของคนที่ตามหาประสบการณ์รัก ความโรแมนติกบางอย่าง แต่กลับไม่พบคนรักจริง แล้วกลายเป็นการรอที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ข้อสรุปของผมคือ อย่าหาความรักครับ เพราะเรารักได้แต่ “คน” คนรักที่มากับตัวตนเขาจริงๆ และไม่ใช่ภาพที่เราสร้างขึ้นเอง และเราต้องรักตัวตนเขา เหมือนที่เขาก็รักตัวตนของเราเช่นกัน ความประทับใจในตัวตนจริงของกันและกันต่างหากที่จะการันตีว่า เราเกิดมาเพื่อเติมเต็มกันและกัน







