
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช... เรื่องที่รู้กันอยู่
คนอย่างนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ชอบบ่นว่า มหาอำนาจ ไม่รู้ไม่เข้าใจ ความจำเป็นของตนเอง
โดย...ส.คลองเตย
คนอย่างนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ชอบบ่นว่า มหาอำนาจ ไม่รู้ไม่เข้าใจ ความจำเป็นของตนเอง ที่จำต้องเสียสละเสี่ยงชีวิตมาปฏิวัติ ยึดอำนาจการปกครอง จากนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง ที่มาจากการเลือกตั้ง แถมเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพราะคนไทยจะฆ่ากัน และรัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้
วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีทั้งอำนาจ และหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการแก้ปัญหาต่างๆ ของชาติ ซึ่งท่านก็แก้ปัญหาและคืนความสุขให้คนในชาติโดยพูดให้ฟังทุกค่ำวันศุกร์ แต่คนส่วนมาก และคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ฟังแล้ว ยังข้องใจว่าเมื่อท่านมีทั้งอำนาจและหน้าที่ขนาดนี้ ทำไมไม่คืนความสุขให้คณะสงฆ์ส่วนใหญ่บ้าง เพียงแค่นำชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งมีเพียงองค์เดียว ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ก็เท่ากับคืนความสุขให้คนส่วนใหญ่ และคณะสงฆ์ส่วนมากแล้ว ทำไมจึงทำไม่ได้ หรือมีอำนาจ แต่ไม่ทำหน้าที่ โดยอ้างปัญหาความแตกแยกของสังคม
ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าตัวป่วนให้เกิดความแตกแยกมีเพียงไม่กี่คน ป่วนเรื่องธรรมกายไม่แรง ก็ไปยกเรื่องรถเบนซ์โบราณ มาทำให้ท่านระคายเคือง รู้ๆ กันอยู่
หรือจะรอให้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถึงวันนั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่วันนี้อายุ 91 ปี อาวุโสสูงสุด คงมีสถานะตามวรรค 2 มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 คืออาวุโสโดยสมณศักดิ์ แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จำต้องเลือกสมเด็จพระราชาคณะลำดับรอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นมาแทน
เมื่อถึงวาระนั้น หลายท่านคงนึกถึงหลวงตารูปหนึ่ง ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ต้องเชียร์หมากกระฉอกแน่ๆ โดยไม่ต้องพูดถึงคนโตอีก 2-3 คน พระใหม่อีก 1 ที่คอยออกข่าวกระแซะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด จะกระหยิ่มยิ้มย่องขนาดไหน
ถ้าดึงเรื่องไปเรื่อยๆ ให้นายกรัฐมนตรีประเมินพลังสามัคคีคณะสงฆ์ด้วยว่ามากขนาดไหน ให้ดูวันที่ 26 ส.ค. 2559 อันเป็นวันอายุวัฒนมงคลสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือเครื่องสักการะไปกราบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แล้วให้ประเมินดู ก็จะรู้ว่าขนาดไหน เพราะเท่าที่ทราบคณะพระธรรมทูตที่ประจำทั่วโลก จะสัตตาหะ มาไทยกันจำนวนมาก โดยไม่นับพระสงฆ์ในประเทศที่มาจากทุกทิศทั่วไทย
ดังนั้น วันที่พระเมธีธรรมาจารย์ จะจัดสวดมนต์ใหญ่เพื่อความสงบ และเจริญก้าวหน้าของชาติ ใครจะขวางได้ เพราะคอยความสุขจากคนที่จะให้ความสุขไม่ได้สักที จึงต้องจัดเอง ดังพุทธภาษิตว่า อัตตา หิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ถ้านายกรัฐมนตรีจะคืนความสุขให้คนในชาติ ก็คืนให้คณะสงฆ์ด้วย อย่าให้เข้าใจว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช...เรื่องที่รู้กันอยู่







