
แวดวงสงฆ์
ในขณะที่ข่าวพระพุทธศาสนา และพระสงฆ์เพิ่มดีกรีความแรงขึ้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดย...สมาน สุดโต
พระเมธีธรรมาจารย์ รำพึง
ในขณะที่ข่าวพระพุทธศาสนา และพระสงฆ์เพิ่มดีกรีความแรงขึ้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิกเฉยในการเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยอ้างว่าเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับสมเด็จพระมหารัชฯ ต้องเคลียร์ก่อน
เรื่องที่นายกรัฐมนตรีข้องใจ แม้ว่าทางการยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการคือการที่สมเด็จฯ มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์ ทะเบียน ขม. 99 ซึ่งดีเอสไอตรวจพบว่ามีการเลี่ยงภาษีนำเข้า อาจต้องเสียภาษีสรรพสามิต
พระภิกษุที่กล้าออกมาชนกับรัฐบาล ไม่มีรูปใดเกินพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร) รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มจร และเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
ท่าทีล่าสุดคือจะนิมนต์พระสงฆ์ทั่วประเทศ และพระธรรมทูตทั่วโลก มาสวดมนต์ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน ทั้งนี้เพื่อบีบรัฐบาลว่าควรทำหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา มิใช่คอยหาเรื่องเหยียบย่ำ ซ้ำเติม ทำให้คนทั่วไปดูหมิ่น ขณะที่พระเมธีธรรมาจารย์ ทำหน้าที่ปกป้องพระสงฆ์ส่วนใหญ่ก็มีพระลูกวัดแห่งหนึ่งจากนครปฐม มาท้าชนว่าพระเมธีธรรมาจารย์ เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร สารพัดกล่าวหาเหมือนเคยทำด้วยตัวเองมาก่อน ส่วนพระเมธีธรรมาจารย์นั้นทำเพื่อพระพุทธศาสนาแท้ๆ ทำไมจึงว่าเป็นซ่องโจร (พระสงฆ์ทั้งประเทศคิดอย่างไร)
อย่างไรก็ตาม การที่เป็นพระแนวหน้า เดินหน้าลุย จึงมีภาพปรากฏแก่สายตาชาวพุทธเสมอ แต่เสียงสะท้อนจากประชาชนชาวพุทธ กลับเป็นเรื่องว่า เจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร) ผมยาว เห็นในทีวีทีไร ผมดกเต็มหัว เหมือนไม่ได้ปลงผมเป็นเดือน
พระเมธีธรรมาจารย์ ท่านก็ได้ยินคำติติงเรื่องนี้ โดยบอกว่าท่านปลงผมตามพระวินัยทุกเดือน ไม่เคยเกินวันโกน (ขึ้น 14 ค่ำ) แต่เนื่องจากเป็นผู้มีสุขภาพดี เส้นผมจึงขึ้นเร็ว ดกและหนา จึงถูกนินทาตลอดว่าไม่ค่อยปลงผม ท่านจึงบอกว่าท่านเคร่งวินัย ปลงผมตลอด แต่ผมกลับดกดำ สวนทางหนังสือพิมพ์บางฉบับที่ไปพาดหัวไม่ตรงความจริงว่า โล้นประสาร ผิดจรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์ ท่านบอกว่าไม่ถือ นอกจากอโหสิกรรมให้ แต่เสียดายที่คนคุม นสพ.นี้มีความรู้ถึงนักธรรมชั้นเอก ยังเรียกสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แบบย่ำยี ดูหมิ่น หรือความรู้ที่อาจารย์ให้มากลับแม่กลองหมดแล้ว อนิจจา
กรมศิลปากรรื้อศาลาวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2559 อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าตรวจการรื้อถอนศาลาโครงเหล็กหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต เพื่อเตรียมก่อสร้างศาลาโถง 2 หลัง ให้เป็นแบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางวัดกัลยาณมิตรได้สร้างสิ่งก่อสร้าง ซึ่งอยู่ในเขตโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการรื้อถอนอาคารต่างๆ อย่างไม่ถูกต้อง กรมศิลปากรจึงได้มีการพูดคุยหารือกับทางเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ส่วนอาคารที่รื้ออยู่ด้านหน้าพระวิหารหลวง ซึ่งก่อสร้างไม่ถูกต้องและไม่ได้ขออนุญาต อีกทั้งบดบังสถาปัตยกรรมของพระวิหารหลวง จึงจำเป็นต้องรื้อออก และจะสร้างใหม่ให้เป็นแบบดั้งเดิมตามภาพถ่าย
ซึ่งทางวัดขออนุญาตก่อสร้างตามแบบแปลนของกรมศิลปากร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 5 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ธ.ค. 2559
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2559 กรมศิลปากรจะรื้อฟื้นศาลารายหลังมุมด้านทิศเหนือ ภายในเขตพุทธาวาสให้เป็นรูปแบบดั้งเดิมอีกหนึ่งหลัง ซึ่งการดำเนินการต่างๆ ได้มีการหารือกันระหว่างกรมศิลปากร และเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ให้กลับคืนสภาพในอดีตอีกครั้ง โดยจะไม่มีการแจ้งคดีความเพิ่มเติม แต่จะจัดการคดีที่ค้างในกระบวนการให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการกำหนดเขตโบราณสถาน







