
มิเชล เจนเนคี เน็ตไอดอลโอลิมปิก
โดย...นูโน่
โดย...นูโน่
นักกีฬาส่วนใหญ่สร้างชื่อเสียงจากความสำเร็จในสนาม แต่ มิเชล เจนเนคี โด่งดังภายในชั่วข้ามคืนจากท่าวอร์มอัพก่อนการแข่งขันวิ่งข้ามรั้ว 100 เมตร ในรายการกรีฑาจูเนียร์ชิงแชมป์โลก ที่บาร์เซโลนา เมื่อปี 2012
ด้วยท่ากระโดดโยกสะโพกขึ้นลงพร้อมรอยยิ้มอันน่ารักของเธอ ซึ่งมียอดวิวทางยูทูบกว่า 27 ล้านวิว ทำให้เธอได้รับการยกย่องให้เป็น “นักวิ่งข้ามรั้วชาวออสซี่ที่ฮอตที่สุด” จากสังคมโซเชียลมีเดีย และเป็นที่รู้จักมากกว่านักกีฬาทีมชาติหลายๆ คน
“ไม่มีอะไรเสียใจแน่นอน มันดีเสียอีกสำหรับฉัน มันช่วยให้ฉันเป็นที่รู้จักในวงการกีฬา มันยากมากในนักกีฬาที่จะสร้างชื่อให้ตัวเอง และนั่นช่วยฉันทำแบบนั้นได้” นักวิ่งวัย 23 ปี กล่าวถึงการแจ้งเกิดบนโซเชียลเมื่อ 4 ปีก่อน
เจนเนคี จะเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในเดือนหน้าที่ริโอฯ และเธอต้องการจะกลับมาเรียกความสนใจจากแฟนกีฬาอีกครั้ง แต่ในฐานะนักกีฬา ไม่ใช่เน็ตไอดอล
“มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้เป็นนักกีฬาโอลิมปิกคนหนึ่ง และได้มีชื่อของตัวเองที่นั่น ดังนั้นฉันจะเป็นที่รู้จักในฐานะนักกีฬามากขึ้น ฉันจะทำให้ดีที่สุด พยายามเข้าชิงชนะเลิศและวิ่งให้ดี ไม่ใช่แค่ลงวิ่ง แต่ฉันอยากอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดในริโอฯ” เจนเนคี กล่าว
เพราะเธอก้าวเข้าสู่วงการกรีฑาด้วยใจรักในกีฬาอย่างแท้จริง โดยเริ่มฝึกซ้อมวิ่งข้ามรั้วอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ก่อนจะคว้าแชมป์ระดับประเทศเมื่อปี 2010 และคว้าเหรียญเงินกีฬายูธโอลิมปิกในปีเดียวกัน ซึ่งนอกจากกรีฑาแล้ว เธอยังชอบเล่นออสเตรเลียน รูลส์ ฟุตบอล, ฟุตบอล, จักรยาน, ปีนต้นไม้ และแฮนด์บอล
นอกจากนี้ เธอยังเป็นนางแบบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักกีฬาสาวสมัยนี้ แต่ปัจจุบันยังเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์เชิงกล ซึ่ง เจนเนคี เป็นอีกคนที่ต้องการพิสูจน์ว่าสามารถเป็นนักกีฬาควบคู่ไปกับการเรียนได้ แม้ตารางเวลาในแต่ละวันจะแน่นเอี้ยด
“มันค่อนข้างยาก แต่ฉันคิดว่าฉันบริหารเวลาได้ดี เป้าหมายตอนนี้คือการเรียนจบในปี 2019 จึงยังเหลือเวลาอีกพอสมควร ปีนี้ฉันได้เรียนแค่ 2 วิชา การเรียนนอกเวลาช่วยได้มาก เมื่อไม่สามารถเรียนได้เต็มเวลาขณะฝึกซ้อม”
และขณะที่เพื่อนร่วมทีมโอลิมปิกส่วนใหญ่เลือกไปเก็บตัวในต่างแดน เพื่อเสริมความแกร่งช่วงสุดท้าย เจนเนคี เลือกที่จะอยู่บ้าน เพราะการเดินทาง บ่อยๆ ไม่ใช่ทางของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ลมกรดสุดเซ็กซี่ รู้สึกว่าตอนนี้สภาพร่างกายฟิตมากที่สุดในชีวิต
หลังจาก ซัลลี เพียร์สัน อดีตแชมป์โลก ปฏิเสธโอกาสลงป้องกันแชมป์โอลิมปิก เนื่องจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ความคาดหวังของชาวออสเตรเลียนก็มาตกบนบ่าของ เจนเนคี ทันที หลังทำเวลาดีที่สุดของตัวเอง 12.82 วินาที ห่างจากสถิติโลกเพียง 0.6 วินาที และเธอคิดว่ายังพีกได้อีก
“ฉันคิดว่า 2 ปีมานี้ ฉันมีพัฒนาการมากขึ้น และไม่คิดว่านี่คือเวลาเร็วที่สุดที่ฉันจะทำได้ หวังว่าจะวิ่งได้เร็วกว่านี้อีกใน 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นฉันไม่คิดว่าถึงจุดพีกของตัวเองแล้ว” เจนเนคี ทิ้งท้าย
เพราะฉะนั้นความน่าสนใจของ เจนเนคี จึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างสีสันช่วงวอร์มอัพเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่เป้าหมายตรงเส้นชัยที่รอพิสูจน์ชื่อเสียงในฐานะนักกีฬาอย่างแท้จริง







