
คุณพ่อๆ พาลูกเที่ยวแล้วดีนะ
หน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมักเป็นหน้าที่คุณแม่ ส่วนเรื่องท่องเที่ยวผจญภัยตกอยู่ที่คุณพ่อ
โดย...กันย์ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
หน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมักเป็นหน้าที่คุณแม่ ส่วนเรื่องท่องเที่ยวผจญภัยตกอยู่ที่คุณพ่อ ถือว่าเป็นการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน คุณพ่อมักเห็นความสำคัญว่าทำไมต้องพาลูกออกไปท่องเที่ยวหรือผจญภัยกันบ้างเพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ให้ลูกน้อย เพราะมีข้อดีมากมายนับไม่ถ้วน
1.ออกไปนอกพื้นที่ของความคุ้นเคยซึ่งสำคัญมากในการเปิดโลกเพิ่มประสบการณ์การใช้ การมีประสบการณ์จึงจำเป็นต้องไปเห็นด้วยตาและมีส่วนร่วมด้วยตนเอง การฝึกปฏิบัติและการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยตนเอง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขั้นตอนการเรียนรู้ ส่งเสริมการไปสู่โลกกว้าง เด็กๆ จะได้ฝึกหัดใช้ชีวิตและลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ประสบการณ์จึงเป็นพื้นฐานที่จะเสริมสร้างความรู้แบบหนึ่งท่ามกลางความหลากหลายของความรู้ให้กับชีวิต
2.เพื่อไปเรียนรู้โลกที่แตกต่าง ไม่มีที่ไหนเป็นศูนย์กลางของโลก จึงควรพาลูกๆ ไปสัมผัสกับบ้านเมืองที่ปิดในวันอาทิตย์ บ้านเมืองที่ปิดในวันศุกร์ เมืองที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ เมืองที่สว่างไสวไม่เคยหลับใหล เมืองที่เงียบสงัดตั้งแต่หกโมงเย็น เมืองผู้คนที่ไม่ได้กินข้าวเป็นอาหารหลัก หรือเมืองที่ลิงป่า ช้างป่า เสือดาวก็เชื่องช้าและเรียบร้อยน่ารัก เป็นต้น
3.เพื่อไปทำความรู้จักกับข้อจำกัดของตัวเอง เราขยะแขยงในเรื่องไหน ความสกปรกระดับไหนที่เรารับได้ เหนื่อยระดับไหนเมื่อเราเดินไกลๆ เราหายใจทันไหม เรากินอาหารได้ทุกประเภทจริงหรือ เราอดทนกับการรอคอยได้นานแค่ไหน เวลาทะเลาะกันหรือไม่ได้ดั่งใจ เราจัดการอารมณ์ตัวเองยังไง เด็กๆ จะได้รู้จักตัวเอง ปรับตัวกับคนอื่น รู้จักและเข้าใจข้อจำกัดของตัวเอง การรู้จักตนเองนั้นอาจจะถือได้ว่าเป็นอะไรที่สำคัญมากในปราชญ์โบราณไม่ว่าจะจากซีกใดของโลก
4.เพื่อไปรู้จักศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี โลกนี้มีความแตกต่างหลากหลายอันงดงามอยู่มากมาย พ่อแม่ต้องการให้ลูกๆ เรียนรู้ ยอมรับ และเข้าใจให้ได้มากที่สุด ลูกๆ จะได้โตขึ้นมาอย่างมีความเป็นสากล เคารพ ให้เกียรติ และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
5.เพื่อพัฒนาความมั่นใจในตัวเอง เห็นได้ชัดเลยว่าการเดินทางช่วยพัฒนาความมั่นใจให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนซีลูกๆ ไม่กล้าที่จะพูดกับคนแปลกหน้า เดี๋ยวนี้ก็สามารถพูดจาทักทายคนอื่นด้วยภาษาของเมืองที่เราไปนั้นๆ ได้มากขึ้น เมื่อก่อนลูกจะไม่มั่นใจเลยว่าจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ แต่หลังจากเดินทางไกล ลูกจะเปลี่ยนทัศนคติไปเลยว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ จะเห็นพัฒนาการของลูกๆ
ในเรื่องนี้อย่างชัดเจนขึ้น
6.ฝึกความอดทน ความอึด การปรับตัว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความยืดหยุ่น ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ความเคารพและความรับผิดชอบ การเดินทางมักจะนำพาเรื่องที่ไม่คาดฝันมาเสมอ ดังนั้นการฝึกให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันดูจะเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุด ทั้งการอดทนต่อความเหนื่อยและความหิว ความอึดในการเดินทาง การปรับตัวเมื่อเกิดเหตุไม่ได้ดั่งใจหรือการเปลี่ยนแผนการเที่ยวใหม่ ความยืดหยุ่นต่อความผิดหวัง การถูกต่อว่า การทำผิดกฎระเบียบ ความอ่อนน้อมต่อเรื่องที่เราไม่รู้และเคารพต่อมนุษย์คนอื่นๆ และความรับผิดชอบต่อข้าวของ ต่อตนเอง และต่อคนอื่น สามารถใช้การเดินทางเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ให้แก่เด็กมากขึ้นได้เรื่อยๆ ตามอายุ เช่น ดูแลกระเป๋าเอง สั่งอาหารเอง จัดสรรเงินบางส่วนให้ใช้เอง
7.เรียนรู้การให้อภัยผู้อื่น รู้จักข้อดีและข้อเสียของสมาชิกครอบครัวแต่ละคน สร้างความเข้าใจในกันและกันเราจะสอนให้เด็กๆ เข้าใจในนิสัยใจคอเฉพาะตัว ข้อดีและข้อเสียของมนุษย์ เด็กๆ ต้องอยู่กับข้อเสียของคนในครอบครัวให้ได้ การปรับปรุงให้ดีขึ้นเป็นกระบวนการที่ต้องทำเพื่อการอยู่ร่วมกันที่สงบสุข พ่อแม่ก็มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง สามารถทำเรื่องผิดเรื่องถูกได้ทั้งนั้น ลูกๆ ต้องวิจารณ์ได้ ไม่มองพ่อแม่เป็นเทพเจ้า ปรับตัวเข้าหากันได้ และที่สำคัญต้องรู้จักให้อภัยกันต่อกันได้
8.เพื่อสร้างความผูกพันในครอบครัว การออกเดินทางไปด้วยกัน ผจญภัยด้วยกัน สนุกบ้าง เหนื่อยบ้าง ตื่นเต้นบ้าง ได้ช่วยเหลือกันและกัน ได้เห็นนิสัยกันใจคอในยามคับขัน มันเป็นการสร้างเรื่องราวให้สมองน้อยๆ จดจำได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกและความผูกพันเหล่านี้แหละที่จะอยู่กับลูกตลอดไป
9.พัฒนาตัวเองและเป็นพลเมืองที่ดีของโลก โลกนี้เชื่อมถึงกันไปหมดแล้ว ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรก็สั่นสะเทือนถึงกันไปหมด เป็นภาระและพันธกิจหลักของพ่อแม่ที่ต้องสร้างลูกๆ ให้เป็นพลเมืองที่ดีที่มีคุณภาพของโลก ไม่สร้างภาระและเป็นหลุมดำของโลก
รู้ว่าดีแบบนี้ต้องพาลูกเดินทางให้มากขึ้นแล้วใช่ไหม เสาร์-อาทิตย์นี้ลุยเลย







