
อีโก้กับโลก ที่เปลี่ยนแปลงไป
โดย...ว.แหวน ภาพ... อีพีเอ
โดย...ว.แหวน ภาพ... อีพีเอ
หลายปีที่ผ่านมาฉันได้ยินคำคำนี้บ่อย โดยเฉพาะในแวดวงของงานศิลปะแขนงต่างๆ ผู้คนหรือศิลปินที่ถ่ายทอดงานนั้นๆ มักมีลักษณะเฉพาะตัวที่เราเรียกกันว่า “ตัวตน” “ปัจเจก” “อีโก้”
คำว่า “อีโก้” มักเป็นตำแหน่งที่ถูกแต่งตั้งจากผู้ที่รู้จักบุคคลผู้นั้นอย่างผิวเผิน จากการสัมผัสทางบทสัมภาษณ์ พูดคุยกันไม่กี่ขณะ บางคนก็แทบไม่เคยพบเคยเจอกันเลย แค่เห็นผลงานของพวกเขา เราก็สรุปเองเออเองแล้วว่า “พวกอีโก้สูง” “เข้าถึงยาก” “เป็นพวกชอบเอียงหัวไปทางใดทางหนึ่ง” ถ้าหัวไม่เอียงก็ตรงซะจนไม่วอกแวกมองข้างทาง คุยด้วยยาก คนพวกนี้ถ้าอยากจะคุยด้วยก็อย่าไปหวังว่าเขาจะเห็นดีเห็นชอบกับเราไปซะทุกเรื่อง เผลอๆ เรานี่แหละที่ต้องเห็นดีเห็นชอบกับเขาทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นคงคุยกันไม่ได้
มาในยุคสมัยนี้ อีโก้ในมุมมองคนรุ่นใหม่ก็มักถูกเพิ่มเติมสมญานามให้ทันยุคทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น “ฮิปสเตอร์” “มินิมอล” “เด็กแนว” ซึ่งล้วนเป็นคำที่เราใช้เรียกวัยรุ่นหรือกลุ่มคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าทำ กล้าแสดงออก มีความแปลก แตกต่าง แต่ออกไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ ดูเท่ ดูน่าสนใจ น่าติดตาม ฝากร้าน แต่จะแตกต่างจากในยุคก่อนๆ ตรงที่ “เรามักจะแต่งตั้งตัวเราเองให้เป็นฮิปสเตอร์ ในขณะที่เมื่อก่อนคำว่าอีโก้มักมาจากการถูกคนอื่นแต่งตั้ง”
ทำไมเราถึงกล้าเรียกตัวเราว่าเป็น “ฮิปสเตอร์” หรือเป็นสาวก “มินิมอล”?
เพราะมันมีคู่มือในการเป็น ไม่เชื่อลองไปเสิร์ชหาในกูเกิลดู มีไม่กี่วิธีที่เราจะสร้างตัวเองให้กลายเป็นคนโดดเด่น แตกต่าง แปลกแยกอย่างมีสไตล์ไม่เหมือนใครได้ (เราบอกว่าไม่เหมือนใคร แต่เรากำลังหาวิธีทำให้เหมือน) ไปๆ มาๆ วัยรุ่นก็อยากถูกเรียกว่า “ฮิปสเตอร์” อยากแต่งตัวสไตล์ “มินิมอล” กันทั้งเมือง สรุปว่าเรากำลังหาอีโก้ หรือเรากำลังทำอีโก้หาย?
โลกโซเชียลทำให้คนเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลายคนได้ต่อยอดความเป็นตัวเองออกมา เช่น อยากแสดงตน ก็ได้มีสนามแสดงตนหลากหลายช่องทาง ในขณะที่หลายคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ
ไม่ชอบอวดตัว ไม่ชอบแสดงตน เป็นตัวของตัวเอง “โลกส่วนตัวสูง” “อีโก้เยอะ” จำต้องออกมาแสดงศักยภาพให้ใครๆ เห็น เพื่อต่อยอดความฝัน และสร้างการยอมรับ หลายอาชีพก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอด
ทุกวันนี้เราแทบไม่ต้องมุดถ้ำเข้าไปหายอดฝีมือหรือดาวจรัสแสง เรามองเห็นได้เลย มีอยู่เกลื่อนกลาดในตลาดออนไลน์ ตกลงสังคมกำลังสร้างตัวตนหรือทำลายตัวตนของเรากันแน่? (เพราะเชื่อแน่ว่าก่อนเราจะนำตัวเองออกสู่ตลาด นอกจากเผยความเป็นตัวตนแล้ว เรายังต้องเพิ่มสิ่งประดิษฐ์เข้าไปด้วย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น) ถ้าฉันจะเรียกมันว่า “เรากำลังประดิษฐ์ตัวตน” ก็คงไม่แปลก!
ความเป็น “อีโก้” ที่เคยหมายถึง การเข้าถึงยาก ความเป็นตัวตนสูง และความแตกต่างมันจะยังคงอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อมีอยู่เกลื่อนกลาดในโลกโซเชียล คำว่า “ฮิปสเตอร์” หรือ “มินิมอล” ไม่ได้หมายถึง “การพยายามทำตัวแตกต่างอย่างเดียว” แต่มันกลายเป็น “ความพยายามทำตัวเหนือคนอื่น” ด้วยเช่นกัน เรากำลังตกอยู่ในสังคมของการแข่งขัน แข่งกันแสดงความเป็นตัวตน แข่งกันอวดศักยภาพ แข่งกันปล่อยอีโก้
ในความรู้สึกของฉัน “ศิลปิน” ไม่ใช่ “นักการตลาด” ความเป็นตัวตนหรืออีโก้ มันแฝงไว้ด้วยความสันโดษ ความรักสงบ เพราะคำว่า “ศิลปิน” ผลงานของพวกเขาล้วนมาจากการอยู่กับตัวเอง และที่สำคัญคำว่า
“อีโก้”ที่คนอื่นยกตำแหน่งให้ เจ้าตัวอาจไม่ได้ต้องการเป็น “การพูดน้อยไม่ได้หมายถึงการเย่อหยิ่ง” “การรักสันโดษไม่ได้หมายถึงการทำตัวเหนือคนอื่นจนไม่คบใคร”
แต่ในโลกปัจจุบันความหมายได้ถูกเปลี่ยนไป “พวกอีโก้สูง” “พวกฮิปสเตอร์” “สาวกมินิมอล” จะเป็นได้ก็ต้องแสดงทั้งภาพลักษณ์และความคิดให้สังคมเห็น ออนไลน์ได้ยิ่งดี และยิ่งต้องพัฒนาความเหนือชั้น ให้เหนือกว่าคนอื่นๆ ต่างล้วนต้องการเป็น “ผู้นำ” มากกว่าต้องการความเท่าเทียม ถ้านำไม่ได้ก็ขอตามไปก่อน พยายามจัดสรรความคิด แสดงความคิดเห็นในทิศทางที่แปลก แตกต่าง และต้องสร้างสรรค์ ที่สำคัญต้อง “เหนือ” เพื่อสร้างความโดดเด่น ไอ้คำว่า “อีโก้” ที่เข้าถึงยาก ไม่ใช่เพราะหายาก คุยด้วยยากอีกต่อไป แต่เพราะพวกเขาได้แสดงตนว่า “เหนือ” กว่าเรา!
โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันยอมรับว่าทุกวันนี้ การที่จะมีชีวิตอยู่รอดในสังคมออนไลน์ได้ โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องอาศัยการยอมรับและยอดไลค์ เราอาจจำเป็นต้องลดอีโก้ลง เพื่อเติมความเป็นสาธารณะลงไปในชีวิตให้มากขึ้น เพราะฉะนั้น สรุปว่าในขณะที่เรากำลังทำการแสดงตัวตนให้คนอื่นเห็น คนอื่นก็กำลังแสดงตัวตนให้เราเห็นเช่นกัน คนนั้นเรียกตัวเองว่า “ฮิปสเตอร์” หันมาทางนี้ก็ “ฮิปสเตอร์” เหมือนกัน เราเป็นสาวก “มินิมอล” ไปๆ มาๆ “มินิมอล” กันยกแก๊ง ตกลงว่าเราแตกต่างหรือเราเหมือนกัน? แล้วคำว่า “อีโก้” ยังคงอยู่หรือหายไป?
ที่สำคัญ! ตัวตนของเราคือคนไหน? คนที่นั่งอยู่กับเรา หรือคนที่อยู่หน้าจอ?







