
เรื่องของเรา ก็เหมือนเรื่องของเพื่อนร่วมงาน?
โดย...กันย์
โดย...กันย์
เมื่อพูดถึงเรื่อง “เผือก” หลายคนมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างรวดเร็วด้วยอาการเอียงหูและสอดส่ายหาแหล่งข่าวพร้อมรวมตัวกันทันทีอย่างไม่ได้นัดหมาย อาจเป็นเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม เรื่องชาวบ้านจึงเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญพอๆ กับเรื่องของตัวเอง ถึงกับมีการบัญญัติอาการสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นว่า “เผือก” ซึ่งแสลงมาจากคำที่คุณก็รู้ว่าคืออะไรได้อย่างน่ารักน่าชัง ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวกลายเป็นเรื่องตลกขบขันที่ใครๆ ก็ทำกันโดยไม่รู้สึกกระดากอายแม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมงานก็ไม่เว้น
นับตั้งแต่สมาร์ทโฟนครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งในกระเป๋าของคนทั่วโลก ข้อมูลมหาศาลที่มาพร้อมกับพฤติกรรมการเสพดราม่ารายวันจึงปรากฏให้เห็นในสังคมอย่างต่อเนื่องและมีทีท่าจะทวีความเร็วและแรงด้วยการเชื่อมต่อทางโซเชียลมีเดียที่ไร้พรมแดนมากขึ้น ที่ทำงานถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายทั้งร้ายและดี จึงไม่น่าแปลกใจนักถ้าในแต่ละวันจะมีเผือกร้อนๆ มาเสิร์ฟกันถึงโต๊ะทำงานของคุณ แล้วเพื่อนคนอื่นก็สนใจอยู่ไม่น้อย
สุธาสินี เชาวน์เลิศเสรี ที่ปรึกษา บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า อันที่จริงการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ทำงาน โดยเฉพาะคนที่เราทำงานด้วยนั้นก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่แย่ ถ้าหากข้อมูลนั้นช่วยให้เราเข้าใจลักษณะและสไตล์การทำงานของคนเหล่านั้นได้ดีขึ้น ตลอดจนสิ่งที่ควรระมัดระวังเมื่อร่วมงานด้วย ในแง่นี้ก็ถือเป็นประโยชน์ที่ทำให้เราหารูปแบบความสัมพันธ์ในการทำงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดกับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามหากขอให้ผู้อ่านตอบด้วยความสัตย์จริงว่ามีกี่ครั้งที่คุณรับฟังเรื่องลบๆ ของผู้อื่นโดยไม่รู้สึกอคติหรือเผลอไปตัดสินแปะป้ายว่าเขาเป็นคนไม่ดีหรือไม่ได้เรื่องไปเสียก่อน และมีกี่ครั้งที่คุณรู้สึกว่าหมดเวลาทำงานไปอย่างรวดเร็วเพราะมัวแต่คุยเรื่องชาวบ้าน เมื่อคิดในแง่นี้แล้วก็อาจพบว่า จริงๆ แล้วการบริโภคเผือกอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เรื่องที่เราทำกันบ่อยนัก
ตัดภาพมาที่สารคดีบีบีซีชุดหนึ่งที่ถ่ายทำเพื่อไขความลับของคนเยอรมันซึ่งถือเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดชาติหนึ่งของยุโรปด้วยสถิติการใช้ชั่วโมงการทำงานน้อยที่สุด มีอัตราการว่างงานและหนี้สินต่อครัวเรือนน้อยที่สุดในภูมิภาค อะไรคือกุญแจสำคัญที่ให้พวกเขามีผลิตผล (Productivity) ถึงเพียงนั้น? เมื่อศึกษาและสังเกตอุปนิสัย วิถีชีวิต และการทำงานของคนเยอรมันแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงทำให้เยอรมนีมีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งเมื่อเทียบกับอีกหลายชาติใน EU ที่กำลังระส่ำระสาย เพราะพวกเขามีวินัยต่อตนเองสูงมาก เมื่ออยู่ในชั่วโมงทำงาน พวกเขาใช้เวลาทำงานอย่างมีค่าเพื่อให้งานสำเร็จ
ไม่มีภาพการพูดเล่นถึงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่มีการเล่น Facebook หรือแชตเรื่องความสัมพันธ์ของชาวบ้าน อาจกล่าวได้ว่า คนเยอรมันรู้จักใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ โดยใช้เวลาที่มีอย่างจำกัดในแต่ละวันกับสิ่งต่างๆ ตามสัดส่วนความสำคัญที่มีต่อชีวิต ไม่ทุ่มเวลาทั้งหมดกับงานและทิ้งคนที่บ้านให้รอว่าเมื่อไรจะออกจากออฟฟิศ สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เยอรมนีกลายเป็นสังคมคุณภาพมาอย่างยั่งยืนยาวนาน เพราะพวกเขารู้ว่าควรจะให้ความสำคัญกับอะไรมากน้อยเพียงใด
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ชีวิตการทำงานในแต่ละวันของเรา บางคนอาจรู้สึกย้อนแย้งว่าหากทำงานโดยไม่มีการพูดคุยหยอกล้อหรือรับรู้เรื่องราวของชีวิตผู้คนรอบข้างเลยนั้น การทำงานคงไร้ชีวิตชีวา น่าเบื่อและคร่ำเคร่งมากเกินไป ขาดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของคนไทย อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นเหมือนใครทั้งหมด แต่รู้จักปรับให้เข้ากับตัวตนของเราอย่างเหมาะสม เรายังสามารถรับฟังเรื่องราวของชาวบ้านได้เสมอหากเรารู้จักพลิกเรื่องราวคาวปากให้เป็น “ครู” ในการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม รู้ว่าอะไรที่ควรเลี่ยง อะไรที่ควรเอาอย่าง ด้วยใจที่ไม่เปื้อนน้ำลายใคร ไม่เที่ยวไปเกลียดชังใครโดยที่เขายังไม่ทำอะไรให้เรา และที่สำคัญคือการอยู่กับตัวเองกับคนสำคัญกับภารกิจที่ต้องทำให้มากขึ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้เผือกร้อนๆ ในมือเรามีคุณค่าสารอาหารต่อชีวิตมากขึ้นแล้ว







