posttoday
เดินลงจากตึกสู่พื้นดิน... แล้วจะคิดออก

เดินลงจากตึกสู่พื้นดิน... แล้วจะคิดออก

25 กรกฎาคม 2559

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

“ผมบอกลูกศิษย์เสมอว่า หากมีโอกาสได้เข้าเรียน หรือเข้าทำงานให้เคารพคนที่มีประสบการณ์จากชีวิตจริง ไม่ใช่เคารพคนจบสูง มีเงิน มีอำนาจ หากมีโอกาสเจอหรือสัมผัสผู้บริหาร ให้เลือกผู้บริหารพันธุ์ดี คือคนที่ดีต้องโตมาจากการเรียนรู้ระดับล่างสู่บน...” ข้อความนี้ผมได้เห็นจากการให้ข้อคิดของ ศ.ระพี สาคริก ในข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา แต่เรื่องที่ผมอยากนำเสนอในวันนี้คือ

1.ท่ามกลางปัญหาในอดีตที่ได้มีการผลิต ทำซ้ำ ทำอีก จนบางครั้งคิดว่ามันคือวิถี มันคือวัฒนธรรมที่ควรทำกันต่อไป เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวง ระบบอุปถัมภ์จนเอาผลประโยชน์ประเทศไปตอบแทนบุญคุณส่วนตัว ทำกันจนมันกลายเป็นต้นทุนปกติ ต้นทุนที่ต้องมี และหน่วยธุรกิจต่างๆ ก็ต้องจ่าย เราๆ ท่านๆ ควรคิด-ควรทำอะไรบ้าง

2.ท่ามกลางปัญหามากมายก่ายกองในปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังลงไปงัดขึ้นมาแก้ไขปัญหาทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง การเปลี่ยนผ่านประเทศ การรักษาและฟื้นฟูการมีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขประเทศที่สมบูรณ์ ไม่ติดกับดักอยู่ที่แค่เรื่องการเลือกตั้ง...เราๆ ท่านๆ ควรคิด-ควรทำอะไรบ้าง

3.ท่ามกลางความท้าทายของสภาพแวดล้อมภายนอกที่ประเทศกำลังเผชิญก็คือ การดำเนินนโยบายการแก้ไขปัญหาของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแตกต่างกัน ความผันผวน ความไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง ทำให้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจยากจะคาดเดาได้ นักวิชาการก็เถอะ บางเรื่องก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ความมั่นใจของหน่วยธุรกิจนั้น หากยังพอมีอะไรที่ยึดเหนี่ยวได้บ้างในการมองอนาคตให้ออก ก็นับเป็นบุญที่เกื้อหนุน แต่วันนี้มันแทบจะหมดมุข แล้วเราๆ ท่านๆ ควรคิด-ควรทำอะไรบ้าง

4.ท่ามกลางสิ่งที่กำลังจะมาในอนาคต การปฏิวัติแห่งยุคสมัยในการใช้ชีวิต (Lifestyle) อิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ และโอกาสในการทำธุรกิจ การก่อกำเนิดของ Food Tech, Fin Tech, Health Tech, E-commerce, New alternative energy และทุกสิ่งอย่างของผู้คนก็มีแกนกลางคือ Internet บวกข้อมูลมหาศาล แล้วเราๆ ท่านๆ ควรคิด-ควรทำอะไรบ้าง

ข้อคิดความเห็นจากท่านปูชนียบุคคล เช่น ศ.ระพี สาคริก นำมาซึ่งการตอบโจทย์ทั้งสี่ข้อที่ตั้งเป็นประเด็นไว้อย่างเหมาะสม เพราะความรู้ต้องใช้เท้าเดิน เดินไปเสาะหา หากต้องมีกระบวนวิจัย ก็ควรเป็นการทำวิจัยที่มุ่งหาคำตอบ ไม่ใช่เอามา Upgrade ของตนเองแล้วไม่เอาไปขยายผล กล่าวคือทำเสร็จ ก็จบอยู่ตรงนั้น เราจะเดินไปหาใคร เราต้องไปหาคนที่รู้เรื่องเฉพาะนั้นที่รู้จริงๆ (คนที่รู้เรื่อง รู้จริง รู้ใจ) รู้จักแม้กระทั่งคนที่มีส่วนได้เสียว่ามีใครต่อใครบ้าง คนเหล่านั้นก็คือคนที่จะได้รับดอกผลจากความรู้ของเราเมื่อเอาไปแปลงเป็นผลในทางปฏิบัติ

เมื่อลูกผมเรียนจบกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน ผมบอกพวกเขาเสมอว่า เรียนรู้จากคนที่รู้จริง ไม่ใช่เรียนรู้จากคนที่คิดว่าตัวเองรู้จริง อย่าสนใจในตำแหน่ง หน้าที่ รูปกายภายนอก หาคนที่ทำให้เรามีความรู้เพิ่ม คนที่เราเห็นอยู่ทั่วไป รับรู้ สัมผัสให้ได้ถึงความทุกข์ ความคิดในความทุกข์ ความคิดในการออกจากความทุกข์ และความคิดในวิธีการออกจากทุกข์ เพราะบางครั้งบางเรื่องมันมีครบในตัวเอง เพียงแต่ขุมปัญญานั้นรอคนที่มีกุญแจมาไขเท่านั้นเอง

ไม่อยากให้ใครหรือคนต่างชาติมาว่าคนไทย (ว่าแบบเหมารวม) ว่า พวกเรานั้นไม่ยอมเป็นน้ำที่เต็มแก้ว แต่จะมุ่งมั่นเป็นแก้วที่คว่ำในท่ามกลางสายฝนแห่งปัญญา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับปรุงตัวเองจาก “เชื่อง่าย แชร์ไว ชอบได้หน้า หาเหตุแก้ตัว มั่วแบบขอไปที อะไรที่จวนตัวก็ลาป่วย ช่วยอะไร-ช่วยใครต้องถ่ายรูป ลูบๆ คลำๆ อะไรหน่อยก็สรุปเป็นคุ้งเป็นแคว” คือคนที่ดีต้องโตมาจากการเรียนรู้ระดับล่างสู่บน ไม่มีอะไรดีกว่าการเรียนรู้ทุกข์ของตัวเราของคนอื่น แล้วแก้ปมปัญหานั้นได้...

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน