
หัวใจทรนงของกวีหนุ่ม ซะการีย์ยา อมตยา
แม้จะเพิ่งมีผลงานรวมเล่มครั้งแรกแต่ด้วยความโดดเด่นของบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ที่ผสมผสานเอาความอ่อนหวานโรแมนติกกับความดุดันหนักแน่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้หนังสือรวมกวีนิพนธ์คัดสรรที่ชื่อ “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ของกวีหนุ่ม ซะการีย์ยา อมตยา สำนักพิมพ์พันหนึ่งราตรีผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปีนี้มาได้
แม้จะเพิ่งมีผลงานรวมเล่มครั้งแรกแต่ด้วยความโดดเด่นของบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ที่ผสมผสานเอาความอ่อนหวานโรแมนติกกับความดุดันหนักแน่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้หนังสือรวมกวีนิพนธ์คัดสรรที่ชื่อ “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ของกวีหนุ่ม ซะการีย์ยา อมตยา สำนักพิมพ์พันหนึ่งราตรีผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปีนี้มาได้
โดย....อินทรชัย พาณิชกุล
ชายหนุ่มจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งเทือกเขาบูโด จ.นราธิวาส คนนี้ สนใจศึกษางานเขียนของกวีต่างประเทศ เคยมีผลงานเขียนและงานแปลตามหน้านิตยสารหลายครั้ง นอกจากนี้ ยังก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaipoetsociety.com เพื่อให้เป็นชุมชนทางเลือกสำหรับผู้นิยมชมชอบงานเขียนบทกวีแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย
“เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ถือว่าเกินคาดนะสำหรับหนังสือเล่มแรก ก็รู้สึกดีใจเหมือนกัน แต่ก็ต้องพยายามปล่อยวาง จะได้หรือไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร ถึงจุดนี้ก็พอใจแล้วที่ผลงานของเราได้รับความสนใจจากคณะกรรมการ มีแสงสปอตไลต์ส่องมาที่เรา และหนังสือเราคงจะได้รับความสนใจมากขึ้น”
ซะการีย์ยา อมตยา เจ้าของใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเคราใต้หมวกหนังเก่าคร่ำครึ ยิ้มละไมหลังแก้วกาแฟดำและควันบุหรี่
“ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เล่มนี้ เป็นบทกวีนิพนธ์ที่รวบรวมผลงานอันเกิดต่างกรรมต่างวาระ ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของชีวิตผมที่ได้ไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทรรศนะความคิดเห็นต่อการเป็นกวี บทกวี การเมือง สังคม ปรัชญา ความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้พบเจอมา ซึ่งก็มีทั้งเขียนจากแรงบันดาลใจฉับพลัน เจอปุ๊บคิดได้ปั๊บ ก็ลงมือเขียนเลย หลายชิ้นก็เก็บไว้ในความทรงจำมายาวนานเพื่อรอการบ่มเพาะทางความคิดจนตกผลึก”
“บทกวีไร้ฉันทลักษณ์ หรือที่เรียกว่ากลอนเปล่า เป็นบทกวีที่ไม่มีรูปแบบตายตัว การใช้คำอาจเป็นเพียงคำสามัญธรรมดาไม่สละสลวย หรือมีสัมผัสคล้องจองเหมือนอย่างบทกวีฉันทลักษณ์ แต่โดดเด่นที่แนวความคิด และกลวิธีนำเสนอโดนใจ ง่ายแต่งาม ซึ่งกวีไร้ฉันทลักษณ์ที่ผมชอบที่สุดคือ จ่าง แซ่ตั้ง เพราะเขามีความคิดที่คมคาย วิธีการเขียนก็ใช้คำสั้นๆ ธรรมดา แต่ทรงพลัง” กวีมุสลิมหนุ่มพูดถึงกวีในดวงใจด้วยความชื่นชม
กวาดสายตามองไปในแวดวงกวีบ้านเราสมัยนี้ ซะการีย์ยา เล่าว่า ปัจจุบันยังมีคนให้ความสนใจเขียนบทกวีกันเยอะ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กำลังเคี่ยวกรำฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก โดยหวังจะเป็นกวีที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในวันข้างหน้า
“ผมก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaipoetsociety.com 2 ปีแล้ว เรียกมันว่าสาธารณรัฐกวีนิพนธ์หมายถึงชุมชนที่รวมเอาผู้คนที่สนใจในการอ่านและเขียนบทกวีเข้ามาอยู่ด้วยกัน เป็นพื้นที่อิสระที่เป็นที่เป็นทางของเราเอง ใครใคร่อยากอ่านก็เข้ามาอ่าน ใครใคร่อยากเขียนก็เข้ามาเขียน มาแลกเปลี่ยนวิจารณ์กัน ข่าวความเคลื่อนไหวในแวดวงเป็นอย่างไรก็มาบอกกันให้รับรู้ ที่นี่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากกวีนิพนธ์ล้วนๆ” ซะการีย์ยา บอกอย่างนั้น
ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าหนังสือเล่มสำคัญของกวีหนุ่มคนนี้ จะคว้าซีไรต์มาครองได้หรือไม่ก็ตาม ชายหนุ่มก็ยังคงเดินตามความเชื่อของเขาต่อไป นั่นคือการเป็นกวีและเขียนบทกวีตลอดชีวิต
“ฝากไปถึงคนอ่านว่าอย่าให้ความสำคัญแต่เฉพาะเล่มที่ได้ซีไรต์หรือที่เข้ารอบเท่านั้น แต่ให้อ่านบทกวีเล่มอื่นๆ ด้วย ส่องสปอตไลต์ให้มันทั่วไปทั้งวงการเลย อ่านบทกวีกันเยอะๆ อ่านให้หลากหลาย หากอยากเขียนก็เขียนเลย ทุกคนเขียนบทกวีได้ ขอให้คุณรู้สึกกับมันก่อน
“ส่วนตัวผมเองนั้น ผมเลือกแล้วที่จะมีชีวิตแบบนี้ ชีวิตแบบกวี คือดื่มด่ำไปกับทุกช่วงชีวิต”
และนี่คือเรื่องราวของกวีและผลงานของเขาที่ได้รับการจับตามองที่สุดเล่มหนึ่งของซีไรต์ปีนี้







