
ต้องสู้จึงจะชนะ
โดย...กันย์ ภาพ... อีพีเอ
โดย...กันย์ ภาพ... อีพีเอ
หากได้ทราบข่าวว่าคนที่รัก คนในครอบครัวของคุณติดโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ คุณจะทำอย่างไร เพื่อนคนหนึ่งเธอเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่าน้องสาวคนเดียวของเธอติดเชื้อเอชไอวีจากสามีที่เพิ่งเลิกรากันไป เหมือนฟ้าผ่าที่กลางใจเพราะเธอมีกันเพียงสองคนพี่น้อง แล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ปิดเป็นความลับ จะบอกเล่ากับใครก็ไม่ได้ แม้กระทั่งพ่อแม่ เกรงว่าท่านจะไม่สบายใจด้วยเพราะอายุมากแล้ว แต่เมื่อชีวิตมันเลือกไม่ได้ เรื่องร้ายๆ เหล่านี้อาจจะเกิดกับใครได้เสมอ ไม่ใช่เฉพาะน้องสาวของเพื่อนเท่านั้นที่ช็อกกับชีวิตจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่เพื่อนผู้เป็นพี่สาวก็เรียกว่าแทบจะสติแตก ซวนเซกับชีวิตไปด้วยอีกคน แต่ทำไงได้เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว ย้อนเวลาไม่ได้ ก็ต้องตั้งสติเดินหน้าแก้ปัญหาต่อสู้กับมันไป
ในฐานะเพื่อนสนิทเราก็ได้แต่ปลอบโยนดูแลจิตใจกัน ชีวิตคนเราเหมือนสายน้ำ มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา หากทำใจคิดได้เช่นนี้เรื่องราวกระทบกระเทือนใจต่างๆ หากมีก็จะตั้งรับได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะหวั่นไหววูบวาบไปบ้าง คงไม่นานก็จะฟื้นคืนสติ ฟังดูเหมือนง่าย แต่ที่จริงแล้วทำใจได้ยาก แต่ถ้าไม่ยอมรับแล้วเดินหน้าแก้ปัญหาจะให้ทำอย่างไร ร้องไห้ฟูมฟายไปก็ไม่ได้ประโยชน์ เวลานี้คงต้องสูดหายใจลึกๆ หลับตาแล้วตั้งสติให้ดี ค่อยๆ คิดแก้ปัญหากันไป
บ่อยครั้งที่ปัญหามาปัญญาจะเกิดขึ้นได้ แบบที่เรียกว่าพุทธิปัญญายังไงยังงั้นเลย ขณะที่เพื่อนสาวมืดบอดอับจนปัญญา นอกจากปลอบใจกันแล้ว ให้เวลาเธอทำใจ แต่นี้ไปสองพี่น้องจะรับมืออย่างไรกับชีวิต สู้ๆ มันต้องชนะ เราบอกเธอสองคนเช่นนั้น
ในฐานะเพื่อนรัก เราเปิดใจคุยกันและเริ่มด้วยทำความรู้จักกับโรคร้ายที่น้องสาวติดมา พบว่าปัจจุบันผู้ป่วยเอดส์สามารถรักษาให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง ทำงานเป็นปกติได้ โดยใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี แต่เนื่องจากยังมีเชื้อบางส่วนที่หลงเหลือยังถูกทำลายไม่หมด ดังนั้นหลังจากกินยาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว การจะทำให้มีสุขภาพที่ดีตลอดไปจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ไวรัสเอชไอวีกลับมาทำลายภูมิต้านทานของผู้ป่วยได้อีก การที่ผู้ป่วยต้องกินยาต่อเนื่องแต่มีสุขภาพที่ดีก็เป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้ไม่ยาก
ดังเช่นโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่ต้องกินยาต่อเนื่องเช่นกัน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น แต่หากผู้ป่วยหยุดยาเองหลังจากอาการดีขึ้น นอกจากจะทำให้เชื้อดื้อยาแล้ว การรักษาจะยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น ต้องเปลี่ยนชนิดของยาที่อาจมีผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น ราคาสูงขึ้น และประสิทธิภาพของยาที่ใช้รักษาอาจลดลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยไปตลอดชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดูแลตัวเอง กินยาอย่างต่อเนื่อง เลิกสิ่งเสพติดทุกชนิด และลดความวิตกกังวล จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อีกทั้งการติดเชื้อ หมายถึงรับเชื้อมาแล้ว มีเชื้อในร่างกาย ตรวจเลือดเอดส์ก็ให้ผลบวก แต่ยังไม่มีอาการ บางคนกินยายับยั้งเชื้อเอดส์และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ก็มีชีวิตเหมือนคนปกติ ดูหน้าตาก็ไม่รู้ว่าเป็น เพียงแต่มีเลือดเอดส์เป็นบวกเท่านั้น ในความโชคร้ายอาจจะมีโชคดีก็ได้ เพราะหลังรับเชื้อมาแล้วเวลาผ่านไป 1-2 ปี มีไม่ถึง 5% ที่เป็นเอดส์ เมื่อผ่าน 3 ปี ที่กลายเป็นเอดส์ มี 20% และผ่านไป 6 ปี ที่กลายเป็นเอดส์ มี 50% สุดท้ายผ่านไป 16 ปี ที่กลายเป็นเอดส์ มี 25%
หากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของหมอกินยาสม่ำเสมอ ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองดีๆ คนที่ติดเชื้อนี้มีอายุยืนยาวอยู่กับโรคได้นานเป็น 20 กว่าปี ไม่เจ็บป่วยทรมานเหมือนคนเป็นมะเร็งหรือโรคไตด้วยซ้ำ จากข้อมูลข้างต้นเมื่อเราทราบแน่นอนแล้วว่า เมื่อพบเชื้อไวรัสเอชไอวีในร่างกายเรา คงไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียอกเสียใจหรือหมดอาลัยตายอยาก หรือโทษใครแล้ว เป็นเพียงข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตใหม่ของเราเท่านั้น
ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือทำการศึกษา ทำความเข้าใจกับเจ้าไวรัสเอชไอวีนี้ ซึ่งจะอยู่กับเรากันต่อไป ความเข้าใจ การทำใจยอมรับ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จะช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขต่อไป ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคที่เราเป็นและปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ก็จะมีชีวิตต่อไปได้แบบปกติสุข ทุกอย่างมันต้องดีขึ้น ฟ้าหลังฝนมันจะสดใสได้เสมอ จงเชื่อเช่นนั้น







