posttoday
สุขทุกข์วันคืนฝัน

สุขทุกข์วันคืนฝัน

15 สิงหาคม 2553

จัตุรัสกลางมหานครนิวยอร์ก กับแสงเรืองๆ จากดวงดาวที่ลอดหน้าต่างรถไฟสายใต้ ล้วนคือฉากหลังที่บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนที่ต่างต้องการความสุข และปลดปล่อยความทุกข์ด้วยเสียงเพลง...

จัตุรัสกลางมหานครนิวยอร์ก กับแสงเรืองๆ จากดวงดาวที่ลอดหน้าต่างรถไฟสายใต้ ล้วนคือฉากหลังที่บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนที่ต่างต้องการความสุข และปลดปล่อยความทุกข์ด้วยเสียงเพลง...

โดย...ปราฎา เหมทิวากร

เมื่อเดือนก่อนผู้คนที่นิวยอร์กเขาพูดคุยกันผ่านเสียงดนตรี มีตัวโน้ตเล็กๆ เป็นบทสนทนา และเสียงเพลงเป็นสื่อกลางช่วยให้ใครต่อใครที่กำลังเดินขวักไขว่มองตากันโดยไม่เคอะเขิน

งานนี้เขาใช้แคมเปญว่า Play Me, I’m Yours เป็นการเล่นเปียโนบนริมทางเท้ากลาง จัตุรัสไทม์สแควร์ ซึ่งมีทั้งแหล่งช็อปปิ้ง ย่านธุรกิจ และสวนสาธารณะรายรอบ
เปียโนสีสันสดใสจำนวน 60 ตัว ถูกจัดวางตามมุมถนน ใต้สถานีรถไฟ แม้กระทั่งเกาะกลาง เปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาสัมผัส โดยไม่จำกัดเพศ วัย น้ำหนัก และสีผิว
มีเสียงแตรรถยนต์และเสียงของผู้คนที่พูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นแบ็กกราวด์ที่มีชีวิตชีวายิ่งนัก

ลุค เจอโรม ศิลปินจากเมืองบริสตอลเป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ ตามข่าวเขาบอกว่า มีอยู่วันหนึ่งเขาเดินเข้าไปร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ

สุขทุกข์วันคืนฝัน

พบว่าผู้คนต่างเดินเข้ามาและออกไป เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา โดยไม่มีใครใส่ใจที่จะพูดคุย แม้จะมาใช้บริการที่นี่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ขณะที่หัวใจของแต่ละคนยังเต้น แต่ก็ใส่ใจเพียงความรู้สึกของตัวเอง...

แม้ความคิดยังโลดแล่น แต่จินตนาการก็ไปไม่ได้ไกลกว่าเรื่องส่วนตัว...

เช่นเดียวกับสายตา ก็เต็มไปด้วยตัวเลขค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และคุ้นชินกับหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า...

ไทม์สแควร์ก็คงเหมือนกับร้านซักผ้าขนาดใหญ่ ที่ผู้คนจากทุกแห่งหนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างจ้อกแจ้กจอแจ แต่ไร้ซึ่งความรู้สึกรู้สาต่อเพื่อนมนุษย์

เพลงที่ถูกถ่ายทอดออกไปจาก 60 จุดทั่วจัตุรัส คงกล่อมเกลาความสุขของผู้คนในไทม์สแควร์ไม่มากก็น้อย

สิ่งพิมพ์ในสหรัฐ ระบุว่า บางคนใช้โอกาสนี้เดินเล่นเปียโนได้ครบทั้ง 60 ตัว เหมือนศิลปินที่ไล่โน้ตดนตรีอย่างมีความสุข

ถ้าใครเข้าไปดูบรรยากาศในเว็บไซต์ยูทูบ จะเห็นร้อยยิ้มของผู้คนในมหานคร ที่รู้สึกว่าวันนี้ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา

บางคนตั้งใจมาเล่นเพลงที่ตัวเองชอบ บ้างก็มาด้วยความบังเอิญ

บางคนใส่สูทผูกไทเหมือนเพิ่งเลิกจากงานประจำวัน มาร้องเพลง Bohemian Rhapsody ของวง “ควีน”

“...โอ แม่จ๋า ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น แต่ฉันก็พรากจากและโยนมันทิ้งไป

แม่...ฉันไม่ได้ตั้งใจที่ทำให้ร้องไห้ หากฉันไม่กลับมาเวลานี้ของวันพรุ่ง จงสู้ต่อไป ก้าวต่อไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน...

...สายเกินไปแล้วล่ะ บัดนี้เวลาของฉันได้มาถึง ปล่อยส่วนลึกของจิตใจที่แตกกระจาย และร่างกายเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา

...โบกมือลาทุกคน ฉันคงต้องไป ปล่อยทิ้งมิตรสหายไว้เบื้องหลัง เผชิญหน้ากับความเป็นจริงต่อไปเถอะ

...โอ แม่ ฉันไม่อยากตาย บางครั้งฉันปรารถนาว่า ไม่ได้เกิดมาบนโลกนี้ด้วยซ้ำ”

****************************

เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ผมยอมหลังขดหลังแข็งนั่งรถไฟสายใต้ มีปลายทางที่ชุมทางหาดใหญ่

จำได้ว่าออกจากกรุงเทพฯ บ่ายๆ แต่ไปถึงที่หมายเที่ยงของอีกวัน

เลขที่นั่งเป็นตู้ชั้นสาม ด้านหลังคือห้องน้ำ สภาพเก่าโทรม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะชอบบรรยากาศของรถไฟเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

จำได้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่เบาะตรงกันข้าม มาด้วยกันตั้งแต่ต้นทาง

แม้จะไม่ได้สนทนา ไม่ได้พูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่กลางคืนคืนนั้น ผมได้ยินเสียงเธอฮัมเพลง...และฮัมเพลง

...เสียงนั้นยาวนาน ล่องลอย เหมือนกึ่งจริงกึ่งฝัน

เช้าวันต่อมาผมนั่งมองเธอซื้ออาหารกล่อง จากข้างทางสถานีรถไฟอะไรก็จำไม่ได้ แค่รู้ว่าราคาของมันเพียง 10 บาท จากนั้นเธอกินอย่างมีความสุข

ไม่นานเราก็ต่างคนต่างไป จำกันได้แค่เสียงเพลงที่ก้องล่องลอยสลับไปสลับมากับเสียงของล้อรถไฟที่บดกับรางเหล็ก

ปีต่อมาผมออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้นั่งรถทัวร์ขึ้นเหนือไปแม่ฮ่องสอน ก็ต้องใช้เวลานานนับคืนเหมือนกัน

หลังเที่ยงคืนของช่วงเวลาอันยาวนานนั้น ท้องฟ้าโปร่ง ผมสะลึมสะลือขึ้นมา มองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมทางหลับใหลด้วยความเหน็ดเหนื่อยระคนความสุขที่ได้ออกเดินทาง

ผมกวาดสายตาออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ เห็นดวงดาวระยิบระยับมากมาย กระจัดกระจายอยู่เต็มท้องฟ้าที่มืดสนิท

ลำแสงพาดผ่านท้องฟ้า 3-4 ครั้ง แน่นอนมันคือดาวตก เป็นภาพที่เกิดขึ้นอย่างธรรมดา ง่ายงามแล้วก็จางหายไป

ผมคิดว่าดวงดาวอาจจะตกอีกหลายครั้งในสถานที่ที่ไกลออกไป แต่เราไม่จำเป็นต้องทะเยอทะยาน เพียงแค่อธิษฐานให้คนที่เรารักมีความสุขก็พอ

*******************************

ช่วงสิบปีให้หลังมี “บทเพลง” ของศิลปินไม่กี่คนที่ผมเฝ้าติดตามและรอคอย

นับจากปี 2534 ที่อัลบั้ม “พราย” ออกวางตลาด และปี 2536 ที่อัลบั้มคู่สุดคลาสิก อย่าง “เจ้าหญิงแห่งดอกไม้-เจ้าชายแห่งทะเล” ผ่านไป

“ปฐมพร ปฐมพร” ก็ไม่ห่างหายจากความคิด และบางครั้งยังหยิบจับอัลบั้มเก่าๆ ขึ้นมาฟังเสมอ

ล่าสุดปฐมพรออกชุดใหม่กับ เมธี น้อยจินดา แห่งโมเดิร์นด็อก ภายใต้แนวคิด “Pry & May-T Project Poetic part

ก็รู้สึกว่าเป็นอัลบั้มที่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจจากความคิดถึงได้อย่างลึกซึ้ง

ผมชอบเพลงที่ 4 ครับ...

“กาลครั้งหนึ่ง ที่ขอบฟ้าอยู่ไกลออกไป ไกลจากแสงเดือนที่เกลื่อน...กลางจิตใจ

กาลครั้งนั้น มีฝันอันยิ่งใหญ่.. แค่แสงเรืองๆ ก็พอ ผู้คนเดินตามฝันไป

...ขอเพียงเราเฝ้าดู มีปลายฟ้าอยู่ ขอเพียงเธอรับรู้ เราไม่ต่าง

ที่หัวใจของเรา มีแสงจากดวงดาวมากมาย...โอบกอดเธอในใจให้ดวงดาวพร่างพราย...”

ผมคิดว่าพรายมีความฝันที่เขาเดินตามหามานานหลายปี และได้บอกเล่าจินตนาการส่วนตัวผ่านเสียงเพลง เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้

ลึกๆ แล้วคนทั่วไปก็มีความฝัน ไม่ใช่จำกัดแค่อาชีพศิลปินหรือนักดนตรีเท่านั้น แต่จะยากดีมีจนอย่างไรก็คงไม่ต่าง

สุดแท้แต่ว่าฝันของใครจะใกล้จะไกล

จะฝันกลางวัน ฝันหวาน หรือแค่ลมๆ แล้งๆ อย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตได้ย่ำเท้าออกจากจุดที่ยืนอยู่ก็มีความสุข

เหมือนที่พรายบอกนั่นแหละ ขอเพียง “แค่แสงเรืองๆ ก็พอ ผู้คนเดินตามฝันไป...”

***************************

แม้จะต่างกันที่ช่วงเวลาและสถานที่ แต่ผู้คนเล่นเปียโนที่ไทม์สแควร์ กับหญิงสาวบนรถไฟสายใต้ ก็ไม่น่าจะมีความรู้สึกไม่ห่างเหินกันนัก

ความเจิดจรัสของแสงไฟจากตึกระฟ้า ณ จัตุรัสกลางมหานครนิวยอร์ก กับแสงเรืองๆ จากดวงดาวที่ลอดหน้าต่างรถไฟสายใต้

ล้วนคือฉากหลังที่บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนที่ต่างต้องการความสุข และปลดปล่อยความทุกข์ด้วยเสียงเพลง

เฟรดดี เมอร์คิวรี แห่งวงควีนผู้ล่วงลับ กระตุ้นผู้คนเร่งทำฝันให้กลายเป็นจริง เพราะ...ร่างกายของเราพร้อมจะเผาเป็นเถ้าธุลีตลอดเวลา...

พราย เขียนไว้บทเพลงของเขาว่า ..ที่หัวใจของเรา มีแสงจากดวงดาวมากมาย ...โอบกอดเธอในใจให้ดวงดาวพร่างพราย...

ความสุข ความทุกข์ และความใฝ่ฝัน ก็คือความปรารถนาอันเป็นสามัญของวิถีแห่งชีวิต

เพียงแค่วันนี้มันถูกทำให้หลงลืม ด้วยกิจวัตรประจำวันที่วุ่นวาย ตัวเลขอันยุ่งเหยิง และสังคมที่สลับซับซ้อน

ผู้คนจำต้องปล่อยวางอีกด้านหนึ่งของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

วิถีทุนนิยมใหม่ๆ และเทคโนโลยี กลบกลืนความสุขขั้นพื้นฐาน ที่เราหาได้อย่างง่ายๆ ไป

คงไม่มีใครสุขทุกวันคืนฝันได้ คงมีแต่ “สุข-ทุกข์” สลับกันไป เพียงแค่ขอให้อย่าลืมที่จะฝันบ้างในยามค่ำคืนก็พอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท