
สร้างวินัยเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต
หลายคนตั้งเป้าเก็บเงินก้อนให้ได้ แต่กลับยังใช้วิธีการเดิมๆ ที่เคยชิน และสะดวกต่อการหยิบเงินในอนาคตนำออกมาใช้จ่ายได้ง่ายดายที่สุด
โดย...ราตรีแต่ง
หลายคนตั้งเป้าเก็บเงินก้อนให้ได้ แต่กลับยังใช้วิธีการเดิมๆ ที่เคยชิน และสะดวกต่อการหยิบเงินในอนาคตนำออกมาใช้จ่ายได้ง่ายดายที่สุด โดยใช้วิธีออมเงินที่เรียบง่ายด้วยการเก็บไว้ในบัญชีเงินเดือน ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ แล้วเพราะความรู้สึกง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องจดจำหลายบัญชีเพราะทำทุกอย่างครบ จบในบัญชีเดียวทั้งรายรับ เงินออม และรายจ่าย นิสัยการใช้จ่ายแบบนี้เองกลายเป็นสาเหตุทำให้มีเงินก้อนไม่ใหญ่เพียงพอ กว่าจะรู้ตัวว่าบั้นปลายชีวิตมีเงินน้อยเกินไป ก็แทบกลับตัวไม่ทันเสียแล้ว
กูรูทางด้านการเงิน กรุงศรี กูรู ให้ข้อมูลว่าในช่วงแรก ทุกคนล้วนตั้งใจออมเงิน 10% ของรายได้กันทั้งนั้น ก็ทำได้ครบตามที่วางแผนไว้ แต่พอระยะหลังๆ เริ่มมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงิน ทำให้ออมเงินน้อยลงเหลือร้อยละ 5 ของรายได้ เดือนหน้าคิดว่าจะออมสมทบเพิ่มเข้าไปให้เท่ากับยอดที่ถอนออกมา ก็เริ่มฝากน้อยลงๆ และเข้าสู่ช่วงถอนเงินมากกว่าฝากเงิน สุดท้ายผ่านไปเกือบปี เป้าหมายเงินออมที่ตั้งไว้ก็ยังไม่สำเร็จสักที สาเหตุมาจากบัญชีเงินเดือนที่เราใช้เป็นบัญชีเงินออมนั้นถอนออกง่ายเกินไปทำให้ขาดวินัยการออมเงิน แม้ว่าเราจะมีใจที่มุ่งมั่นว่าต้องออมเงินให้ได้ แต่ถ้าวิธีเก็บเงินยังไม่เข้มงวดเพียงพอ สุดท้ายก็จะออมเงินไม่ได้
วิธีสร้างวินัยทางการเงิน จึงเป็นเรื่องจำเป็นของคนใช้ชีวิตสไตล์ครอบครัวเดี่ยว แล้วการดูแลตัวเองในบั้นปลายหลังจากเกษียณได้ดี มีคุณภาพ จึงมาจากการบริหารการเงินของตัวเองล้วนๆ เลยทีเดียว
สร้างวินัยการออมด้วยการฝากประจำ
กรุงศรี กูรู แนะหลักเกณฑ์การฝากประจำ ดังนี้
วิธีการฝาก คือ รูปแบบของฝากประจำนั้นจะเป็นการฝากรายเดือนและฝากแบบเป็นก้อน
ระยะเวลาฝาก คือ สามารถเลือกเวลาฝากได้ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 24 เดือน 36 เดือน เป็นต้น
เรื่องภาษี ฝากประจำทั่วไปจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แต่ถ้าเลือกฝากประจำแบบพิเศษ ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะมีประกาศให้รู้กันโดยทั่วไป ผู้เริ่มออมเงินสามารถใช้การฝากประจำวางแผนการเก็บเงินตามเป้าหมายได้ เช่น 3 ปีหน้า วางแผนเรียนต่อปริญญาโทด้วยงบ 360,000 บาท ก็ต้องมาคำนวณว่าแต่ละเดือนควรเก็บเท่าไหร่ คือ 360,000 บาท / 36 เดือน = 10,000 บาท เราก็เปิดบัญชีฝากประจำระยะเวลา 36 เดือน ฝากเดือนละ 10,000 บาท ถ้าเป็นฝากประจำชนิดปลอดภาษีจะดีมาก เพราะเราจะได้รับดอกเบี้ยมาเต็มๆ โดยไม่ถูกหักภาษี
ถ้าเราต้องการสร้างวินัยการออมเงินควรเลือกวิธีออมเงินที่เป็นภาคบังคับ โดยแยกเงินออมออกมาจากบัญชีเงินเดือน แล้วตั้งชื่อบัญชีใหม่ว่าเป็น “บัญชีเงินออมเพื่ออนาคตเท่านั้น” ที่สำคัญควรถอนเงินออกยากๆ เพื่อไม่เผลอกดเงินออกมาใช้ หรือการฝากเงินเพื่อเป้าหมายบางอย่างผ่านบัญชีที่ไม่สามารถเบิกถอนได้ง่ายๆ ซึ่งการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้กับตัวเองด้วยวิธีนี้ จะให้ผลตอบแทนทางการเงินที่น่าพึงพอใจได้สูงทีเดียว ซึ่งผลตอบแทนนี้จะกลายเป็นแรงดึงดูดและแรงขับเคลื่อนวินัยหรือพฤติกรรมทางการเงินที่ดีของคุณให้อยู่กับคุณได้ตลอดไป ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างมากในระยะยาว ใครเลือกสร้างวินัยทางการเงินให้กับตัวเองด้วยวิธีนี้ ขอให้มีความอดทนและมุ่งมั่นแล้วคุณจะได้รับผลตอบแทนที่ดีทีเดียว
เก็บในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)
เป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับลูกจ้างวิธีนี้เป็นการออมเงินในกองทุนได้ระยะยาว และต่อเนื่องจนถึงวัยเกษียณโดยไม่ต้องนำเงินออกไปใช้จนหมด เรียกได้ว่าเป็น บำนาญของพนักงานเอกชน เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ใครทำงานบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เลือกที่จะให้หักในอัตราสูงสุด เพราะนั่นหมายถึงจำนวนเงินที่เราจะไว้ใช้ยามเกษียณมีมากขึ้น เพราะจะได้สมทบจากนายจ้างเท่ากับจำนวนที่เราถูกหักในแต่ละเดือน แถมยังมีดอกเบี้ยและดอกผลต่างๆ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
เพื่อเงินได้หลังเกษียณและลดหย่อนภาษีได้ด้วย คือวิธีออมเงินของพนักงานที่ทำงานในบริษัทไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีผู้ลงทุนมีการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หลายกองทุน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยพิจารณาจากตัวบุคคลเป็นเกณฑ์ในการได้รับสิทธิ กล่าวคือ ในแต่ละปีผู้ลงทุนจะต้องลงทุนในหน่วยลงทุนฯ รวมกันไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท แต่หากมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนฯ ในบางกองทุน จนทำให้ยอดรวมการลงทุนในปีดังกล่าวต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ถือว่ามีการลงทุนที่ผิดเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ กรณีผู้ลงทุนมีการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อ การเลี้ยงชีพ (RMF) ในระหว่างปี จำนวนเงินการซื้อหน่วยลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องเป็นจำนวนเงินการซื้อและขายหน่วยลงทุนโดยคงเหลือสุทธิ ณ ตอนสิ้นปี
ส่วนวิธีการออมเบื้องต้นวิธีง่ายๆ เช่น จัดแบ่งรายจ่ายประจำวัน 30 วัน เช่น จัดรายจ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่ารถประจำทาง รถไฟฟ้า ฯลฯ วันละ 300 บาท ก็ให้แบ่งเงินเป็นซองละ 300 บาท 30 ซอง โดยแต่ละวันห้ามใช้เกินนั้น และถ้าเหลือก็นำไปหยอดกระปุก อย่านำมาใช้ในวันต่อๆ ไป







