
แจ่มใจที่จันทบุรี
อาทิตย์ก่อนโน้นมาจากสระแก้วพอมาถึงจันทบุรีก็จบอยู่แค่นั้น ครั้งนี้ลุยต่อที่จันทบุรีครับ
อาทิตย์ก่อนโน้นมาจากสระแก้วพอมาถึงจันทบุรีก็จบอยู่แค่นั้น ครั้งนี้ลุยต่อที่จันทบุรีครับ
เรื่อง/ ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์
อาทิตย์ก่อนโน้นมาจากสระแก้วพอมาถึงจันทบุรีก็จบอยู่แค่นั้น ครั้งนี้ลุยต่อที่จันทบุรีครับ ผมข้ามสะพานแห่งใหม่ที่ตัดจากแหลมสิงห์ มาเข้าทางไปเจ้าหลาว ซึ่งในความเข้าใจของผมนั้นคิดว่าหาดเจ้าหลาวน่าจะเริ่มจากปากน้ำแขมหนูเป็นต้นไป ส่วนที่จากสะพานแหลมสิงห์มาถึงปากน้ำแขมหนูนั้นน่าจะเรียกว่าบางกะไชย ถนนยังไม่ค่อยดีและที่ดินริมทะเลส่วนใหญ่ยังทำบ่อเลี้ยงกุ้งอยู่ จึงมีรถบรรทุก รถปิกอัพวิ่งเยอะถนนเลยขรุขระไปหน่อย แล้ววันนั้นมองทางไม่ค่อยเห็นเพราะฝนตกพรำๆ แล้วจวนจะมืดอีกด้วย
ปรากฏว่าชายทะเลที่ก่อนจะมาถึงปากน้ำแขมหนูนั้นถนนดีขึ้น และตอนนี้มีรีสอร์ตเกิดใหม่เพียบ ดู 23 แห่งแล้วไม่ถูกใจ ราคาไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ กำลังจะข้ามสะพานปากน้ำแขมหนูอยู่แล้วเผอิญทีมร่อนเร่ทัวร์ของผมเห็นรีสอร์ตที่ผ่านมาแห่งหนึ่งมีป้ายราคาน่าสนใจจึงย้อนกลับไปดู ที่ผมไม่สนใจมองตั้งแต่แรกนั้น เพราะหน้ารีสอร์ตมีศาลพระพรหมเบ้อเริ่มเทิ่ม แถมยังชื่อคุณชายรีสอร์ท แล้วหลังคาเป็นกระเบื้องสีฟ้าแสบทรวงอีกต่างหาก ก็เป็นสีที่นักบินเห็นจากฟ้านั่นแหละ ผมเกลียดนักกระเบื้องสีนี้ ก็แปลว่าไม่ถูกสเปกเลย แต่เข้าไปข้างในแล้วใช้ได้ ที่สำคัญคือมีห้องว่างติดทะเล ติดจริงๆ ครับไม่รู้สร้างได้อย่างไร ปกติการสร้างอาคารใดๆ ก็ตามจะต้องเว้นแนวชายหาด นี่ปลูกระเบียงยื่นไปในทะเลเลย พอน้ำขึ้นก็เอาเท้าจุ่มน้ำทะเลได้เลย ที่ดีคือราคาใช้ได้ก็ตกลงเอาที่นี่ แถมมีทีมผมแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่เข้าพัก ไหนๆ ก็มืดแล้วขี้เกียจไปวิ่งหาของกินที่อื่น ก็เลยกินข้าวเสียที่นั่น กินเสร็จแล้วนั่งคุยกันอยู่ริมระเบียงสบายดี
ฝนตกทั้งคืนถึงเช้า ฟ้าก็ยังไม่โปร่ง ก็ดีอย่างว่าถึงจะมีลมทะเลพัดบ้างแต่ไม่เหนียวตัวคงเป็นฝนนี่แหละที่กั้นไอทะเลไว้ นั่งจิบกาแฟตอนเช้าดูทะเลที่ชุ่มฉ่ำฝน เพลินไปอีกแบบ เสร็จแล้วก็ออกตามล่าหาของกิน ผมตั้งใจไปตัวตลาดท่าใหม่ ไม่ได้ไปมานานมากแล้ว อย่างแรกที่อยากดูคือบ้านเรือนที่เป็นห้องแถวไม้ซึ่งมีงามๆ หลายหลังว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ห้องแถวไม้ทางแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นฝาถัง คือเป็นแผ่นฝาไม้ตั้งตรงเป็นแนวตั้ง บานประตูก็เป็นเฟี้ยมที่เรียบๆ ไม่มีเข้าไม้แบบฝาปะกน อย่างที่สองอยากไปตลาดสด ที่นั่นมีร้านอาหารสำเร็จรูปที่เคยได้กินแกงหมูชะมวงและเส้นจันทน์ผัดปูอร่อยที่นั่น อย่างที่สามอยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงเจ๊ติ๊ก และทองม้วนคุณใบ้ที่ร้านอยู่ใกล้ๆ กัน ที่ตลาดท่าใหม่นี้มีระบบวันเวย์ กว่าจะเข้าไปในซอยร้านก๋วยเตี๋ยวได้ก็วนเอาหลายรอบ เข้าไปนั่งเป็นโต๊ะแรก เขาเพิ่งจัดร้านเสร็จขนาดคนขายเพิ่งเอาผ้ากันเปื้อนคล้องคอ น้ำซุปก็เพิ่งคลุ้มคลั่ง ยิ่งไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงมานานและอยากกินเหลือขนาด จนรู้สึกว่ากลิ่นน้ำซุปนั้นหอมหวนกว่าน้ำซุปทั้งหลายทั้งปวง
อร่อยสมใจอยาก แต่กินคนละชามเท่านั้น เพราะยังมีมื้อเที่ยงที่ตั้งใจไว้อยู่ในอุ้งมือที่ต้องไปตะครุบให้ได้ ก็ที่กินก๋วยเตี๋ยวนี้ก็ 10 โมงเข้าไปแล้ว อีกไม่นานก็เจี๊ยะอีกแล้ว
กินเสร็จก็ออกมาที่เจ้าหลาว เดี๋ยวนี้มีรีสอร์ตบานตะเกียงเลือกไม่ถูก ที่เคยมาก็จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน วันที่ผมไปนั้นเงียบมากร้านรวงก็ปิด ร้านอาหารก็เงียบเหงา อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นวันจันทร์แล้วยังเป็นนอกฤดูกาลท่องเที่ยวทะเล ก็เลยเงียบ ขับรถลึกไปแถบภูเขาวิวบางวิวสวยดี สงบ ผมไปที่คุ้งกระเบน ทาง อบต.ทำจุดชมวิวไว้ดีมาก มีลานจอดรถ ที่นั่ง ถังขยะ แต่ถนนยังไม่เรียบร้อย เห็นว่าคอยงบประมาณงวดใหม่อยู่ เที่ยวฆ่าเวลา จนเที่ยงก็ตีรถย้อนเข้าตัวเมืองจันทบุรี จะไปกินที่ร้านคุณแดงที่ตั้งใจไว้ หลงทางวนเวียนอยู่หลายรอบคิดว่าใช่ แต่ก็ผิด จนกระทั่งไปถามคนข้างทาง ถึงรู้ว่าร้านคุณแดงน่ะเขาย้ายจากที่เก่าไปนานแล้ว ต้องขับรถออกนอกเมือง อยู่ที่ ต.หนองบัว ไปไกลประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวกันกับไปพิพิธภัณฑ์เปิดอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ร้านคุณแดงแห่งใหม่นี่ใหญ่โตมโหฬาร มีต้นไม้ร่มรื่น มีที่จอดรถเหลือเฟือ ที่สั่งกับข้าวมามีหลายอย่าง หลักๆ ก็มี แกงหมูชะมวง ผัดกะเพราปลา น้ำพริกไข่ปู นี่อร่อยทั้งนั้น
ในเมื่อมาถึงทางนี้แล้ว ก็อยากซื้อเสื่อรองจานที่ทอด้วยกก ที่บ้านเสม็ดงาม ซึ่งอยู่ใกล้นิดเดียวก็เป็นทางไปที่พิพิธภัณฑ์นั้นเอง ผมเคยซื้อเสื่อรองจานจากที่นี่มาก่อนนานมาแล้ว เป็นร้าน OTOP ตอนที่ซื้อครั้งก่อนนั้นถือว่าฟลุก เพราะเข้าไปเจองานที่มีคนสั่งทำ เป็นบริษัทฝรั่งที่ออกแบบมา สวยมากทอด้วยกกผสมปอ แล้วเผอิญมีเหลือก็เลยซื้อมาใช้ ใช้จนกระดำกระด่าง ซึ่งมาถึงที่แล้วก็เข้าไปดูอีกเผื่อมีอะไรที่น่าสนใจ ปรากฏว่าไม่มีอย่างที่ชอบครับ เป็นแบบศิลปะประเพณีที่เขาเคยทำเหมือนเสื่อกกธรรมดา เห็นว่าตอนนี้ก็มีปัญหาว่าคนทอกกนั้นน้อยลงทุกวัน เสียดายครับงานหัตถกรรมพื้นบ้านซึ่งเขามีความชำนาญตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ปลูกกก ตากแห้ง ย้อมสี และทอ พอกระแสความต้องการของตลาดน้อยลง ทำให้รายได้น้อยลง ก็ต้องหันไปทำอาชีพอย่างอื่น ผมว่าก่อนที่จะสายเกินไป ถ้าจะยังประคองหัตถกรรมพื้นบ้านให้อยู่ได้ ต้องมีการออกแบบ และน่าจะมีคนที่มีฝีมือเข้าไปช่วยในการออกแบบ และผลิตภัณฑ์จากการทอกกนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของใช้ประเภทเสื่ออย่างเดียว คิดง่ายๆ เป็นโคมไฟก็ได้ หุ่นโชว์เสื้อผ้ามัดด้วยกกสีธรรมชาติก็สวย
ก็อีกเช่นกันที่เมื่อถึงร้าน OTOP แล้วอีกนิดเดียวก็ถึงพิพิธภัณฑ์เปิดอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผมเคยเข้าไปนานมาก ตอนที่ไปครั้งนั้นจำได้ว่าแดดร้อนเปรี้ยง ถนนก็ไม่ดี กรมศิลป์เพิ่งเปิดแนวบ่อที่มีซากเรือจมอยู่ ผมได้แต่ชะเง้อๆ แล้วคิดอย่างง้ายๆ ง่ายๆ ว่า ทำไมอู่ต่อเรือถึงมาอยู่กลางดงกลางป่าต้องมาหลบซ่อนอะไรกันมากมาย แล้วจะเอาเรือลงน้ำได้อย่างไร ไม่เอาแล้ว กลับดีกว่า ครั้งนี้เข้าไปถึงที่เลยครับ ตัวพิพิธภัณฑ์เปิดนั้นมีซากเรืออยู่ในบ่อ และมีอาคารแสดงประวัติศาสตร์ของที่มาการต่อเรือที่นี่ ตัวอาคารออกแบบดี
แต่ที่ผมตกตะลึงพรึงเพริดคือ วิวหน้าพิพิธภัณฑ์ครับ คือเมื่อครั้งแรกที่ผมชะเง้อผ่านๆ นั้น มีแนวต้นโกงกางบังไว้ ก็เลยไม่รู้ว่าตรงนั้นเป็นริมทะเลปากอ่าวจันทบุรี ก็ถูกต้องแล้วทำเลอย่างนี้คลื่นลมก็ไม่มาก สมัยก่อนต้นไม้ต้นไร่คงมีเยอะ ใหญ่สมบูรณ์ด้วย พร้อมหมดทุกอย่าง
ข้อสำคัญที่เห็นในวันนี้คือวิวปากน้ำจันทบุรีสวยมาก เป็น Panorama ที่มองเห็นป่าโกงกางข้างหน้าไกลๆ นั้นเขียวชอุ่ม น้ำนิ่ง และวิวตรงนั้นจะเฉียงๆ นิดหนึ่งจะเห็นภูเขาที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่ยาวเป็นเทือก ผมว่าเป็นที่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของจันทบุรีครับ
อย่างหนึ่งคือมีเรือชาวประมงเป็นเรือไม้ยังใช้แจว กำลังวางอวนอยู่ ตะโกนถามก็ได้เรื่องว่าเป็นอวนปูทะเล และมีบ้านเล็กๆ ใกล้พิพิธภัณฑ์เป็นบ้านขายปูทะเล กิโลละ 200 บาทเอง อยากซื้อกลับแต่ไม่ได้เตรียม Cooler ไปเลยชวด ไว้ครั้งหน้าไปจันทบุรีอีกจะไปซื้อปูทะเล แล้วจ้างให้ร้านเขานึ่งให้กินคงเปรมปรีดิ์แน่
ขากลับบ้านแวะซื้อผลไม้ริมทาง ตอนนี้แก้วมังกร ลองกอง สละ ออกเยอะ ก็ได้ผลไม้กลับมานิดหน่อย นี่ก็เป็นจันทบุรีที่น่าเที่ยวครับ ผมอยากให้เที่ยวกันเยอะๆ อยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องใช้เงินอยู่แล้ว สู้เอาเงินนั้นออกไปเห็นอะไรต่อมิอะไรสบายตาสบายใจ เปลี่ยนที่อยู่จากเป็นที่บ้านเป็นที่อื่นบ้าง และหาของกินอร่อยๆ เงินที่จ่ายก็ถือว่าไปถึงมือชาวบ้าน เที่ยวเถอะครับ







