
แข้งตราไก่สุดคึก ทดสอบเกมรับอินทรี
ใครจะอยู่ใครจะไป เป็นอีกคู่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อ 2 ทีมเต็งแชมป์อย่าง “เจ้าภาพ” ฝรั่งเศส และ “แชมป์โลก” เยอรมนี
ใครจะอยู่ใครจะไป เป็นอีกคู่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อ 2 ทีมเต็งแชมป์อย่าง “เจ้าภาพ” ฝรั่งเศส และ “แชมป์โลก” เยอรมนี ซึ่งหลายคนอยากให้เป็นคู่ชิงในฝัน ต้องมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ คืนนี้ (7 ก.ค.) และต้องมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะมีโอกาสเข้าไปลุ้นได้ชูถ้วย อองรี เดอลัวเนย์
ฝรั่งเศส - เยอรมนี
สนาม : สตาด เวโลโดรม (มาร์กเซย)
เวลา 02.00 น. ช่อง 33
แข้งตราไก่กำลังมีความมั่นใจเต็มที่ หลังโชว์ฟอร์มดุถล่มไอซ์แลนด์ 5-2 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขของเจ้าภาพ แต่เกมนี้ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดชองส์ ต้องเจองานหนักกว่าทุกนัดที่ผ่านมา และต้องอุดช่องโหว่ในเกมรับให้ได้ หากหวังจะเอาชนะเยอรมนีครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1958 ในแมตช์อย่างเป็นทางการ
หลังจากนำ 4-0 ในครึ่งแรก เกมรับของฝรั่งเศสตกลง และเสีย 2 ประตูในครึ่งหลังให้กับไอซ์แลนด์ และก่อนหน้านั้นก็เสียประตูให้กับไอร์แลนด์ ขณะที่ความอันตรายในเกมรุกของคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นในนัดนี้
“เรากำลังเล่นได้ดีขึ้น แต่เยอรมนีก็ยังเป็นเยอรมนี พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในยุโรปและในโลก และเป็นทีมที่คุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด มีเทคนิคยอดเยี่ยมในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตูถึงกองหน้า เราจะสู้เพื่อโอกาสของเรา และรู้ว่าเราจะเจอกับอะไร” เดชองส์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีของเจ้าภาพ คือ พวกเขาจะได้ อดิล รามี พ้นโทษแบนกลับมาคุมแผงหลังคู่
กับ โลรองต์ กอสเซียลนี เช่นเดียวกับ เอ็นโกโล
ก็องเต มิดฟิลด์เลสเตอร์ ที่จะกลับมาคุมเกมแดนกลางร่วมกับ แบลส มาตุยดี และ พอล ป็อกบา ในระบบ 4-3-3 โดยมี ดิมิทรี ปาเยต์, อองตวน กรีซมันน์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็น 3 ประสานในแนวรุก
ขณะที่ โยอาคิม เลิฟ นายใหญ่เยอรมนี ต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง เพราะปัญหาบาดเจ็บและติดโทษแบน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือดาวยิงอย่าง มาริโอ โกเมซ
โกเมซ ซึ่งยิง 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์ช่วยทีมให้เข้ารอบรองชนะเลิศ หมดสิทธิลงเล่นในแมตช์ที่เหลือเนื่องจากมีปัญหาเอ็นหลังหัวเข่า ขณะที่ ซามี
เคดิรา ห้องเครื่องคนสำคัญก็ไม่สามารถลงได้เพราะบาดเจ็บโคนขาหนีบ แถม มัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังตัวหลักก็ติดโทษแบน
นอกจากนี้ แชมป์โลกซึ่งลุ้นแชมป์สมัยที่ 4 ยังต้องลุ้นความฟิตของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อีกคน ซึ่งเลิฟ ปฏิเสธที่จะใช้กัปตันทีมหากเจ้าตัวยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บเข่า
ด้วยเหตุนี้ทำให้กุนซืออินทรีเหล็กต้องคิดหนักในการจัดตัวผู้เล่น โดยเฉพาะในแดนหน้า ซึ่งทั้ง มาริโอ เกิตเซ ที่ได้รับโอกาสเป็น 11 คนแรกในสองนัดแรก และ โทมัส มุลเลอร์ ยังหาประตูไม่เจอในทัวร์นาเมนต์ โดยเลิฟจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เกมรับจะส่ง เบเนดิกต์ โฮเวเดส ลงรับมือร่วม เจโรม บัวเต็ง ส่วน เอ็มเร คาน จะลงทำหน้าที่คุมเกมแดนกลางแทน เคดิรา โดยมี เมซุต โอซิล, มุลเลอร์ และ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ คอยปั้นเกมรุกที่มี เกิตเซ เป็นหน้าเป้า
“การเจอกับฝรั่งเศส ผมยังต้องคิดถึงเรื่องนี้ อิตาลีเป็นทีมที่มีนักเตะเล่นตามระบบ พวกเขาเป็นทีมเวิลด์คลาสแต่คาดเดาได้ แต่ฝรั่งเศสต่างกัน พวกเขาเปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอด พวกเขาคาดเดาลำบาก” เลิฟ กล่าว
ความน่าจะเป็น : การขาดตัวหลักหลายคนน่าจะทำให้อินทรีเหล็กเสียสมดุลไปพอสมควร แม้ว่าจะมีสถิติดีเยี่ยมในเกมรับหลังเสียแค่ประตูเดียว (จุดโทษ) แต่เกมรุกก็ยังไม่เด็ดขาดพอ และเจ้าภาพซึ่งมี 3 ประสานแดนหน้าที่ฟอร์มกำลังดี คงเปิดเกมรุกใส่เต็มที่เพื่อหวังจบเกมใน 90 นาที เพื่อเลี่ยงการดวลจุดโทษ
ภาพ - เอเอฟพี







