
การเงิน จะเป็นเรื่องง่าย ถ้า...
โดย...สมแขก
โดย...สมแขก
รู้จักตัวเอง
ไม่มีใครรู้จักคุณได้ดีเท่าตัวคุณเอง ดังนั้นแผนการเงินที่วางเอาไว้ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องรู้ว่าตัวเองมีนิสัยการจับจ่ายเป็นอย่างไร มีวินัยหรือหย่อนยานในการออมแค่ไหน มักจะควักเงินจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นใดบ้าง มีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ทั้งในปัจจุบัน และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดในอนาคต รวมทั้งภาพแผนการใช้ชีวิตในอนาคต เช่น อยากมีบ้าน
คอนโด รถยนต์ เรียนต่อ หรือเลี้ยงลูก ฯลฯ ยิ่งคุณชัดเจนในตัวเองคุณจะยิ่งเห็นเป้าหมายชัดและไม่กล้านอกลู่นอกทาง แต่ตราบใดที่คุณยังไม่รู้จักจัดอ่อนหรือจุดแข็งของตัวเอง หรือสิ่งที่ควรตัด สิ่งที่ควรเติม แผนการเงินก็จะไม่มีวันสำเร็จได้เลย
ไม่เผลอใจ
แต่ละหัวข้อประหนึ่งเรากำลังจะออกเดทกับชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แน่นอนเรื่องการเงินเป็นเรื่องที่หลายคนมักเผอเรอ บางคนบ่นว่าไม่รู้ว่าเงินหายไปไหนหมด ถึงคราวที่ต้องจับขโมยแล้ว! เคยมีงานวิจัยระบุว่า คนเรามักใช้จ่ายมากกว่าที่พวกเขาตั้งใจไว้สูงถึง 20% เพราะความเผลอใจอยู่เสมอ ทีนี้ลองสังเกตตัวเองว่าทุกครั้งที่คุณแวะร้านค้าหรือไปเดินห้าง คุณมักจะหยิบของที่ไม่อยู่ในแผนการซื้อมาอยู่ในตะกร้าเสมอ เช่น อยากได้แชมพู ครีมอาบน้ำ แต่สุดท้ายอาจจะได้น้ำยาล้างรถมาแทน เพราะถูกพนักงานคะยั้นคะยอให้เคลิ้มกับประสิทธิภาพและโปรโมชั่น ดังนั้นการไม่ยอมออกนอกแผนเป็นหลักสำคัญของคนที่ตั้งใจรักษาวินัยทางการเงิน ยิ่งแผนรัดกุม คุณยิ่งจะพบว่าตัวเองเก็บเงินได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว
สองคำทำให้รวย
ลองแยกแยะทุกรายการที่อยากจะจ่ายด้วยสองคำนี้ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้น “จำเป็น” กับ “อยากได้” ไม่มีใครบอกคุณได้ดีที่สุดเท่าตัวคุณเอง ให้ย้อนกลับไปข้อแรกว่าคุณรู้จักความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตัวเองดีพอหรือยัง ถ้าหากของที่อยากได้เกิดจำเป็น เช่น คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ล่าสุด อาจจำเป็นสำหรับคนที่คิดว่าอยากนำไปต่อยอดทำเงินให้งอกเงย แต่อีกคนหนึ่งอาจจะแค่สนองความอยาก ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์มากกว่าการถือไปมาเป็นเครื่องประดับ
หากยังกลัวในตัวเอง ให้ทำช่องของจำเป็นออกเป็น 4 ช่อง คือ จำเป็นที่สุด จำเป็นพอสมควร จำเป็นน้อย และไม่จำเป็นเลย โดยอนุญาตให้ตัวเองจ่ายเงินสำหรับของจำเป็นที่สุดก่อน ส่วนของจำเป็นพอสมควรต้องหนักแน่นและสร้างเงื่อนไขเวลาสำหรับการซื้อ เช่น รอปลายปี หรือรอปิดจ๊อบให้ได้สามงานก่อน เป็นต้น
สูตรหยิบสิบ
คนที่บ่นว่าเก็บเงินไม่ได้เสียที หากลองวิธีนี้อาจจะติดใจ เพราะกลยุทธ์หยิบสิบ คือการบังคับตัวเองให้เก็บค่าต๋งตัวเอง 10% ทุกครั้งที่คุณมีรายได้ เช่น วันนี้รับจ๊อบมา 1 หมื่นบาท ให้หัก 1,000 บาท ใส่กระปุกทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ยัง!!! ยังโหดไม่พอ และทุกครั้งที่คุณคิดจะนำเงินออกจากกระเป๋าไปซื้ออะไรต่อมิอะไร เงินทุกบาทที่ควักก็ต้องหัก 10% เช่นเดียวกัน เช่น คิดจะซื้อรองเท้าสักคู่ราคา 5,000 บาท นั่นแปลว่าคุณจะต้องหักเก็บเงินปากถุงไว้อีก 500 บาท วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีนิสัยชอบจับจ่ายใช้สอย เพราะสูตรหยิบสิบจะช่วยเตือนความจำทุกครั้งที่ได้เงินมาและจ่ายเงินออกไป







