
บัณฑิตวิศวะหันทำเกษตรปลูกเมลอนในโรงเรือนสร้างรายได้งาม
หนุ่มบัณฑิตวิศวะหันกลับไปทำเกษตรแนวใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่ได้ผลผลิตมาก ก่อนลงทุนปลูกเมลอนในโรงเรือนปิดสร้างรายได้ปีละ 5 แสน
หนุ่มบัณฑิตวิศวะหันกลับไปทำเกษตรแนวใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่ได้ผลผลิตมาก ก่อนลงทุนปลูกเมลอนในโรงเรือนปิดสร้างรายได้ปีละ 5 แสน
เป็นอีกหนึ่งในแนวคิดการประกอบอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับเรื่องราวของ วีระวัฒน์ เถกิงผล หนุ่มลูกชาวนาวัย 30 ปี ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องจักรกลเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน แต่ได้ตัดสินใจไม่ไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่น และได้กลับมาทำนากับครอบครัวก่อนพร้อมกับเริ่มศึกษาการทำเกษตรสมัยใหม่และนำไปสู่การลงทุนปลูกเมลอนในโรงเรือนปิดจนสร้างรายได้ในระดับที่น่าพอใจ
วีระวัฒน์ เล่าเส้นทางชีวิตของเขาให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาก็ไม่ได้ไปสมัครงานในโรงงานอุตสาหกรรมเหมือนเพื่อนๆ แต่กลับมาทำนากับครอบครัวที่บ้านอยู่ที่ จ.สุรินทร์ ประมาณ 5 ปี ซึ่งพบว่าการทำนานั้นมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังต้องประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติอีกมากมาย ต่อมาได้รู้จักกับแฟนอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณ ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงเริ่มศึกษาการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อยๆ แต่ได้ผลผลิตมากๆ และมาสนใจการปลูกเมลอนแบบโรงเรือนปิด เพราะมีข้อดีหลายอย่าง อาทิ สามารถควบคุมศัตรูพืชได้โดยไม่ใช้สารเคมี, ไม่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหรือภัยแล้ง และเมลอนกำลังเป็นที่นิยมของตลาดอีกด้วย
เขาอธิบายว่า ได้ลงทุนค่าอุปกรณ์สร้างโรงเรือนละประมาณ 70,000 บาท มีความกว้าง 6.5 เมตร ยาว 30 เมตร จำนวน 4 โรงเรือน รวมค่าลงทุนสร้างโรงเรือนครั้งแรก เป็นเงินประมาณ 280,000 บาท ใช้งานได้ประมาณ 10 ปี และไปรับเมล็ดพันธุ์มาจากเทพมงคลฟาร์ม จ.มหาสารคาม เป็นเมล็ดพันธุ์เมลอนไทยเนื้อสีขาว ใช้เวลาตั้งแต่เตรียมแปลง เพาะปลูก จนถึงเก็บเกี่ยว 3 เดือนต่อรุ่น 1 ปี ปลูกได้ 3 รุ่น ซึ่งปีแรกที่ปลูกก็ปรากฏว่าได้ผลผลิตดีมาก แต่ละลูกมีน้ำหนักเฉลี่ย 2 กิโลกรัม 1 โรงเรือนจะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 700 กิโลกรัม ขายส่งกิโลกรัมละ 50 – 60 บาท โดยปีแรกจะขายให้เจ้าของเมล็ดพันธุ์ก่อนซึ่งสามารถคืนทุนได้ในปีเดียวเลย เพราะ 1 รุ่นขายได้ประมาณ 168,000 บาท 3 รุ่นก็ประมาณ 504,000 บาท
หลังจากนั้นตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นมาก็ขายส่งไปในตลาดสุรนคร และมีออเดอร์จากทั่วประเทศสั่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ซึ่งเมลอนจะขาดตลาด เนื่องจากแปลงที่ปลูกนอกโรงเรือนจะได้รับผลกระทบจากศัตรูพืช เชื้อราและลมฝน ทำให้มีผลผลิตน้อย จึงมีราคาสูงขึ้นไปอีกกิโลกรัมละ 10 – 15 บาท โดยปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่ปลูกเมล่อน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ในระดับที่น่าพอใจ
สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาการทำอาชีพเกษตรปลูกเมลอนแบบโรงเรือนปิด หรือสั่งออเดอร์ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ วีระเมล่อนฟาร์ม ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทร 080-1656623







