
คู่หูนักสร้างเพลงฮิต
บทเพลงคือ ซาวด์แทร็กของชีวิตเราในทุกช่วงเวลาและฤดูกาล เมื่อย่างเข้าหน้าฝนก็มีเพลงๆ
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
บทเพลงคือ ซาวด์แทร็กของชีวิตเราในทุกช่วงเวลาและฤดูกาล เมื่อย่างเข้าหน้าฝนก็มีเพลงๆ หนึ่งมักจะวิ่งเข้ามาในความทรงจำของเราเสมอนั่นก็คือ Raindrops Keep Falling On My Head
เพลงอายุใกล้ๆ 50 ปี แต่งโดยคู่หูนักแต่งเพลง เบิร์ต บาคารัค และฮัล เดวิด เพื่อประกอบหนัง Butch Cassidy and the Sundance Kid และในที่สุดก็คว้ารางวัลออสการ์สาขา Best Original Song มาได้อีกทั้งเดวิดและบารารัคยังรับรางวัล Best Original Score ในปีเดียวกัน เพลงนี้ร้องบันทึกเสียงโดย บี.เจ. โธมัส กลายเป็นเพลงยอดนิยมอันดับ 1 และยังคงอยู่ในใจผู้คนมาจนถึงวันนี้ เป็นเพลงที่ได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งในวันฝนตก
ฤดูฝนปีนี้เรายังคงได้ฟัง Raindrops Keep Falling On My Head อยู่ นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์ซึ่งทำให้เรื่องราวของเบิร์ต บาคารัค กับฮัล เดวิด วนเวียนกลับมาในความระลึกถึง
หลังเหตุกราดยิงบาร์เกย์ในออร์แลนโด สหรัฐ เมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรำลึกถึงผู้สูญเสียจากเหตุการณ์นั้น ชาวบรอดเวย์ซึ่งรวมตัวกันในชื่อ บรอดเวย์ ฟอร์ ออร์แลนโด จึงได้นำเพลง What the World Needs Now is Love มาบันทึกเสียง
เพลงนี้เป็นเพลงฮิตจากปี 1965 ผลงานการแต่งร่วมกันของเบิร์ต บาคารัค และฮัล เดวิด ครั้งแรกขับร้องโดย แจ็คกี เดแชนนอน ก่อนที่ ดิออนน์ วอร์วิค หนึ่งในนักร้องคู่บารมีของบาคารัค & เดวิด จะนำมาขับร้องจนโด่งดังอีกครั้ง เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงยอดนิยมที่มีนักร้องและวงดนตรีนำไปบันทึกเสียงมากกว่า 100 เวอร์ชั่น
เวอร์ชั่นล่าสุดของ What the World Needs Now is Love โดย บรอดเวย์ ฟอร์ ออร์แลนโด กลายเป็นเพลงดังขึ้นชาร์ตความนิยม ในวันนี้ (รายได้จากการดาวน์โหลดเพลงนี้ทาง broadwayrecords.com จะมอบให้ LGBT Center of Central Florida) ในแง่หนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าบาคารัค & เดวิด นั้นคือศิลปินที่ทรงคุณค่าในวงการดนตรีของโลก แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานและแม้ว่าหนึ่งในนั้นจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
เบิร์ต บาคารัค โปรดิวเซอร์ นักเปียโนและนักร้องชาวอเมริกันเป็นเจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่ และ 2 รางวัลออสการ์ เวียนว่ายอยู่ในวงการมานานเกือบ 70 ปี ส่วน ฮัล เดวิด เป็นลูกชายของครอบครัวยิวออสเตรีย ซึ่งอพยพมาลงหลักปักฐานในสหรัฐ เขาเคยเป็นนักข่าวก่อนจะหันมาแต่งเพลง ทั้งสองพบกันในปี 1957 ที่นิวยอร์ก หลังจากนั้นจึงจับคู่ทำงานด้วยกัน
เพลงฮิตเพลงแรกของพวกเขาคือ The Story of My Life บันทึกเสียงโดย มาร์ตี ร็อบบินส์ ชื่อของทั้งคู่กลายเป็น "ชื่อสามัญประจำบ้าน" ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 ทั้งสองทำงานร่วมกับศิลปินดัง อาทิ ดิออนน์ วอร์วิค, เดอะ คาร์เพนเตอร์ส, ดัสตี สปริงฟิลด์, บี.เจ. โธมัส, จีน พิตนีย์, ทอม โจนส์, แจ็คกี เดแชนนอน ฯลฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดังมากมายเกือบร้อยเพลง
นอกจาก Raindrops Keep Fallin' On My Head และ What the World Needs Now Is Love ที่เป็นเพลงเด่นของบาคารัค & เดวิด แล้ว ผลงานจากฝีมือการแต่งของพวกเขาที่ยังคงติดตรึงในความทรงจำของคนฟังเพลงรวมถึง...
I Say a Little Prayer (1967) ขับร้องโดย ดิออนน์ วอร์วิค เพลงที่แสดงให้เห็นถึงความภักดีในรักอย่างลึกซึ้งเกือบทุกช่วงเวลาของวัน ฮัล เดวิด ตั้งใจจะเขียนเพลงเพื่อถ่ายทอดความกังวลของหญิงสาวที่มีต่อคนรักที่ไปออกรบในสงครามเวียดนาม เพลงนี้ทำให้ ดิออนน์ วอร์วิค ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแกรมมี่สาขา Best Contemporary Female Solo Vocal
This Guy's In Love With You (1968) นักร้องหนุ่ม เฮิร์บ อัลเพิร์ต ขอเพลงที่ยังไม่เคยมีใครบันทึกเสียงจากบาคารัคและเดวิด พวกเขาก็มอบเพลงเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ร้องง่ายๆ นี้ให้มา ผลที่ได้คือ เพลงฮิตอันดับ 1 เพลงแรกของเฮิร์บ อัลเพิร์ต และเพลงอันดับ 1 เพลงแรกของค่ายเพลง A & M ด้วย
Walk On By (1964) ขับร้องโดย ดิออนน์ วอร์วิค ที่กลายเป็นเพลงอันดับ 1 ในหลายชาร์ตความนิยม ภายหลังมีนักร้องมากมายนำไปบันทึกเสียงที่น่าสนใจคือ เวอร์ชั่นของไอแซค เฮย์ส ซึ่งนำไปทำในสไตล์ฟังก์ความยาวกว่า 12 นาที
ศิลปินหน้าใหม่ (ในยุคนั้น) เดอะ คาร์เพนเตอร์ส ได้รับเพลง (They Long To Be) Close To You (1970) มาร้อง ริชาร์ด คาร์เพนเตอร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่เต็มใจจะบันทึกเสียงเพลงนี้ในตอนแรก แต่ผลที่ได้คือ เพลงป๊อปฮิตอันดับ 1 ซึ่งมีส่วนช่วงส่งให้วงได้รับรางวัลแกรมมี่ในเวลาต่อมา
นอกจากนั้น ยังมี Alfie, I'll Never Fall in Love Again, Do You Know the Way to San Jose, (There's) Always Something There to Remind Me, One Less Bell to Answer, Anyone Who Had a Heart ฯลฯ
บาคารัค & เดวิด ทำงานด้วยกันถึงปี 1973 ไม่นานหลังจากการเปิดตัวหนังเพลง Lost Horizon งานที่พวกเขาร่วมกันทำถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมาบาคารัคก็หนีไปเก็บตัวเงียบๆ ไม่ยอมทำเพลงร่วมกับเดวิดอีก แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เดวิดก็บอกว่า "พวกเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา" ทั้งสองกลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้งในปี 1993 หลังจากแยกกันไปนานถึง 20 ปี
วันนี้ในวัย 88 ปี เบิร์ต บาคารัค ยังคงมีแรงทำงานและออกทัวร์ ขณะที่ ฮัล เดวิด เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 4 ปีที่ก่อน ขณะอายุ 91 ปี
เพลงของบาคารัคและเดวิดอาจจะไม่ได้เป็นบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสังคม การเมือง หรือแฟชั่นการปฏิวัติอย่างเด่นชัด แต่พวกเขาก็ได้นำกลิ่นอายสถานการณ์ ณ ห้วงเวลานั้นมาเสนอ พวกเขาจึงเป็นตัวแทนของยุคสมัยในอีกแง่หนึ่ง การทำงานของพวกเขาคือ พลังการผสานระหว่าง "ถ้อยคำ" และ "เสียง" "พื้นผิว" และ "จังหวะ" การคัดเลือกนักร้องมาถ่ายทอดของพวกเขามีความหลากหลาย เช่นเดียวกับสีสันในเสียงดนตรี เนื้อเพลงของฮัล เดวิด นั้นเต็มเปี่ยมด้วยทัศนคติแง่บวก ฉลาด คมคาย ทั้งสองเป็นมืออาชีพที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างที่พวกเขาเขียนตรงออกมาจากหัวใจ ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและโดนใจคนฟัง
ไม่ว่าจะอย่างไรนี่คือ หนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการแต่งเพลงป๊อปและสร้างสรรค์เพลงฮิต ผลงานของบาคารัคและเดวิดคือ มรดกอันเยี่ยมยอดและเป็นอมตะ @







