
ดูแลดวงตา ให้ปลอดภัยในโลกของยุคดิจิทัล
โดย...กันย์ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กันย์ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ดวงตามีเพียงคู่เดียวต้องดูแลให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ดวงตาจึงต้องทำงานหนัก พญ.กนกวรรณ ยุตติธรรม จักษุแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มาให้ความรู้เกี่ยวกับการปกป้องดูแลดวงตาให้ปลอดภัยห่างไกลจากโรคร้ายว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดวงตาของเราเกิดโรคหรือเสื่อมเร็วก่อนเวลาอันควรนั้นมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์และอายุแล้วก็ยังขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงานที่มีการติดต่อสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ อุปกรณ์เหล่านี้มีภัยร้ายทำลายดวงตาซ่อนตัวอยู่ นั่นก็คือแสงสีฟ้า
แสงสีฟ้า คือแสงที่มองเห็นได้และมีพลังงานสูง มีความยาวคลื่นประมาณ 400-500 นาโนเมตร โดยแสงสีฟ้าสามารถพบได้ในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ รวมไปถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต อาจส่งผลทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์จอประสาทตา และเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ในอนาคต
การดูแลป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมได้ผลดีกว่ามารักษาที่ปลายเหตุ ซึ่งแน่นอนว่าการดูแลรักษาดวงตาจากภายนอกนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการจ้องมองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เป็นเวลานานๆ และควรมีการพักสายตาในทุกๆ ชั่วโมง เพื่อคลายความอ่อนล้าให้กับดวงตาของเรา นอกจากนี้การดูแลจากภายในก็มีส่วนสำคัญ ด้วยการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อดวงตา พวกผักใบเขียวต่างๆ อย่าง คะน้า บรอกโคลี ผักโขม ผักบุ้ง หรือจะเป็นพวกแครอท ข้าวโพด ไข่แดง จะให้สารอาหารที่เรียกว่าลูทีน ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยปกป้องและบำรุงสายตา เพราะลูทีนนั้นมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการป้องกันแก้วตาและเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายจากแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย
วรวิมล กรรมารางกูร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล กล่าวว่า ลูทีนยังพบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ อย่างเช่น โกจิเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี ทั้งยังช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา สามารถเลือกรับประทานเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงดวงตาให้ปลอดภัยจากแสงสีฟ้า







