posttoday
ว่าด้วยเรื่องของความหรูหรา

ว่าด้วยเรื่องของความหรูหรา

28 มิถุนายน 2559

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

ต้นเดือนที่แล้วมีโอกาสเดินทางไปดานัง ประเทศเวียดนาม ดานังตอนนี้เนื้อหอมครับ เป็นเมืองที่กำลังโต เป็นศูนย์กลางของเวียดนามกลาง และเป็นเมืองตากอากาศที่คนมีฐานะในเวียดนามนิยมไปเที่ยว เนื่องจากมีหาดทรายสวยและอาหารทะเล เปรียบให้เห็นภาพหน่อยก็เป็นเหมือนหัวหินบ้านเรา 5 ปีมานี้ ที่นี่จึงเป็นที่ที่มีโรงแรมระดับห้าดาวผุดขึ้นมาเต็มไปหมด หนึ่งในโรงแรมที่ว่ากันว่าแพงและหรูหราที่สุด คือ Intercontinental Danang Sun Peninsula Resort ซึ่งออกแบบโดย บิล เบนสลีย์ (Bill Bensley) ราคาค่าห้องเริ่มต้นประมาณ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไปจนกระทั่งเป็นแสนบาทต่อคืน ความแพงส่วนหนึ่งมาจากงานก่อสร้างที่ยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นหุบเขาและเป็นแหล่งที่มีลิงป่า และไม่มีถนนตัดผ่าน บิลใช้เวลาทำทั้งหมด 5 ปี ในการศึกษาพื้นที่ทั้งภูมิประเทศและพืชพันธุ์กว่า 2 ปี ลงมือสร้างอีกกว่า 3 ปี กว่าที่โรงแรมจะเสร็จสมบูรณ์ ออกแบบโดยอิงลักษณะทางวัฒนธรรมของเวียดนามกลาง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากทั้งตะวันตกและจีน แต่ละโซนก็สร้างได้อย่างน่าสนใจ เหมือนกับเนรมิตตึก ถนน สระว่ายน้ำมาจากอากาศ แล้วมาจ่อมอยู่กลางหุบเขา เปิดมาได้ 4 ปีแล้ว น่าเสียดายอยู่นิดหน่อยที่โรงแรมสวย หากทว่าดูเหมือนการบริการยังสวยไม่ทันโรงแรม หลายอย่างยังขาดๆ เกินๆ อยู่ โรงแรมอาจต้องนึกไปไกลอีกนิดว่า ความสวยงามของโรงแรมต้องอาศัยส่วนประกอบอื่นอีก เพื่อให้มันกลายเป็นความหรูหราที่แท้จริง


ผมนั่งดูสารคดีของบีบีซี เรื่อง Inside Claridge’s เป็นเรื่องของโรงแรมแคลริดเจสที่หรูหราที่สุดในลอนดอน เขาพาไปดูชีวิตการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานในลำดับชั้นต่างๆ ในโรงแรม กับแขกระดับท็อปๆ ที่มาพัก ที่นี่ราคาค่าห้องแพงหูฉี่ ห้องเพนต์เฮาส์คืนละ 1 หมื่นปอนด์ แต่ก็ยังมีแขกที่สามารถเข้ามาพักที่นี่ในราคานี้และอาศัยอยู่นานเป็นเดือน

มีอยู่สองช็อตในหนังสารคดีนี้ที่ชอบ

ช็อตแรก เป็นตอนที่แม่บ้าน (ซึ่งไม่ใช่คนผิวขาว) ถูกถามถึงเรื่องความรวยความจนและความโด่งดังของแขกที่มาพัก เมื่อเทียบกับชีวิตแม่บ้านอย่างเธอว่า ชีวิตแบบไหนดีกว่า เธอตอบแทบจะทันทีและด้วยสีหน้าที่มั่นใจว่า “มีบางครั้งที่ฉันสงสัยในความรวยของคนเหล่านี้เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกก็จะเลือกแบบที่ฉันเป็นอยู่นี่แหละ มีชีวิตอย่างอิสระไม่ใช่อยู่กับบอดี้การ์ดตลอดเวลา” (lived with liberty, not bodyguard เก๋จัง ชอบ)

ช็อตที่สอง เป็นตอนที่บัตเลอร์ที่ทำงานที่โรงแรมนี้มา 34 ปี ถูกถามในหัวข้อคล้ายๆ กันว่า เคยรู้สึกอิจฉาริษยาแขกที่มาพักที่นี่หรือเปล่า คุณลุงก็ตอบในทันที่เช่นกันว่า “ไม่เคย” แล้วก็อธิบายว่า “ผมยอมรับพวกเขาว่าพวกเขามีอำนาจมากกว่า มีเงินมากกว่า อาจจะแค่สงสัยบางครั้งว่าทำไมพวกเขาถึงได้รวยนัก แม้แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีเลย ป๊อปสตาร์บางคนก็มาพักที่นี่และจ่ายค่าห้องในราคาเต็ม บางทีพวกนั้นก็ทำให้ผมทึ่ง แต่ก็แค่นั้นนะ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้น ทำไมเราต้องไปอิจฉาพวกเขาล่ะ?”

ลุงพูดต่ออีกนิด เหมือนจะบอกว่าทำไมลุงถึงคิดแบบนั้น “ผมภูมิใจในงานของผม ผมรักมัน พ่อแม่ของผมสอนผมตอนเด็กๆ ว่า ถ้าหากเราจะทำอะไรสักอย่าง อย่าลงมือทำแบบ 50-50 ครึ่งๆ กลางๆ เพราะท้ายสุด คุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย ขอให้เต็มร้อย แล้วคุณจะรู้ว่าคุณจะได้อะไรจากมัน” 

สิ่งที่ทำให้สองโรงแรมซึ่งอยู่งสองซีกโลกประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่เรื่องของอาคารที่สวยงาม การสร้างที่ซับซ้อนหรือใช้ของตกแต่งหรูหรา มีโซฟาอยู่ในลิฟต์ให้แขกนั่ง แต่ผมคิดว่าโรงแรมที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นของหรูหรา สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือคนในโรงแรมต่างหาก ที่ทำให้มันเป็น “ความหรูหรา”

ช่วยกันสร้างคนนะครับ ไม่ต้องสร้างตึก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท