มองการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ กทม. อย่างไร?
การแก้ปัญหานี้ยังคงทำแต่ปลายเหตุ เพียงแค่นำเครื่องสูบน้ำไปสูบเพื่อระบายน้ำทั้งที่ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ
รวิกานต์ รักเจริญ อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท
“การแก้ปัญหานี้ยังคงทำแต่ปลายเหตุ เพียงแค่นำเครื่องสูบน้ำไปสูบเพื่อระบายน้ำทั้งที่ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ ส่วนที่ผ่านมาแม้จะมีการขุดลอกท่อ คลองระบายน้ำ แต่สิ่งเหล่านี้ควรเริ่มทำตั้งแต่ก่อนช่วงฤดูฝน ผมจึงยังไม่พอใจเท่าที่ควรในการแก้ปัญหาของ กทม. และคิดว่าควรมีวิธีการใหม่ๆ เข้ามาแก้ปัญหาที่ซ้ำซากในจุดนี้”
ฐากูร เลียบมา อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท
“การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน กทม. คิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรจะต้องร่วมกันแก้ ทั้งประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เพราะปัญหานี้เกิดมาจากธรรมชาติที่ยากเกินจะควบคุม”
นริศา เปลี่ยนสอาด อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท
“ยังไม่พอใจเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะน้ำท่วมถือเป็นปัญหาของคนเมืองมาตลอด แม้จะมีอุโมงค์ยักษ์แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งการแก้ปัญหานี้คิดว่าควรที่จะต้องแก้ตั้งแต่การเก็บขยะ จัดวางระบบท่อระบายน้ำใหม่ เพราะไม่ว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กี่ครั้ง ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุปัญหาก็จะยังคงเหมือนเดิม”
ธีรวัฒน์ สิทธิเกรียงไกร อายุ 24 ปี พนักงานบริษัท
“ที่ผ่านมา กทม.ยังไม่ตั้งใจแก้ปัญหามากพอแม้จะมีบทเรียนมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีวิธีการใหม่มาแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาดเพื่อให้คนกรุงรู้สึกอุ่นใจ ดังนั้นทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งการแก้ที่นิสัยชอบทิ้งขยะตามรายทาง ส่วน กทม.ก็ต้องหามาตรการใหม่มาแก้ไขเพื่อให้มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”
ชัฏชนก พงศ์สุวรรณพร อายุ 28 ปี พนักงานบริษัท
“จากการที่ฝนตกหนักเพียงคืนเดียวก็ทำให้น้ำท่วม สะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมาทุกปัญหาไม่เคยได้รับการใส่ใจและแก้ไขปรับปรุงจากทาง กทม. ดังนั้นควรมีการจัดการกับปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อย่างเช่น ขุดลอกคูคลอง กำจัดขยะ ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น กทม. ควรให้ความสำคัญในการปรับปรุงพัฒนาระบบท่อน้ำต่างๆ ใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานาน แต่ก็ดีกว่าการปล่อยให้น้ำท่วมแบบนี้ตลอดไป”


