
‘Omnivoyeur and Electrical Walks Bangkok’ คริสติน่า คูบิช และ มิติ เรืองกฤตยา
ในโลกยุคใหม่ พื้นที่ทางศิลปะไม่ได้ถูกจับใส่กรอบจำกัดขอบเขตอยู่ที่งานทัศนศิลป์หรือวิชวล อาร์ตเพียงอย่างเดียว
โดย...พริบพันดาว ภาพ : BACC
ในโลกยุคใหม่ พื้นที่ทางศิลปะไม่ได้ถูกจับใส่กรอบจำกัดขอบเขตอยู่ที่งานทัศนศิลป์หรือวิชวล อาร์ตเพียงอย่างเดียว พรมแดนของศิลปะได้ทอดยาวและแผ่กว้างไปสู่สิ่งแวดล้อมที่อยู่ร่วมในชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน จนทำให้ผู้เสพงานศิลปะสามารถหลอมตัวเองกลืนกลายไปกับงานศิลปะในแต่ละนิทรรศการที่ถูกนำเสนอออกมา
นิทรรศการศิลปะที่จัดแสดงมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีความน่าสนใจมากในกระบวนการศิลปะร่วมสมัยยุคใหม่ “เสียงจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและงานทัศนศิลป์” (Omnivoyeur and Electrical Walks Bangkok) ของศิลปินเยอรมนีและไทย ที่ทำงานดูโอหรือคู่กัน คริสติน่า คูบิช และ มิติ เรืองกฤตยา
โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคำกล่าวของ ชาร์ก ลาแคน นำเสนอปรัชญาเชิงจิตวิเคราะห์ในทัศนะของยุคเทคโนโลยีจากคำ “Omnivoyeur” ที่ว่า “ข้าเห็นโลก แต่โลกทั้งหมดก็เห็นข้า” เป็นฐานนำเสนอผลงานจากบริบทของสื่อและภาวะแวดล้อม สร้างพื้นที่ให้ผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสกับผลงานศิลปะในรูปแบบที่กลับขั้วมุมมอง เปลี่ยนบทบาทของผู้เข้าชมให้กลายเป็นผู้สำรวจสื่อด้วยการรับรู้ถึงบริบททางการเมืองและนัยทางศิลปะของสื่อที่แฝงอยู่รอบตัวเรา
นิทรรศการศิลปะ “เสียงจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและงานทัศนศิลป์” พาผู้เข้าชมเข้าไปสัมผัสผลงาน เป็นการเล่าเรื่องราวข้ามสื่ออีกทางเลือกหนึ่งซึ่งชี้ให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวกรุงที่แตกต่างจากความเคยชินในกรุงเทพฯ เน้นให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของสื่อ ผ่านศิลปะของเสียง ตลอดจนบริบทห่อหุ้มที่ซ่อนลึก สอดประสานเป็นท่วงทำนองต่างกัน แต่ดำเนินไปด้วยกันของประสบการณ์ในเมือง ผลงานต่างสื่อเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยขยายขอบเขตการรับรู้ของผู้เข้าชมให้ประจักษ์เห็นถึงการมีอยู่ของเทคโนโลยีที่แผ่ตัวตนไปทุกหนแห่ง
นิทรรศการงานศิลปะชุดนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ Urban Media Project ของฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปกรุงเทพฯ และเครือข่ายคอนเนคติงซิตี้ส์ กรุงเบอร์ลิน ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันเกอเธ่แห่งประเทศไทย ที่จะเปิดตัวในปลายปี 2559 คงต้องให้เครดิตกับภัณฑารักษ์ (Curator) พิชญา ศุภวานิช เช่นกัน
การนำเสนอผลงานจากการสำรวจการดำรงอยู่ของสื่อและเทคโนโลยีที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่เมืองเช่นกรุงเทพฯ แนวคิดของโครงการเริ่มจาก พิชญา ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายนิทรรศการของหอศิลปกรุงเทพฯ ที่ทำงานร่วมกับสองศิลปิน ผ่านการเดินสำรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายในกรุงเทพฯ หรือ Electrical Walk ผลงานของ คริสติน่า คูบิช ที่เปิดประสบการณ์ให้ทุกคนได้สัมผัสกับกรุงเทพฯ ในมุมมองที่แตกต่างด้วยแผนที่บอกตำแหน่ง สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เผยปรากฏการณ์ของเสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา ผ่านอุปกรณ์ หูฟังพิเศษดักจับเสียงที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ส่วน มิติ เรืองกฤตยา สะท้อนแง่มุมบริบทเมืองกรุง ผ่านภาพถ่ายจากสนามจริงสู่รูปแบบศิลปะการจัดวาง โดยผลงานภาพถ่ายจะถูกผสานร่วมกับเสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่นำมาประพันธ์ใหม่โดย คริสติน่า คูบิช โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถเลือกฟังเสียงต่างๆ ผ่านอุปกรณ์เสียงนำชม และสัมผัสกับประสบการณ์ทางสื่อ ภายในพื้นที่จัดแสดง ผ่านโสตสัมผัสทางตาและทางหู ในแบบฉบับของตนเอง
ถือเป็นการชมงานทัศนศิลป์แล้วใส่หูฟังที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อฟังเสียงคลื่นแม่เหล็ก ออกไปเดินฟังเสียงภายนอกนิทรรศการ รวมถึงฟังเสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของภาพที่อยู่ภายในนิทรรศการจาก Audio Guide ทำให้รับรู้ในการปรากฏสิ่งที่แฝงอยู่ทุกที่แต่กลับไม่สามารถมองเห็น
คริสติน่า คูบิช ศิลปินทางด้านเสียง และ มิติ เรืองกฤตยา ศิลปินทางด้านภาพถ่าย ได้สำรวจเรื่องราวของพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร การท่องเดินในเมืองของคริสติน่า คูบิช นำทางผู้ชมด้วยแผนที่และหูฟังที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อดักฟังเสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่สามารถได้ยินในเวลาปกติ ในขณะที่ มิติ เรืองกฤตยา บันทึกสิ่งที่สังเกตเห็นในเมืองด้วยการถ่ายภาพสะท้อนมีเดียที่แฝงอยู่ทุกอณูตามสภาพแวดล้อมในเมืองแห่งยุคเทคโนโลยี
งานทั้งสองของศิลปินคือขั้วแสดงออกและมุมมองที่แตกต่างแต่ถูกผสานเข้าด้วยกันด้วยภาวะร่วมทางเวลาและพื้นที่ รวมถึงความเป็นนามธรรมที่เป็นพลังงานแลกเปลี่ยนสังเคราะห์เพื่อสร้างสุนทรียะและประสบการณ์ใหม่ และในขณะเดียวกันยังคงสาระสำคัญในตัวตนของผลงานดั้งเดิม
นิทรรศการชุดนี้ยังจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 10 ก.ค. 2559 ห้องนิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปกรุงเทพฯ โทร. 02-214-6630-8







