posttoday
เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก

18 มิถุนายน 2559

กําลังงวดเข้ามาสำหรับวันตัดเชือก Red Bull Thre3Style Thailand 2016 การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดดีเจ

โดย...เสน่ห์จันทน์

กําลังงวดเข้ามาสำหรับวันตัดเชือก Red Bull Thre3Style Thailand 2016 การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดดีเจ จัดโดย ยูโรเปี้ยน เรดบูล เวทีที่พาคนรักในเสียงดนตรีมารวมตัวกัน และเปิดโอกาสให้ดีเจสัญชาติไทยได้บินไกลไปโชว์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองบนเวทีระดับโลก Red Bull Thre3Style 2016 ซึ่งปีนี้ผู้ชนะจะไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่ประเทศชิลี ในเดือน ธ.ค. 2559

Red Bull Thre3Style คือ การแข่งขันที่จัดขึ้นมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เพื่อหาดีเจที่ทำให้ผู้ชมมีความสนุก พร้อมทำให้กรรมการประทับใจ เพราะไม่ใช่แค่เทคนิคเท่านั้นที่เป็นตัวตัดสิน แต่สิ่งที่น่าติดตามยังอยู่ที่การเลือกเพลง การทำเพลงออกมาไม่ซ้ำใคร เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และที่ขาดไม่ได้คือ ความท้าทายที่จะต้องทำให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นกันอย่างเต็มที่ โดยดีเจ
แต่ละคนต้องใช้เพลงอย่างน้อย 3 สไตล์มามิกซ์ให้เข้ากันเป็นหนึ่งเดียวภายในเวลา 15 นาที นับเป็นการเปิดประสบการณ์ทางดนตรีให้แก่ทุกคน

ดีเจผู้เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย คือ Bomber Selecta, Butung, Paka, Nutty, Isytle และ Whatdatfrog โดยมีกรรมการอย่าง ดีเจ Shintaro แชมป์โลก Red Bull Thre3Style 2013 จากญี่ปุ่น ดีเจ Byte แชมป์โลก Red Bull Thre3Style 2015 จากชิลี และดีเจ Mister Meeh จากประเทศไทย วันที่ 24 มิ.ย.นี้ ณ CE VA LI จะได้รู้ว่าใครจะเป็นหนึ่งเดียวที่ได้ไปแข่งขันในระดับโลก

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Bomber Selecta

 

เชื่อมคนฟังด้วยเสียงเพลง

ในการแข่งขันไม่ได้จำกัดสิทธิผู้เข้าร่วม ดังนั้นผู้ที่เคยเป็นแชมป์จึงหวนคืนสู่เวทีนี้อีกครั้ง ดีเจ Bomber Selecta เป็นตัวแทนแชมป์ประเทศไทยไปแข่ง Red Bull Thre3Style World DJ Championship ที่ญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว นับว่านอกจากจะคุ้นเวทีแล้วยังมีประสบการณ์จากเวทีระดับโลกมาแล้ว

“การแข่งขันที่ญี่ปุ่น เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและแปลกใหม่มากครับ จากที่คิดว่าเรารู้อะไรระดับหนึ่ง แต่เราเป็นแค่ส่วนหนึ่งยังมีคนเก่งอีกเยอะ คิดว่าเราฟังเพลงเยอะก็มีคนที่ฟังมากกว่าอีก เวทีนั้นทำให้คนรู้จักผมมากขึ้นแล้วก็มีมิตรภาพใหม่ๆ มากขึ้น ที่สำคัญผมได้เรียนรู้และเห็นทักษะของดีเจที่มีความสามารถจากทั่วโลก ถือเป็น 10 วันที่ได้ประสบการณ์อย่างมาก”

เพราะประทับใจมากและอยากกลับไปหาประสบการณ์อีกครั้ง หากแต่ความเก๋าจะทำให้เขาคว้าโอกาสได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ประมาทและเตรียมโชว์ที่แตกต่างมา

 

“ความโดดเด่นผมคงพูดออกมาเป็นคำพูดไม่ชัด แต่ที่ตั้งใจโชว์คือเราเอ็นจอยกับมัน สนุกกับมัน ดนตรีมันทำอะไรได้หลากหลายมากกว่านี้ เพลงมันสามารถเอามานำเสนอและถ่ายทอด แตกแขนงไปได้อีกเพลงหนึ่ง โดยที่จะไม่เป็นการต่อเพลงแบบปกติที่เขาเอามาแปะๆ กัน คือเอาเทคนิคเข้ามาใส่ได้ เช่น การสแครทช์ (Scratch) หรือว่าใช้เมโลดีเพลงหรือว่าเป็นบทเพลง ทักษะต่างๆ อย่างที่ผมบอกก็คือว่า Red Bull Thre3Style เป็นการแข่งขันที่รวบรวมศิลปะของดีเจทั้งหมดเข้ามาใส่ ที่จะต้องมีอย่างน้อย 3 แนวเพลง ทีนี้มันอยู่ที่คุณว่าคุณจะจัดการยังไงใน 15 นาที

ของผมคือ อิสระที่จะคอนเนคกับคนฟังด้วยเสียงเพลง แค่นั้นเองเป้าหมายคืออย่างงั้น ถ้าคุณพูดคุณสื่อสารอะไรถ้าคนฟังไม่เข้าใจมันก็เท่านั้น ให้เสียงเพลงอยู่กับคุณ ให้กรรมการประทับใจคุณ กรรมการผมว่าอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่คนฟัง เราต้องคอนเนคกับคนฟัง ไม่ใช่แค่เปิดผ่านเสียงเพลงผ่านเครื่องมือที่คุณมี คุณจะเห็นตามเฟสติวัลหรือตามคลับเนี่ยคนเป็นร้อยผ่านเซตดีเจแค่คนเดียวก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์เหมือนกันนะ”

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Butung

 

ไม้ตาย คือ Energy

ดีเจ Butung ก็เคยเป็นแชมป์เวที Denon Dj Rookie of the year 2008 เมื่อติด 1 ใน 6 เวทีนี้ เขาจึงเตรียมไม้ตายมาเพื่อชิงชัยชนะ

“ไม้ตายของผมคือ Energy ตอนโชว์เพราะสำคัญพอๆ กับเซตเพลงเลย เพราะมันคือการใช้หลายอย่าง มันคือตัวตน อย่างเวลาเปิดเพลงธรรมดาเล่นแข่ง เล่นโชว์อีเวนต์มันก็เล่นคนละแบบเปิดเพลงแข่งก็เป็นอีกคนหนึ่ง เปิดเพลงธรรมดาก็เป็นอีกคนหนึ่งอีกอารมณ์หนึ่ง การแข่งขัน Red Bull Thre3Style ทำให้คนเข้าใจในทักษะของดีเจมากขึ้นดีเจสามารถปล่อยทักษะได้มากขึ้นคือเขาเริ่มรู้เริ่มดูเป็นเหมือนมันคล้ายๆ กับนักดนตรีผับเราก็ต้องเล่นแต่เพลงตลาด ถ้าคนฟังรู้จักเพลงมากขึ้นเราอาจจะผสมแจ๊ซเข้าไป อันนี้ก็เหมือนกันเวลาเรามีงานแข่งมีคนติดตามเยอะขึ้นคนก็จะเข้าใจแล้วว่าการต่อเพลงมันมีแบบนี้อีกนะแล้วมันสนุกไปอีกแบบด้วย”

ส่วนสไตล์ที่โดดเด่นของ Butung คือ การใช้อุปกรณ์ Turntable ที่จะมีลักษณะแตกต่างกับดีเจ EDM คือ วิธีการต่อเพลง ถ้า EDM จะเป็นการต่อเพลงเนียนเน้นอารมณ์ค่อยๆ บิ้วท์อารมณ์ส่วน Turntablist จะใช้วิธีการต่อเพลงโดยใช้ทักษะเทคนิคที่ออกมาจากร่างกาย คือ การเน้นโชว์ทักษะสแครทช์เพื่อต่อเพลง หรือมีการต่อเพลงแบบรวดเร็ว

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Paka

Paka ดีเจสายตื๊ด

Paka สาวสถาปัตย์ วัย 26 ปี จากรั้วศิลปากร การันตีความสามารถด้วยรางวัล Pioneer Lady DJ 2015 สู่การเป็นหนึ่งที่จะร่วมแข่งขัน Red Bull Thre3Style

“ช็อกค่ะ อึ้งเหมือนกัน เพราะพี่ๆ ที่ผ่านเข้ามารอบนี้สายแข็งทั้งนั้น คือหนูมาจากการแข่งขันสายตื๊ด พอมาเป็น Red Bull Thre3Style ก็ต้องทำการบ้านหนักมาก ตั้งแต่การใช้เครื่อง ศึกษาแนวเพลง คือต้องกว้างกว่า EDM เลยค่ะ หลังจากทราบผล อย่างแรกเลยหนูไปศึกษาเพลงเอาเท่าที่เราอยากเล่นด้วย แล้วก็เพิ่มพวกเพลงเก่าๆ เข้ามา ช่วงหลังๆ หนูเริ่มฟังเพลงเก่าๆ มากขึ้น คือเคยได้ยินแหละแต่ไม่เคยไปศึกษาว่ายุคนี้มีเพลงไหนดังๆ เพราะต้องการหยิบเพลงพวกนี้มาใส่ในเซตด้วยก็คือศึกษาจากทางนี้ เอาที่ตัวเองถนัดพวกกดๆ สแครทช์นิดหน่อย และที่สำคัญ ตอนนี้หนูกำลังหัดเล่น Turntable อยู่ค่ะ ส่วนสไตล์ของ Paka คือ Progressive House กับ Trap Twerk ค่ะ เพราะว่าหนูอยากเล่นแบบนี้ ตอนแรกคิดกลัวคนจะมองว่ามันจะเข้าได้ยังไง แต่ว่าเราชอบ หนูอยากนำเสนอ จะเอาให้ได้ แล้วก็ใส่การสแครทช์เข้าไปด้วย”

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง Turntable กับ เครื่อง CDJ ดีเจ PAKA บอกว่า “มันเล่นได้เหมือนกันค่ะแค่ไม่ได้ใช้แผ่นไวนิล คือถ้าเป็นเทิร์นเทเบิ้ล ก็ต้องใช้แผ่นไวนิล อันนี้เป็นดิจิทัลค่ะใช้ usb หมุนๆ หาเพลงแล้วก็เล่นได้เลย คือเป็นดิจิทัลมากขึ้น ตอนแข่ง Pioneer หนูใช้ CDJ ประมาณ 4 เครื่อง และก็เอฟเฟกต์อีกเครื่องหนึ่ง ถึงจะถนัด CDJ มากกว่าแต่หนูก็จะฝึกสแครทช์กับเทิร์นเทเบิ้ล เวลาหนูไปทำงานก็จะสแครทช์กับ CDJ เลย มันไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นเทิร์นเทเบิ้ลก็คือใช้เทคนิคของมันโดยไม่ต้องใช้ไวนิล”

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Nutty

 

Nutty ดีเจกวนประสาท

Nutty เป็นดีเจอีกคนที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ด้วยการใช้เพลงการ์ตูนญี่ปุ่น แถมจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาก้าวเข้ามาในวงการดีเจ เป็นเพราะได้ดูรายการทีนทอล์ก เมื่อ 20 ปีก่อน แล้วเห็น SpydaMonkee กำลังพูดคุยถึงการได้แชมป์ DMC ประเทศไทยและกำลังไปแข่ง World DM xudjvo C (Disco Mix Club) นับจากนั้นใครถามว่าเขาอยากเป็นอะไร คำตอบเดียวก็คือ อยากเป็นดีเจ

“ผมน่าจะเป็นดีเจในประเทศไทยไม่กี่คนที่เปิดเพลงญี่ปุ่นแบบเต็มสูตร ตอนนั้นผมจะไม่ค่อยใช้ชีวิตในคลับ ผมจะเน้นหนักไปทางด้านอีเวนต์ แล้วก็โฟกัสไปที่เพลงญี่ปุ่นเป็นหลัก ผมว่าเพลงการ์ตูนมันไม่ใช่แค่เพลงการ์ตูน มันคือเพลงจริงๆ”

จะทำงานหรือประกวดดีเจ Nutty ก็ยังคงเอกลักษณ์เดิมนั้น คือ กวนประสาท “ผมก็จะยังคงรักษาความเป็นตัวเองต่อไป เน้นกวนประสาทครับ ถ้าแนวผมไม่ชนะก็ไม่สน ผมขอแค่ผมสนุกก็พอ มันต้องมีคนฟังบางกลุ่มที่ชอบ แบบว่าทำไมเล่นเพลงนี้วะ แล้วเอาเพลงนี้ไปต่อกับเพลงนี้ได้ไงวะ ผมอยากได้แบบนั้นมากกว่า ไม่ต้องชนะแค่เขาจำผมได้ ซึ่งตลอดที่ผ่านมามันเป็นแบบนั้นครับ ผมไม่ได้ชนะที่ 1 แต่มีคนจำผมได้ แบบคนนี้ที่เอาเพลงหนังโป๊ไปทำเป็นเพลง (หัวเราะ)”

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Isytle

 

ปลดปล่อยพลังดุเดือด

ประสบการณ์ 10 ปี ทั้งเวทีไทยและต่างชาติ ของดีเจหญิงไทย นามว่า Isytle แต่อาจจะห่างหายจากสนามแข่ง เธอจึงซ้อมอย่างหนักจนเกิดความมั่นใจเต็มร้อย ที่จะสร้างความสนุกตลอดโชว์ ด้วยเทคนิคที่เธอจะงัดมาใช้ตลอดการฝึกซ้อมมาหลายปี

“ไม้เด็ดน่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคในการสแครทช์ คิดว่า 90% เลยที่นำมาใช้คนไทยไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่ หรือบางคนฟังแล้วฟังไม่รู้เรื่องเลย ครั้งนี้จะทำให้เข้าใจว่า อะไรที่ที่ทำให้การเปิดเพลงดูน่าสนใจขึ้น ดูเท่ค่ะ ซึ่งนิยามของ Red Bull Thre3Style ในความหมายของเราคือ สามสิ่งที่คิดว่ามันดุเดือดที่สุดปล่อยมาให้เต็มที่เลย เท่าที่หนูฟังของดีเจ Trayze คือหนูชอบมาก เขาเล่นทุกอย่างที่เป็นเพลงที่คนรู้จักแล้ว ไม่คิดว่าเป็นไปได้แต่เขาทำให้มันสมูทได้มันน่าประทับใจมาก คือบางคนเล่นแล้วแบบไม่เข้า แต่ว่าเขาแบบมันทำให้เราตามเขาได้มันรู้สึกสร้างสรรค์”

เป้าหมายใหญ่ ดีเจไทย สู่เวทีระดับโลก ดีเจ Whatdatfrog

 

เล่าเรื่องสไตล์ Whatdatfrog

มีโอกาสได้ลองสนามมาเมื่อปีที่แล้ว แม้จะพลาดโอกาสไป แต่ครั้งนี้ดีเจ Whatdatfrog คือ 1 ใน 6 ที่พร้อมจะมาคว้าชัย จุดเริ่มต้นการเป็นดีเจของเขามาจากการได้ดูโชว์ของดีเจ Spydamonkee จนกระทั่งได้ลงสนามแรกกับการแข่งขัน  DMC (Disco Mix Club) ประเภททีม (ออนไลน์) และได้อันดับ 4 ของโลก

“เป็นอะไรที่ใหม่มาก เพราะส่วนตัวเรารู้แต่เบส กีตาร์ กลอง ตอนนั้นเตะบอลอยู่เพื่อนก็วิ่งมาชวน วันนี้มีดีเจมาสแครทช์แผ่น เราก็งงว่ามันคืออะไรก็ขึ้นไปดูเท่านั้นแหละ มันคือสิ่งที่เราอยากทำ แรกเริ่มเลยผมฟังเพลงฮาร์ดคอร์ มันคนละแนวเลย จากนั้นก็เริ่มฟังเพลงหลากหลายแนวมากขึ้น”

ส่วนโชว์ที่จะมาใช้แข่งขันครั้งนี้ ดีเจ Whatdatfrog เผยว่า “สตอรีที่ผมจะใช้เป็นสไตล์การเล่าเรื่องครับ แบบ Word Play เอาเนื้อร้องที่คล้ายๆ กัน แล้วมาแปลงใหม่ประโยคนี้ของอีกเพลงหนึ่งมาสลับอีกเพลงหนึ่ง ส่วนการเลือกเพลง ผมจะไม่ใช้เพลงฮิตติดชาร์ตเลยครับ มันอาจจะเป็นเพลงที่คุณไม่เคยได้ยิน เราเลยอยากนำเสนอความแปลกและแตกต่าง เพราะว่าเพลงดีๆ เพราะๆ มีเยอะนะ ก็เลยอยากให้คนฟังเขารู้ว่าเราเล่าเรื่องให้เขาฟัง ให้คนเขาเต้นได้แบบไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเพลงดัง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท