posttoday
เมื่อความลับ กำลังจะไม่มีในโลก

เมื่อความลับ กำลังจะไม่มีในโลก

14 มิถุนายน 2559

ทุกคนมีความลับ ต่อให้คุณเป็นคนเปิดเผยที่สุดอย่างไร เราทุกคนก็มีความลับอยู่ข้างในใจเสมอ

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

ทุกคนมีความลับ ต่อให้คุณเป็นคนเปิดเผยที่สุดอย่างไร เราทุกคนก็มีความลับอยู่ข้างในใจเสมอ แต่ดูเหมือนทุกวันนี้ความลับที่ว่าเริ่มจะไม่ลับเท่าไร เมื่อเด็กยุคใหม่โดยเฉพาะเด็กที่เกิดหลังสหัสวรรษใหม่ มักแชร์และเก็บเรื่องลับๆ ของตัวเองไว้บนอินเทอร์เน็ต เรื่องลับๆ ก็เลยเริ่มจะกลายเป็นเรื่องไม่ลับเข้าไปทุกวัน   

CNN อ้างรายงานจากบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่าง Symantec บอกว่าโดยเฉลี่ยแล้วจะมีเว็บไซต์และแอ็กเคาต์ต่างๆ ที่โดนแฮ็กวันละเกือบ 1 ล้านครั้ง (ทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 317 ล้านครั้ง) ซึ่งนั่นหมายความว่าแจ็กพอตอาจจะมาลงที่สมาร์ทโฟนของเราสักวัน และไม่ว่าเราจะโพสต์ด้วยชื่อปลอม ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่น แต่หากจะสืบหาต้นตอของคีย์บอร์ดอันที่คุณกดแป้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้

ความเป็นส่วนตัวกับความเป็นสาธารณะยังถูกท้าทายด้วยค่านิยมของคนเราด้วย 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นประเด็นทางสังคมที่หลากหลาย ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวและความเป็นสาธารณะพร่าเลือนไปทุกที ว่ากันตั้งแต่เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน โซนี่โดนแฮ็กคลาวด์ของผู้เล่นเกม ไอโฟนโดนแฮ็ก หรืออีกด้านหนึ่งเรียลิตี้ของครอบครัวคาร์แดเชียนที่งอกแฟรนไชส์ออกมามากมาย ก็ทำให้เราตั้งคำถามเรื่องค่านิมของคนต่อความเป็นส่วนตัวกับความเป็นบุคคลสาธารณะ ความลับกับการเปิดเผย การจัดฉากหรือเรื่องจริง

ในโลกของไซเบอร์สเปซ ผมเชื่อว่าคนเราเริ่มรู้ทันมากขึ้นว่าควรระมัดระวังตัวอย่างไรในการใช้งาน แต่สิ่งท้าทายใหม่ในโลกความเป็นจริงก็คือการมาถึงของเทคโนโลยี “โดรน” ซึ่งตอนนี้ไปไกลมากกว่าที่เราคิดมาก

ในสหรัฐ การใช้โดรนเป็นที่แพร่หลายมาก แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายที่สามารถจัดการได้อย่างจริงๆ จังๆ แม้จะมีการกำหนดการใช้งานของโดรนโดยสำนักงานควบคุมการบินของรัฐบาลสหรัฐ (FAA) เช่นว่าห้ามบินเกินความสูงประมาณ 120 เมตร หรือต้องอยู่ในสายตาหรือการมองเห็นของผู้ควบคุมโดรน ฯลฯ แต่จริงๆ แล้วโดรนรุ่นใหม่ๆ สามารถตั้งโปรแกรมล่วงหน้าให้บินโดยอัตโนมัติด้วยระบบ Way points ผู้ผลิตโดรนบางบริษัทจึงตั้งโปรแกรม “ห้าม” เอาไว้ในสถานที่ที่ไม่ควรบินเข้าไป เช่น สถานที่ราชการ เขตทหาร โรงพยาบาล แต่ก็นั่นแหละครับ โปรแกรมพวกนี้เป็นของเล่นซ้อมมือสำหรับแฮ็กเกอร์

ล่าสุดมีข่าวที่ล้ำกว่านั้น และดูเหมือนเราจะเข้าใกล้หนังไซ-ไฟเข้าไปทุกที นั่นคือข่าวเรื่องทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดประสบความสำเร็จในการพัฒนา “โดรนผึ้งกล” (Robobee) ซึ่งมีขนาดเล็กพอๆ กับผึ้งงาน และหนักเพียง 100 มิลลิกรัม ทีเด็ดไม่ใช่แค่อยู่ที่ความเล็กเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ว่าทีมวิจัยสามารถเกาะอยู่บนพื้นผิวต่างๆ ได้ ทั้งแผ่นเรียบ บนยอดหญ้า หรือบนใบไม้ โดยอาศัยระบบไฟฟ้าสถิต ความสามารถนี้ช่วยประหยัดพลังงานในขณะที่โดรนไม่มีการใช้งาน

ส่วนหนึ่งที่เทคโนโลยีโดรนไปไกลขนาดนั้น ก็เพราะมีการเปิดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาเรื่องของอากาศยานไร้คนขับแบบเป็นเรื่องเป็นราวในหลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐ แต่การจัดการของ FAA ยังตามไม่ทัน สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐก็พยายามนะครับ มีการจัดตั้งโครงการศึกษาโดยคัดเลือกมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประสานความร่วมมือด้านวิชาการแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่าศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นอัจฉริยะด้านระบบอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งจาก FAA สนับสนุนด้านการฝึกฝนและวิจัย มีมหาวิทยาลัยดังๆ อย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ฯลฯ เข้าร่วมด้วย ซึ่งก็ต้องดูกันต่อว่าอนาคตอาจมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Anti-drone ออกมาก็เป็นได้

ในอิสราเอล รัสเซีย และจีน ก็มีการพัฒนาโดรนไปรวดเร็วมาก โดยเฉพาะในจีน คุณคงจำข่าวเรื่องที่ว่าจีนแอบพัฒนาโดรนของตัวเองโดยลอกแบบจากสหรัฐเมื่อหลายปีก่อน จนตอนนี้โดรนทั้งขนาดเล็กและใหญ่ถูกนำเข้ามาใช้ในกิจการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ จีนตั้งใจว่าจะใช้โดรนในการสอดแนมพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องข้อพิพาทระหว่างพรมแดน โดรนขนาดเล็กสามารถจุดอาวุธขึ้นไปได้ด้วย ปัจจุบันคาดกันว่าบริษัทผู้ผลิตโดรนในจีนมีผู้ประกอบการอย่างน้อย 400 ราย เพิ่มขึ้นถึง 9 เท่าในเวลาเพียงหนึ่งปี

ในโลกของไซเบอร์ ความลับกำลังถูกขุดคุ้ย ในโลกของความเป็นจริง ความเป็นส่วนตัวก็กำลังถูกคุกคาม คิดว่าอีกไม่นานสิ่งที่เราจะสงสัยมากกว่าความลับ (ซึ่งอาจมีน้อยลงเรื่อยๆ) คือความจริง

เพราะถึงเวลานั้นความลับอาจไม่สำคัญเท่ากับว่ามัน “จริง” หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง