posttoday
'ประภัสสร' กวีนิพนธ์ของ เตือนจิต นวตรังค์

'ประภัสสร' กวีนิพนธ์ของ เตือนจิต นวตรังค์

12 มิถุนายน 2559

โดย...เพรงเทพ

โดย...เพรงเทพ

บุรินทร์ ชินธเนศ กวีหนุ่มใหญ่ที่มีนามปากกาว่า เตือนจิต นวตรังค์ มีหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์เล่มใหม่ที่มีชื่อว่า “ประภัสสร” ออกมา ซึ่งแน่นอนเป็นปีที่มีการประกวดรางวัลซีไรต์ ประเภทกวีนิพนธ์ เพราะฉะนั้นกวีรุ่นเก่า รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ต่างมีรวมเล่มออกมาอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

สำหรับ เตือนจิต หลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 เขาเริ่มเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ปี 2520 มีบทกวีพิมพ์ในนิตยสารครั้งแรก ช่วงเวลานั้นในฐานะกวีหนุ่ม เตือนจิตมีงานกวีลงตีพิมพ์ในนิตยสารลลนาบ่อยๆ ในยุคที่ สุวรรณี สุคนธา เป็นบรรณาธิการ และเขาก็เคยทำงานในนิตยสารเล่มนี้และนิตยสารอีกหลายเล่ม ก่อนไปลงหลักปักฐานมีครอบครัวที่ราชบุรี

“เขาเป็นคนละเอียดอ่อนทางอารมณ์อย่างล้ำลึก มุมเล็กของห้วงอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมานั้น ให้ความรู้สึกที่รับได้ กระทบใจเสียยิ่งกว่ากวีที่ออกมาร่ำตะโกนด้วยภาษาวิลิศมาหราอลังการ์หลายเท่านัก”

ไพลิน รุ้งรัตน์ ซึ่งเป็นนามปากกาของ ชมัยภร แสงกระจ่าง เคยเขียนถึงงานและตัวตนของเตือนจิตในนิตยสารสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์เมื่อหลายสิบปีก่อน

“ผมเขียนหนังสือรุ่นเดียวกับ แดนอรัญ แสงทอง, โดม วุฒิชัย และ วิมล ไทรนิ่มนวล เป็นงานในแนวมนุษยธรรมมากกว่างานการเมือง ผมเกิดสมัยจอมพลสฤษดิ์ เริ่มเข้าโรงเรียนได้ท่องบทร้อยกรองที่งดงามก่อนโรงเรียนเลิก จนติดตรึงในใจ ตอนนั้นเป็นยุคทองของเรื่องสั้นของอาจินต์ ปัญจพรรค์, ‘รงค์ วงษ์สวรรค์, สุวรรณี สุคนธา ยังสดใสสะพรั่ง” เตือนจิต เท้าความหลังในอดีตที่ติดใจในรสอักษรและถ้อยคำของบทกวี

การผ่านร้อนผ่านหนาวในแต่ละยุคสมัย เขามองถึงการเคลื่อนตัวของกวีและกวีนิพนธ์ในสังคมไทยในรอบ 30-40 ปีหลังสุดว่า

“ปัจจุบันมีการประกวดงานวรรณกรรมมากกว่ายุคใด พื้นที่แสดงงานศิลปะมีทุกหัวระแหง แต่หนังสือสิ่งพิมพ์กลับมีพื้นที่ให้งานวรรณกรรมน้อยลง ขณะเดียวกันสื่ออินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น จนสิ่งพิมพ์ประสบปัญหาคนอ่านน้อยลง ต้องทยอยปิดตัวลง การเขียนกลอนในอินเทอร์เน็ตหรือในเฟซบุ๊กทำได้ง่ายๆ ทำให้มีงานเขียนเผยแพร่มากกว่าครั้งใดๆ”

 แม้จะเงียบหายจากวงการไปนาน แต่รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด บทกวียอดเยี่ยม “เราอยู่คนละฟากของภูผา” ในปี 2551 ของเตือนจิต ถือว่าเป็นแรงกระตุ้นและสร้างพลังในการเขียนบทกวีให้กับเขาไม่ใช่น้อย

 “บทกวี เราอยู่คนละฟากของภูผา เขียนหลังจากได้ข่าว กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เสียชีวิต ผมเจอเขาก่อนหน้านั้นราวหนึ่งปี ที่บ้านของชาติ กอบจิตติ ที่ปากช่อง ตอนเด็กผมโตที่เชิงเขาหลวงด้าน จ.สุราษฎร์ธานี เขาหลวงเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ หุบเขาฝนโปรยไพร ที่กนกพงศ์อยู่ คือเชิงเขาหลวงฝั่งนครศรีธรรมราช ผมเขียนเรื่องราวทั้งหมดของภาคใต้ ใช้เทือกเขาหลวงเป็นจุดกลาง ผมและกนกพงศ์อยู่คนละฟากของภูผา เขียนเพื่อไปลงหนังสืองานศพของเขา แต่เขียนเสร็จไม่ทัน หลังจากนั้นก็เสนอไปหนังสือหลายเล่ม แต่ก็เงียบ ไม่มีใครพิมพ์ คงเพราะยาวเกินไป พอดีมีเพื่อนชวนให้ส่งไปประกวดรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด จึงทำให้ได้รางวัลบทกวียอดเยี่ยมโดยบังเอิญ”

 เตือนจิต บอกว่า รางวัลสร้างแรงกระตุ้นและพลังในการเขียนบ้าง แต่ให้กำลังใจมากกว่า เหมือนแสงสว่างวาบบอกให้รู้ว่าเรามีตัวตนอยู่ตรงนี้

 “ช่วงหลังงานของผมส่วนใหญ่เป็นงานแบบไร้ฉันทลักษณ์ แต่หลังจาก ‘เราอยู่คนละฟากของภูผา’ บทกลอนเปล่าของผมได้รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด กลับแปลกที่ผมหันมาสนใจการเขียนโคลง ซึ่งมีฉันทลักษณ์ มีสัมผัสเอกโทซับซ้อน โคลงที่เขียนเป็นโคลงกระทู้ จึงมีตัวกระทู้บังคับเพิ่มขึ้นมาอีก แต่เมื่อเขียนไปๆ รู้สึกว่าการเขียนโคลงก็ท้าทายและสนุกดี”

รวมบทกวีนิพนธ์เล่มล่าสุดที่ชื่อ “ประภัสสร” ของเขานั้น จึงใช้รูปแบบของโคลงกระทู้เป็นพลังขับเคลื่อนทางฉันทลักษณ์ที่สำคัญ

“ผมนำชื่อของนักร้อง นักเขียน กวี จิตรกร นายกรัฐมนตรี ชื่อประเทศ และอีกมากมายมาเป็นกระทู้เขียนโคลง แสดงความเป็นไปของโลกในวันนี้ ส่วนครึ่งหลังเป็นบทกลอนเปล่าที่เข้มข้น ผมคิดอย่างนั้น แต่ทั้งสองรูปแบบล้วนมีความงามของบทกวี ผมคิดว่าการรวมกลอนเปล่ากับบทโคลงในหนังสือรวมบทกวี ‘ประภัสสร’ ครั้งนี้ คือการชักนำสาวสวยสองพี่น้องที่งดงามแตกต่าง ซึ่งพลัดพรากจากกันได้มาพบปะเคียงคู่ในยุคสมัยของเรา”

โลกการเขียนบทกวีในยุคโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะหนังสือ “ประภัสสร” เล่มนี้ของเตือนจิต ไม่มีวางขายในร้านหนังสือ แต่ขายตรงในเฟซบุ๊กและมีรันนัมเบอร์ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นทางออกของคนเขียนบทกวีในยุคปัจจุบันที่มียอดขายน้อยไม่กี่ร้อยเล่ม บางเรื่องขายได้ไม่ถึงร้อยเล่มด้วยซ้ำ

“ในช่วงหลัง นิตยสารต่างๆ ให้พื้นที่งานวรรณกรรมน้อยลง เสน่ห์ลึกๆ ของตัวเองจึงไม่มี มีแต่เสน่ห์ฉาบฉวยของแฟชั่น เมื่อสื่ออินเทอร์เน็ตสนองเสน่ห์ส่วนนั้นได้ นิตยสารจึงล้มลงอย่างรวดเร็ว วันนี้สื่ออิเล็กทรอนิกส์กว้างขึ้นทุกวัน การสร้างสรรค์งานเขียนยังต้องมีการเสพงานวรรณกรรมก็ยังต้องมีต่อไป ขณะที่การเผยแพร่งานเขียนทำได้ง่าย ใครก็ทำได้ ทุกที่ทุกเวลา แต่การจะเป็นที่รู้จักและยอมรับยากยิ่งขึ้น ก็ต้องอยู่ที่ฝีมือ จินตนาการ การสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น คือของจริง กวีฝีมือเยี่ยมของยุคใหม่จะต้องมี”

สำหรับรวมบทกวีนิพนธ์ “ประภัสสร” ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ในเฟซบุ๊กเพจ เตือนจิต นวตรังค์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท