posttoday
รับมือปะการังฟอกขาว

รับมือปะการังฟอกขาว

02 มิถุนายน 2559

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประเมินมูลค่าแนวปะการังไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท/ปี แต่ผมคิดว่าตัวเลขนี้ต่ำเกินไป

โดย...ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประเมินมูลค่าแนวปะการังไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท/ปี แต่ผมคิดว่าตัวเลขนี้ต่ำเกินไป

จากข้อมูลที่ได้ทราบ เฉพาะเกาะพีพีมีนักท่องเที่ยวไปเยือนไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน หากคิดค่าใช้จ่าย เฉพาะเกาะเดียวก็ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท แน่นอนว่านักท่องเที่ยวทุกคนไม่ได้ไปแนวปะการัง แต่หากพีพีไม่มีแนวปะการังโอบล้อมไปทั่วหมู่เกาะ แรงจูงใจให้ผู้มาเยือนเหล่านั้นเดินทางไปคงน้อยลงจนแทบไม่เหลือจุดขาย

เช่นเดียวกับเกาะเต่า แหล่งสอนการดำน้ำลึกมากที่สุดในโลก มีคนมาเยือนปีละเกือบล้าน ค่าเรียนดำน้ำไม่ใช่ถูก ประเมินตัวเลขยังไงก็ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท เมื่อนำสองเกาะมารวมกัน เราได้ตัวเลขเงินหมื่นล้านต่อปี ยังไม่นับอีกหลายร้อยเกาะทั่วทะเลไทยที่แนวปะการังทำให้เงินสะพัดมากมาย

ปัญหาคือตอนนี้แนวปะการังเผชิญกับภัยพิบัติที่น่ากลัว “ปะการังฟอกขาว”

รับมือปะการังฟอกขาว

 

เมื่อสองเดือนก่อน ผมเคยเล่าปรากฏการณ์นี้ให้คุณฟัง แต่ตอนนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น มาถึงวันนี้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลฯ และกรมอุทยานฯ ร่วมกันแถลงข่าวว่าเกิดปะการังฟอกขาวหลายแห่งทั่วทะเลไทย และในบางพื้นที่ถึงขั้นรุนแรง จนอาจต้องใช้มาตรการควบคุมการท่องเที่ยว ไปจนถึงขั้นปิดการท่องเที่ยวในบางพื้นที่

ในกรณีของกรมอุทยานฯ แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไกลฝั่ง เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน อยู่ในช่วงปิดในฤดูมรสุม จึงไม่เกิดผลกระทบ ในบางอุทยานซึ่งยังคงเปิดรับนักท่องเที่ยวอยู่ ก็อาจมีพื้นที่ต้องปิดการท่องเที่ยวอยู่บ้าง

ในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เกาะหลายแห่งที่มีรายงานปะการังฟอกขาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไป แม้แต่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ยังมีคนไปตลอด ทำให้ ทช.จำเป็นต้องออกมาตรการมาควบคุมการท่องเที่ยว เช่น เกาะราชา เกาะไม้ท่อน (ภูเก็ต)

มาตรการดังกล่าวออกมาภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (พ.ศ. 2558) ถือเป็นกฎหมายใหม่ที่คนไทยอาจไม่คุ้นเคย แต่กฎหมายนี้ช่วยให้เราสามารถดูแลและควบคุมผู้กระทำไม่ดีต่อแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งสมอ การเก็บปะการังหรือสัตว์น้ำ ให้อาหารปลา เหยียบปะการัง ทิ้งของเสียในแนวปะการัง ฯลฯ

รับมือปะการังฟอกขาว

 

หลายครั้งที่เราเห็นการกระทำผิดในพื้นที่ธรรมชาติอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าหน้าที่จับได้ แต่ค่าปรับกลับน้อยนิดจนทำให้คนกระทำผิดแทบไม่รู้สึกอะไร แต่หนนี้...ไม่ครับ เพราะบทลงโทษตามกฎหมายฉบับนี้เฉียบขาด ผู้กระทำผิดต้องถูกส่งโรงพัก ปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือมีโทษทั้งปรับทั้งจำ

นี่คือกฎหมายที่รุนแรงที่สุดในการดูแลทรัพยากรทางทะเล และเมื่อ ทช.ตัดสินใจนำกฎหมายนี้มาใช้ แสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งนี้รุนแรงจนต้องดำเนินการอย่าง
เร่งด่วนและเด็ดขาด

มาตรการที่แถลงยังรวมถึง การปิดเกาะไม่ให้ท่องเที่ยวในเขตที่มีการฟอกขาวรุนแรง ซึ่งต้องขึ้นกับเกณฑ์การประเมินว่าที่ไหนถึงระดับนั้น แต่อำนาจตามกฎหมายสามารถใช้ได้ เพียงแต่ว่า การปิดเกาะโดยไม่พิจารณาให้รอบด้าน อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้น

ผมขอยกตัวอย่าง เรามีเกาะ A B C เกิดปะการังฟอกขาวใน 3 เกาะ แต่เกาะ A รุนแรงสุด เราจำเป็นต้องปิดเกาะ A แต่จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมไม่ได้ลดลง นักเที่ยวจึงย้ายมาเกาะ B และ C ทำให้เกิดผลกระทบหนักขึ้น จนท้ายสุดเราต้องปิดเกาะ B และ C แล้วคราวนี้นักท่องเที่ยวไปไหน?

รับมือปะการังฟอกขาว

 

การจัดการช่วงนี้จึงต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากเกินไป ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่ทันเหตุการณ์ เพราะปะการังฟอกขาวในช่วงนี้เร็วมาก บางแห่งเมื่อสัปดาห์ก่อนยังดูดีอยู่เลยครับ กลับไปดูอีกหน โอ้...ขาวพรืดไปเกือบครึ่งแนว

เมื่อเทียบกับปะการังฟอกขาวในปี 2553 ผมคิดว่าครั้งนี้เราจัดการได้ดีกว่ามาก ทั้งการปิดพื้นที่ของกรมอุทยาน ฯการออกมาตรการของ ทช. ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจ คือวันนี้เรามีนักท่องเที่ยวมากกว่าปี 2553 เยอะมาก โดยเฉพาะในทะเลอันดามัน วันนั้นมีนักท่องเที่ยวไปภูเก็ตแค่ 6-7 ล้านคน ผิดกับตัวเลข 12 ล้านคนในวันนี้

การแถลงข่าวร่วมกันของกรมอุทยานฯและ ทช. แสดงให้เห็นชัดว่ากระทรวงทรัพยากรฯ มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานแต่เราอาจต้องมีการบูรณาการระหว่างกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ต้องคอยดูแลผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว

หากทั้งสองกระทรวงมาร่วมกัน ตั้งกรรมการคอยประสานงาน มีงบกลางสักก้อนสำหรับการแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ เหมือนกับออสเตรเลียที่รัฐบาลอนุมัติงบมาดูแลเรื่องนี้ในเกรท แบริเออร์ รีฟ เราคงช่วยทะเลได้มากขึ้น และลดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวให้เกิดน้อยลง

ผมมั่นใจว่า ปะการังฟอกขาวจะรุนแรงสุดในช่วง 2-3 สัปดาห์ต่อจากนี้ เพราะฉะนั้น หากคิดอยากดำเนินการใดๆ เราต้องเร่งมือครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง